Buddhadhamma Tepitaka Anatha Sudatta Sotapan_mixdown

Buddhadhamma Tepitaka Anatha Sudatta Sotapan_mixdown
Buddhadhamma Tepitaka Anatha Sudatta Sotapan_mixdown
Popularität:0
  • Beschreibung

Buddhadhamma Tepitaka Anatha Sudatta Sotapan_mixdown

ชวนโยมเรียนพระไตรปิฎก

เรื่อง อนาถบิณฑิกเศรษฐี (สุทัตตสูตร)

ตอนที่ ๒ พบพระพุทธเจ้าครั้งแรก

ตั้งแต่วินาทีที่ได้ยินคำว่า “พระพุทธเจ้า” ท่านอนาถบิณฑิกคหบดี ก็ตื่นเต้นไม่หาย อยากจะเข้าเฝ้าพระองค์เดี๋ยวนี้เลย แต่ก็ค่ำเสียแล้ว

ท่านน่าจะออกเดินเล่นเพราะตื่นเต้นนอนไม่ได้ ชาวบ้านชาวเมืองก็ลือกันทั่วว่า พระพุทธเจ้าเกิดขึ้นในโลกแล้ว ๆ ยิ่งเพิ่มปริมาณตื่นเต้นหนักเข้าไปอีก กลับมานอนด้วยจิตที่มีแต่คำว่า “พระพุทธเจ้าๆๆ”

จะข่มตานอน อยากจะนอนอย่างไร ก็นอนไม่ได้ นอนไม่ลง หลับไม่ลง เชื่อว่า เราทั้งหลายต้องเคยเป็นอย่างท่านอนาถบิณฑิกคหบดีแน่นอน แต่จิตเราเกิดเพราะเรื่องอื่น

ท่านอนาถบิณฑิกคหบดี เผลอหลับไปแว้บหนึ่ง ก็ตื่น หลับๆตื่นๆถึง ๓ ครั้งในค่ำคืนนั้น แล้วก็เผลอออกจากบ้านไปทางป่าช้าประจำเมืองราชคฤห์ ออกจากประตูเมืองไปได้อย่างง่ายดาย กล่าวว่าผีมาเปิดประตูเมืองให้

เดินออกไปไกลมาก มารู้ตัวอีกที ก็ต้องตกใจอย่างมาก เพราะตอนนี้อยู่กลางป่า เงียบ สงัด นอกเสียงสัตว์ป่าที่ไม่หลับตอนกลางคืน เพราะเป็นเวลาทำงานหากิน แต่มันเป็นเสียงที่ไม่น่าชื่นใจเลย เป็นเสียงที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืด

จึงจะรีบกลับ

เพียงแค่กำลังจะหันหลังกลับ ก็มีเสียงดังขึ้น เป็นเสียงเหมือนมนุษย์ (กล่าวว่าเป็นเสียงของสิวกยักษ์) แต่ไม่เห็นตัว เสียงนั้นแซกความมืดมา พอจับตำแหน่งได้ว่า เสียงนั้นล่องลอยมากจากไหน ว่า

ช้างแสนหนึ่ง

ม้าแสนหนึ่ง

รถเทียมม้าอัสดรแสนหนึ่ง

หญิงสาวสุดสวยประดับกายด้วยเครื่องประดับอันล้ำค่าแสนคน

(ทั้งหมดนั้นเทียบ)ไม่ได้กับเศษเสี้ยวแห่งเศษเสี้ยวลำดับที่ ๑๖ (จำนวนเต็ม ๑๖ แม้เทียบชิ้นเดียวในจำนวน ๑๖ ชิ้นนั้น ก็ยังเทียบไม่ได้เลย)

ที่ท่านเดินไปข้างหน้าอีกก้าวเดียว ก้าวไปอีกท่านคหบดี ก้าวไปอีกท่านคหบดี เพียงก้าวไปอีกหน่อยหนึ่งท่านจะพบสิ่งที่เลิศที่สุด อย่าถอยกลับเลย

เพียงแค่ได้ยินเสียงมนุษย์ ก็อุ่นใจว่า มีเพื่อนแล้ว ยิ่งเสียงนั้นบอกสิ่งมีค่ามากมายยังเล็กน้อย หากเทียบกับสิ่งที่ตนจะได้ จึงเกิดกำลังใจขึ้นมาทันที ความกลัวหายไป

เดินไปสักพักหนึ่ง ความเงียบก็คลืบคลานมายึดหัวใจอีก เสียงสัตว์หากินตอนกลางคืน เป็นเหมือนเสียงดนตรีสยองขวัญ บีบคั้นหัวใจท่านคหบดี ต้องผวา สยอง ขนลุกชูชั้น จึงตัดสินใจกลับ

เพียงแค่จะเอี้ยวตัวกลับ พลันนั้นเอง เสียงประหลาดไร้ตัวตนเจ้าของเสียง ก็แซกมาท่ามกลางความมืดอีก กระทบถึงหัวใจ

ช้างแสนหนึ่ง

ม้าแสนหนึ่ง

รถเทียมม้าอัสดรแสนหนึ่ง

หญิงสาวสุดสวยประดับกายด้วยเครื่องประดับอันล้ำค่าแสนคน

(ทั้งหมดนั้น)ไม่ถึงเสี้ยวที่ ๑๖ เลย ที่ท่านเดินไปอีกก้าวหนึ่ง เดินไปอีกหน่อยท่านคหบดี เดินไปอีกหน่อยท่านคหบดี เพียงก้าวไปอีกหน่อยหนึ่งท่านจะพบสิ่งที่เลิศที่สุด อย่าถอยกลับเลย

ก็ได้กำลังใจ จากเสียงนั้นทันที แต่ก็แค่แป๊บเดียว แล้วความกลัวก็ท่วมทับหัวใจอีก จนไปต่อไม่ได้ กำลังจะเอี้ยวตัวกลับ

เสียงเดิม ก็ดังขึ้นอีก

ได้กำลังใจจากเสียงอีก

กำลังเดินไป ให้กำลังใจตนเองด้วยเสียงนั้น ครุ่นคิดว่า ต้องมีอะไรดีแน่นอน ไม่อย่างนั้นแล้ว เสียงนั้น คงไม่บอกกล่าวอย่างนี้กับเรา ก็เผลอเดินทะลุถึงลานกลางป่าสีตวัน

กำลังเก้ๆกังๆ ในความมืดสลัวๆ

อยู่ๆ ก็มีเสียงดังขึ้น

“มาเถิด สุทัตตะ”

เป็นน้ำเสียงที่ไพเราะมาก เป็นเสียงที่อบอุ่น เป็นเสียงที่ทรงพลังสูงมาก ความรุนแรงของเสียงนั้น ทลายผิวหนังไปถึงกระดูก เป็นเสียงที่ทำให้ขนทุกเส้นตื่นเต้น

เป็นเสียงที่ทำลายความกลัวของท่านไปสิ้นเชิง

ทำไมหนอเสียงนี้ จึงเป็นเหมือนผู้คุ้มครองตนให้พ้นจากอันตรายทั้งปวง

และที่สำคัญ เจ้าของเสียงนี้ รู้ได้อย่างไรว่า เราชื่อ “สุทัตตะ” นอกจากคนในครอบครัวแล้ว ไม่มีใครรู้จักเราด้วยชื่อนี้

เมื่อคิดดังนี้แล้ว ยิ่งดีใจมากมาย

ผู้นี้ ต้องเป็นพระพุทธเจ้า อย่างที่ชาวเมืองราชคฤห์ร่ำลือแน่นอน

พร้อมๆกับจินตนาการมากมายของท่านคหบดี ทันใดนั้น นักบวชผู้มีผิวพรรณเปล่งปลั่งดังทองคำ รูปงามเหมือนเทวดา ก็ปรากฎขึ้น

ทันทีนั้นเอง ความปลาบปลื้มก็ท่วมทับทั้งกายใจ

ท่านคหบดี รีบเข้าไปก้มกราบแทบพระบาททั้งสองทันที

ตื่นเต้น สั่น แต่ก็อบอุ่น มีความสุขเหลือเกิน ที่ได้อยู่ใกล้พระองค์ ไม่รู้จะพูดอย่างไร นึกได้แค่คำว่า

“พระองค์สบายดีไหม”

พระพุทธองค์ตรัสด้วยน้ำเสียงที่ไพเราะว่า

(พราหมณ์)คนที่หมดกิเลสแล้ว ไม่ติดในกามคุณทั้งหลาย (ไม่ติดในความอยากทางตา หู จมูก ลิ้น กาย) เป็นผู้เย็นสบาย ไม่มีกิเลสรบกวน อยู่เป็นสุขสบายตลอดเวลา

ผู้ตัดตัณหา(ความอยากที่ก่อภพชาติ)ได้หมดแล้ว หมดความกระวนกระวาย (เพราะอยาก) เป็นผู้สงบ อยู่เป็นสุข

แล้วพระพุทธองค์แสดงธรรมให้ท่านอนาถบิณฑิกะฟัง จากพระธรรมเทศนาพื้นๆ เมื่อท่านเข้าใจธรรมะพื้นๆได้ จิตก็สงบ พระพุทธองค์ก็แสดงธรรมชั้นสูงคืออริยสัจจ์ต่อ

จบพระธรรมเทศนา ท่านคหบดี ก็บรรลุโสดาบัน

ทหารเอกแห่งกองทัพธรรมคนหนึ่งเกิดขึ้นแล้ว

ฝึกจิตนี้ ให้มีสิ่งดีงามยึดเหนี่ยว จะเป็นพลังดึงดูดสิ่งดีงามเข้าหากันเอง จิตท่านอนาถบิณฑิกะมีพระพุทธเจ้าเป็นเครื่องยึด จนกลายเป็นพลังดึงดูดที่แรงมาก

อ้างอิง

https://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=15&A=6787&Z=6846

You may also like...

Popular Articles...

Schreibe einen Kommentar