Buddhadhamma Tepitaka Akammaniyavagga_mixdown

Buddhadhamma Tepitaka Akammaniyavagga_mixdown
Buddhadhamma Tepitaka Akammaniyavagga_mixdown
Popularität:0
  • Beschreibung

Buddhadhamma Tepitaka Akammaniyavagga_mixdown

ชวนโยมเรียนพระไตรปิฎก

เรื่อง อกัมมนิยวรรค

จิตนี้เลี้ยงอย่างไรเป็นอย่างนั้น ฝึกอย่างไรเป็นอย่างนั้น

สรุปพระดำรัสของพระผู้มีพระภาคเจ้า ดังนี้

๑.จิตที่ไม่ได้อบรมแล้ว ย่อมไม่ควรแก่การใช้งาน

๒.จิตที่อบรมดีแล้วควรแก่การใช้งาน

๓.จิตที่ไม่อบรมแล้ว ย่อมก่อแต่ความเสียหาย

๔.จิตที่อบรมดีแล้ว ย่อมก่อประโยชน์มากมาย

๕.จิตไม่อบรมแล้ว ไม่ทำให้ปรากฏคือไม่ทำความงามให้ปรากฏย่อมก่อโทษมากมาย

๖.จิตที่อบรมดีแล้ว ทำความงามให้ปรากฏแล้ว ย่อมก่อประโยชน์มากมาย

๗.จิตไม่อบรมแล้ว ไม่ฝึกบ่อยๆแล้ว ย่อมก่อโทษมากมาย

๘.จิตอบรมดีแล้ว ฝึกบ่อยๆแล้ว ย่อมก่อประโยชน์มากมาย

๙.จิตไม่อบรมแล้วไม่ฝึกฝนบ่อยๆย่อมก่อทุกข์ให้

๑๐.จิตที่อบรมดีแล้วฝึกดีแล้วย่อมนำสุขมาให้

อธิบายธรรมะ

ธรรมชาติทั้งปวงทำหน้าที่คู่กันเสมอ เช่น

ความไม่งามกับความงาม โดยธรรมชาติ ความไม่งามจะเกิดง่ายกว่าความงาม

สกปรกกับสะอาด โดยธรรมชาติ ความสกปรกจะเกิดง่ายกว่า ความสะอาดเกิดยากและรักษาได้ยาก

เหม็นกับหอม โดยธรรมชาติ ความเหม็นเกิดง่ายกว่าส่วนความหอมนั้นเกิดยาก เมื่อเกิดแล้วก็รักษาไว้ยาก

ทุกข์กับสุข ความทุกข์เกิดง่ายกว่าและเกิดแล้วก็ทำลายยาก ส่วนความสุขนั้นเกิดยากและเมื่อเกิดแล้วก็รักษาไว้ยาก

ชั่วกับดี โดยธรรมชาติ ความชั่วเกิดง่ายกว่า ส่วนความดีนั้นเกิดยาก และเมื่อเกิดแล้วก็รักษาไว้ยาก

จิตนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ มีจิตชั่วและจิตดี จิตชั่วนั้นเกิดง่ายกว่า ส่วนจิตดีนั้นเกิดยากและเมื่อเกิดแล้วก็รักษาให้ดีอยู่ตลอดไป ก็ยาก

จิตที่เป็นธรรมชาติฝ่ายไม่ดี ฝ่ายไม่สวยงาม ฝ่ายชั่วฝ่ายสกปรก ฝ่ายทุกข์ เป็นต้นนั้น เป็นธรรมชาติที่เกิดง่ายอยู่นาน ทำลายได้ยาก

ธรรมชาติทุกชนิดไม่ว่าวัตถุหรือจิตใจ ล้วนมีพลังในตัวทั้งนั้น และหากวัตถุกับจิตใจนั้นเกิดร่วมกัน ก็จะกลายเป็นธรรมชาติที่มีพลังมีอำนาจมหาศาล อย่างเช่นสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าเรานี้ มีพลังมีอำนาจมาก พลังอำนาจนั้นก็มีแค่สองอย่าง คือชั่วกับดี

จิตฝ่ายชั่วก็มีหน้าที่โง่ ก่อทุกข์ ไม่รู้ว่าตัวเองชั่ว ไม่รู้ว่าตัวเองก่อทุกข์ ไม่รู้แม้กระทั่งว่าตัวเองกำลังเป็นทุกข์ แต่เป็นทุกข์

ส่วนจิตดีนั้น ก็มีหน้าที่ดีอย่างเดียว มีหน้าที่ก่อความสุข แต่จิตดีก็มีหลายประเภท เช่นดีระดับโง่ ดีระดับมีปัญญาจากต่ำจนถึงปัญญาขั้นสูงสุด

จิตดีระดับโง่ จะถูกหลอกโดยจิตชั่ว ได้ง่าย แม้จิตดีมีปัญญาระดับต่ำหรือระดับกลาง ก็เป็นเหยื่อของความฉลาดจิตชั่วได้ อย่างเช่นแม้คนได้ฌาน อภิญญาตกนรกหมกไหม้ก็มีเยอะ คนทำบุญสุนทานมากมายเกิดเป็นสัตว์นรก เปรต อสุรกาย ก็มากมาย

ข้อดีของจิตดีนั่นคือ เมื่อพัฒนาไปสู่การมีสติมีปัญญาแล้ว ธรรมะสองตัวนี้ก็สามารถควบคุมแยกแยะความดีความชั่วของจิตได้ เลือกที่จะทำลายได้ เลือกที่จะพัฒนาได้

ส่วนจิตชั่วนั้น พัฒนาอย่างไรก็ไม่มีทางที่จะเป็นจิตได้ มีแต่ชั่วอย่างเดียวเท่านั้น

เพราะฉะนั้น การที่จะรอดพ้นจากอบายภูมิได้จะต้องฝึกจิตเท่านั้น อย่างที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสไว้แล้วนั้น ไม่ควรปล่อยจิต เพราะการปล่อยนั้นคือการเลี้ยงจิตชั่วให้มีอำนาจ จิตชั่วมีอำนาจคือทางแห่งนรก เปรต อสุรกาย เดรัจฉาน

อ้างอิง

https://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=20&siri=3

 

….weiter mit Dhamma Podcast Wat Dhammavihara Hannover

You may also like...

Popular Articles...

Schreibe einen Kommentar

Deine E-Mail-Adresse wird nicht veröffentlicht. Erforderliche Felder sind mit * markiert.

Diese Website verwendet Akismet, um Spam zu reduzieren. Erfahre mehr darüber, wie deine Kommentardaten verarbeitet werden.