Buddhadhamma Tepitaka Ambapali Kamma_mixdown

Buddhadhamma Tepitaka Ambapali Kamma_mixdown
Buddhadhamma Tepitaka Ambapali Kamma_mixdown
Popularität:0
  • Beschreibung

Buddhadhamma Tepitaka Ambapali Kamma_mixdown

ชวนโยมเรียนพระไตรปิฎก

เรื่องอัมพปาลีเถรี

หญิงงามผู้ไร้รักแท้ เป็นได้แค่หญิงบำเรอกาม

พระอัมพปาลีเถรีหลังจากบรรลุอรหันต์แล้ว ได้เปล่งอุทานเล่าถึงชีวิตในอดีตชาติของท่านว่า

ข้าพเจ้าเกิดในสกุลกษัตริย์ เป็นภคินีของพระมหามุนีพระนามว่าปุสสะ ผู้มีพระรัศมีงามดังมาลัยประดับศีรษะ ข้าพเจ้าฟังธรรมของพระองค์แล้วมีใจเลื่อมใส ถวายมหาทานแล้วปรารถนาขอให้เป็นคนสวย

ย้อนไปจากกัปนี้ ๓๑ กัป ในยุคสมัยของพระชินเจ้าสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าสิขี เป็นนายกเลิศของโลก ทรงส่องโลกให้สว่าง ทรงเป็นสรณะของ ๓ โลก

ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเกิดในสกุลพราหมณ์ กรุงอมรปุระที่น่ารื่นรมย์ ได้บวชเป็นนางภิกษุณี

วันหนึ่ง ได้ไปไหว้พระเจดีย์ ทำประทักษิณเวียนขวา ขณะที่เดินเวียนประทักษิณอยู่นั้น พระขีณาสวเถรี ผู้เป็นพระอรหันต์รูปหนึ่ง เดินไปข้างหน้า พลันนั้น พระเถรีได้ถ่มน้ำลาย น้ำลายถูกพัดตกลงที่ลานพระเจดีย์ พระขีณาสวเถรีไม่เห็น ก็เดินต่อไปเรื่อยๆ

ข้าพเจ้า ผู้เป็นภิกษุณีในสมัยนั้น เดินตามไปข้างหลัง เห็นก้อนน้ำลายนั้น จึงโกรธ แล้วด่าไปว่า “อีแพศยานั่น ชื่อไร ทำไม ถ่มน้ำลายตรงนี้” ด้วยความโกรธนั้น แล้วด่าภิกษุณีผู้มีจิตหลุดพ้นแล้วจากกิเลสว่า ท่านเป็นหญิงแพศยา ประพฤติอนาจาร ทำความเสื่อมเสียแก่ศาสนาของพระชินเจ้า

ครั้นด่าอย่างนี้แล้ว ข้าพเจ้าก็ตกนรกอันทรมาน เต็มไปด้วยทุกข์ใหญ่หลวง เพราะบาปกรรมนั้นยังเหลืออยู่ พ้นจากนรกแล้ว มาเกิดเป็นมนุษย์ เป็นหญิงแพศยา ถึงหนึ่งหมื่นชาติ ถึงขนาดนั้นแล้วก็ยังไม่หลุดพ้นจากบาปอันนั้น เหมือนคนกินยาพิษร้ายเข้าไป (ชาตินี้ยังเกิดเป็นหญิงแพศยาอีก)

ข้าพเจ้าบวชเป็นภิกษุณีในศาสนาพระชินเจ้าพระนามว่ากัสสปะ ด้วยผลแห่งบุญนั้น ข้าพเจ้าก็บังเกิดในสวรรค์ชั้นไตรทศ (ดาวดึงส์)

เมื่อถึงภพสุดท้าย ข้าพเจ้าเกิดเป็นโอปปาติกะ ไม่ได้เกิดในครรถ์ ที่ระหว่างกิ่งมะม่วง (ด้วยกรรมครั้งที่บวชเป็นนางภิกษุณีสมัยพระพุทธเจ้าพระนามว่าสีขี เคยปรารถนาไว้ว่า ไม่อยากเกิดในครรภ์อีก) ด้วยเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงชื่อว่าอัมพปาลี(นางสาวมะม่วง)

ข้าพเจ้าอันหมู่ชนนับโกฏิห้อมล้อมแล้ว ก็บวชในศาสนาของพระชินเจ้า บรรลุอรหันต์แล้ว เป็นธิดาเกิดแต่พระอุระ(อก)ของพระผู้เป็นพุทธเจ้า

ข้าพเจ้าเป็นผู้เชี่ยวชาญในฤทธิ์ทั้งหลาย มีหูทิพย์อย่างเลิส เป็นผู้เชี่ยวชาญในการรู้ใจผู้อื่น ข้าพเจ้าระลึกชาติได้มากมายในอดีตชาติ มีทิพยจักษุหมดจด หมดสิ้น อาสวะกิเลสทุกอย่าง บัดนี้จึงไม่มีภพใหม่ ไม่ต้องเกิดอีก

ข้าพเจ้ามีญาณสะอาดหมดจด ฉลาดในอรรถปฏิสัมภิทา(ฉลาดในเนื้อหาของธรรมะ) ฉลาดในธรรมปฏิสัมภิทา (ฉลาดในหัวข้อแห่งธรรมะ) นิรุตติปฏิสัมภิทา(ฉลาดในภาษาศาสตร์)และปฏิภาณปฏิสัมภิทา(ฉลาดในการแสดงธรรม) เพราะอำนาจของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด กิเลสทั้งหลาย ข้าพเจ้าก็เผาเสียแล้ว ภพทุกภพข้าพเจ้าก็ถอนเสียแล้ว ข้าพเจ้าตัดพันธนาการเหมือนช้างตัดเชือก ไม่มีอาสวะกิเลส ประพฤติธรรมอยู่ในสำนักพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด ข้าพเจ้าเดินทางชีวิตถูกต้องแล้ว

วิชชา ๓ ข้าพเจ้าก็บรรลุแล้ว คำสอนของพระพุทธะ ข้าพเจ้าก็ทำเสร็จแล้ว ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้ากระทำให้แจ้งแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ทำเสร็จแล้ว

อธิบายธรรมะ

เพิ่มเติมเล็กน้อย เพราะข้อความข้างต้นนี้ เข้าใจง่ายแล้ว อยากจะกล่าวถึงความโกรธอันร้ายกาจที่ก่อกรรมอันน่ากลัว

ขณะทำกรรมด้วยความโกรธอาจจะสนุกสะใจ แต่ยามที่มันส่งผลนั้นน่ากลัวเหลือเกิน ดูชีวิตในอดีตชาติของนางเถรีรูปนี้เถิด นางเกิดเป็นหญิงชั้นสูงผู้ดีตลอด แต่พลาดครั้งเดียวที่ไปด่าพระอรหันต์ว่าเป็น “นางแพศยา” เวลาทำกรรมไม่ถึงหนึ่งนาที แต่ผลกรรมนั้นหนักและนานเหลือเกิน ตกนรกก็แสนนาน พ้นจากนรกแล้วยังต้องมาเกิดเป็นหญิงแพศยาโสเภณีบำเรอทางเพศอีกหนึ่งหมื่นชาติ ความสวยของนางเป็นเสน่ดึงดูดให้คนมาใช้บริการนาง เป็นหมื่นชาติ ความเป็นมนุษย์ของนาง เห็นได้แค่ห้องสี่เหลี่ยม แม้ตกแต่งสวยงาม สายตาของนางมองไกลสุดก็ได้แค่ห้องสี่เหลี่ยมเป็นส่วนมาก

ในหนังสือบันทึกการเดินทางมาอินเดียของหลวงพ่อฟาเหียน (Fa Hien)บันทึกโน๊ตกล่าวว่าหลังจากนรกแล้ว นางมาเกิดเป็นหญิงขอทานอีก ๑๐๐.๐๐๐ ชาติ

แม้ชาติสุดท้ายนี้ นางเกิดบริเวณต้นมะม่วงแบบโอปปาติกะ เพราะเคยปรารถนาว่าไม่อยากเกิดในครรภ์อีกแล้ว นางได้อย่างที่ปรารถนาในภพสุดท้ายนี้ (เรื่องกำเนิดที่เกิดของนางอัมพปาลี กล่าวแตกต่างกันมากในแต่บทวิชาการ ผู้เขียนขอยกมาตามบาลีก็แล้วกัน)

แม้ชาติสุดท้ายของนาง ก็ยังเป็นแบบเดิมอีก ชาตินี้ยอมมีลูก ปกติโสเภณีอย่างนาง ไม่ควรมีลูกเพราะจะเสียเวลารับแขก แต่นางก็แอบมี

เมื่อลูกชายโตเป็นหนุ่ม ได้ออกบวชเป็นพระภิกษุ บรรลุพระอรหันต์ในเวลาต่อมา พระลูกชายชื่อว่า พระวิมลโกณฑัญญะ

นางเมื่อปลดภาระจากการเป็นหญิงบำเรอ วัยก็เข้าสู่วัยชรา จึงบวชเป็นภิกษุณี ฟังธรรมจากพระลูกชายเสมอๆ นางเจริญวิปัสสนากรรมฐานได้บรรลุอรหันต์ต่อกาลไม่นานนัก เพราะบุญเก่ามีอยู่มาก จึงบรรลุธรรมได้เร็ว แต่กรรมที่ด่าพระอรหันต์นั้นหนักเหลือเกิน บีบคั้นให้นางต้องบริการทางเพศแก่ผู้ชายจนวัยล่วงเข้าสู่วัยแก่เฒ่า ผู้ชายก็เบื่อหน่ายไป

นางไม่รู้จักว่า สามีคืออะไร เป็นหมื่นชาติ ครอบครัวคืออะไร นางก็ไม่รู้จัก

ความคิดนี้ มันสร้างรูปแบบของกรรม เราสามารถสร้างแบบกรรมของตัวเองได้

วันนี้ เวลานี้ คือเวลาในการสร้างแบบกรรมของตัวเอง เชิญออกแบบกรรมของตัวเองเถิด

คนที่เชื่อในพระพุทธเจ้า เชื่อในพระธรรม เชื่อในพระสงฆ์เท่านั้นที่จะออกแบบกรรมของตนเองได้งดงาม ส่วนผู้ที่เชื่ออย่างอื่น เสี่ยงนักกับการออกแบบกรรมของตน

อ้างอิง

https://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=33&siri=190

…..weiter mit Dhamma Podcast Wat Dhammavihara Hannover

You may also like...

Popular Articles...

Schreibe einen Kommentar

Deine E-Mail-Adresse wird nicht veröffentlicht. Erforderliche Felder sind mit * markiert.

Diese Website verwendet Akismet, um Spam zu reduzieren. Erfahre mehr darüber, wie deine Kommentardaten verarbeitet werden.