Buddhadhamma Tepitaka Adigama sutta_mixdown

Buddhadhamma Tepitaka Adigama sutta_mixdown
Buddhadhamma Tepitaka Adigama sutta_mixdown
Popularität:0
  • Beschreibung

Buddhadhamma Tepitaka Adigama sutta_mixdown

ทบทวนธรรม

ชวนโยมเรียนพระไตรปิฎก

เรื่องอธิคมสูตร

ทำไมความดีงามจึงไม่เกิดขึ้นแก่เรา หรือทำไมความดีงามที่เกิดแล้ว จึงเสื่อมไป

เหตุที่กุศลธรรมที่ดีงามเกิดแก่เราไม่ได้

๑. ไม่รู้หลัก วิธีการที่จะทำให้เกิดความเจริญ

๒. ไม่รู้เหตุที่จะทำให้เกิดความเสื่อม

๓. ไม่มีอุบาย คือไม่มีรู้วิธีแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกระทันหัน

๔. ไม่จริงใจที่จะทำความดีอย่างแท้จริง

๕. ความดีงามเกิดแล้วก็ประมาทเลินเล่อจนความดีหายไป

๖. ไม่จริงจังที่จะทำให้ต่อเนื่อง

คนส่วนใหญ่อยากมีความเจริญทั้งนั้น น้อยคนนักที่จะคิดผิดมนุษย์มนาอยากเสื่อม และคนส่วนใหญ่ก็ติดอยู่ที่ความอยาก หรือมักทำอะไรตามความอยาก ไม่มีความรู้อะไรเลย หรืออยากมีอย่างหนึ่ง แต่ก็ทำอีกอย่างหนึ่ง ก็ต้องได้ผลอย่างที่ทำ ไม่ใช่ได้อย่างที่คิด

หากสิ่งมีชีวิตที่เป็นมนุษย์นี้ เจริญรุ่งเรือง ได้สิ่งที่ต้องการอย่างดีและทุกอย่างตามความอยาก มนุษย์คงไม่มีคนจน ไม่มีสิ่งเสื่อม ไม่มีความเสื่อม เพราะมนุษย์อยากอะไร สิ่งนั้นก็เกิดขึ้นทันที แต่ความจริง มนุษย์ไม่ได้เป็นอย่างที่อยาก แต่มนุษย์เป็นอย่างที่ทำ

ความอยากของมนุษย์ล้วนอยากได้สิ่งที่ดี แต่มนุษย์กลับทำสิ่งชั่วด้วยเข้าใจตามความอยากว่า นี้คือวิธีการที่จะได้สิ่งที่ดี

มนุษย์อยากเห็นความเจริญของตน ของสังคม แต่มนุษย์กลับทำสิ่งที่ที่ทำให้เกิดความเสื่อมแก่ตนแก่สังคม และมนุษย์ก็ยังยืนยันว่านี้คือแนวทางที่ถูกต้อง ทั้งๆที่ความเสื่อมก็กำลังทำลายตนและสังคมอยู่

มนุษย์อยากมีความสุข แต่มนุษย์ก็ทำสิ่งที่ก่อและสร้างแต่ทุกข์ ด้วยเข้าใจว่านี้คือความดี

ความอยากของมนุษย์ พามนุษย์คิดง่ายๆว่า อยากมีอะไร อยากทำอะไร อยากเป็นอะไร ก็ทำอย่างนั้น เป็นอย่างนั้น มนุษย์คิดว่านี้คือหนทางแห่งความเจริญ แต่มนุษย์ไม่เคยเรียน ไม่เคยศึกษา ไม่คิดค้น ไม่ไตร่ตรองเหตุแห่งความเสื่อม เพียงหลักธรรม ๒ ข้อแรกมนุษย์ก็ไม่มี แล้วมนุษย์จะทำสิ่งที่ถูกต้องได้อย่างไร

เพราะฉะนั้น หากมนุษย์ผู้ต้องการให้คุณธรรมความดีความเจรญเกิดแก่ตน ต้องทำตามพระพุทธเจ้าตรัสบอก ดังนี้

๑. ศึกษา หาความรู้ที่จะทำให้แจ่มแจ้ง เข้าใจอย่างถูกต้องตามกฎธรรมชาติ กฎธรรมชาติเกิดตามเหตุ เป็นผลตามเหตุ จึงต้องทำความเข้าใจเหตุให้ชัดเจนถูกต้อง

๒. ศึกษาความเสื่อมด้วย มนุษย์มักหลงแต่ความเจริญ จงเพลิดเพลินในความอยากที่จะทำ แต่ไม่ศึกษาความเสื่อมที่จะเกิดจากความอยากจากความเจริญจากสิ่งที่กำลังทำ หรือทำแล้วนั้น หากมนุษย์ไม่ศึกษาความเสื่อมไว้แล้ว มนุษย์จะต้องเสื่อมแน่นอนเพราะไม่รู้ว่าเหตุที่กำลังทำนั้นจะส่งผลอย่างไร

๓. เวลาเกิดปัญหา ก็แก้ปัญหาไม่ถูกต้องตามเหตุปัจจัยของมัน คิดแต่ว่า น่าจะเป็นอย่างนี้ น่าจะเป็นอยู่อย่างนั้น ก็ยิ่งจะเสื่อม เพราะคาดเดาเอาทั้งนั้น

๔. ไม่จริงใจ ไม่จริงจังที่จะทำกุศลธรรมให้เกิด เพียงแค่อยากมีความดีเท่านั้น แล้วก็จบที่ความอยาก แต่กลับไปทำทางแห่งความเสื่อมแทน ด้วยความไม่รู้ว่านี้คือทางแห่งความเสื่อม

๕. พอเจริญขึ้นมาบ้าง ได้อย่างที่ต้องการบ้าง ก็หลงประมาท ปล่อยให้ความเกียจคร้านครอบงำ ฉลาดแบบเกียจคร้านก็เสื่อม หรือหากทำกรรมฐานได้สมาธิแล้ว ก็ไม่ทำต่อ อ้างไม่มีเวลาทำต่อเนื่อง ก็เสื่อม

๖. ไม่จริงใจ ไม่จริงจัง ไม่บากบั่น ไม่มุ่งมั่นทำความดีให้ต่อเนื่อง

ผู้ที่เป็นอย่างนี้ อย่างไรก็ไม่เจริญ ถึงพอมีบ้าง พอประสบความสำเร็จบ้าง พอเจริญบ้าง พอมีความสุขบ้าง อย่างมากก็พอประคองชีวิตให้รอดไปเพียงแค่ชาติหนึ่งๆเท่านั้น แต่กว่าจะผ่านไปชาติหนึ่ง ก็ทรมาน เหน็ดเหนื่อยเหลือเกิน

แต่ที่ร้ายกว่านั้น คือ คนชั่วหลงตนว่าเป็นคนดีนี้ มีผลร้ายต่อเองอย่างหนัก ถึงเขามียศ มีสักการะ มีตำแหน่ง แต่มันคือทางแห่งความเสื่อม (ข้อ ๒) สิ่งที่เขาทำคือความเสื่อมแก่ตนแก่สังคมแก่ประเทศชาติ

ผู้ที่ทำ ประพฤติตนตรงกันข้ามกับธรรมดังกล่าว คือคนที่ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง คนมีธรรมะอย่างแท้จริง คนดีอย่างแท้จริง

อ้างอิง

http://www.84000.org/tipitaka/read/r.php?B=22&A=10112

 

…..weiter mit Dhamma Podcast Wat Dhammavihara Hannover

You may also like...

Popular Articles...

Schreibe einen Kommentar