Buddhadhamma Tepitaka Aranyasutta 10_mixdown

Buddhadhamma Tepitaka Aranyasutta 10_mixdown
Buddhadhamma Tepitaka Aranyasutta 10_mixdown
Popularität:0
  • Beschreibung

Buddhadhamma Tepitaka Aranyasutta 10_mixdown

ชวนโยมเรียนพระไตรปิฎก

เรื่อง อรัญญสูตรที่ ๑๐

เครียดมากกายก็แก่เหี่ยวเฉาใจสบายกายผ่องใส

เทวดาองค์หนึ่งเห็นพระภิกษุสงฆ์ทั้งหลาย ที่ปฏิบัติกรรมฐานอยู่ในป่าที่ตนอาศัยอยู่ เห็นพระสงฆ์ฉันข้าวมื้อเดียวนอนบนดินกลางป่าอย่างนั้น แต่ผิวพรรณของพระผ่องใส จึงเก็บความสงสัยนั้น มาทูลถามพระพุทธเจ้า

พระพุทธเจ้าตรัสตอบว่า

พระภิกษุเหล่านั้น ไม่คิดเรื่องอดีต ไม่คิดเรื่องอนาคต เลี้ยงตนด้วยปัจจัยที่เกิดขึ้นขณะปัจจุบันเท่านั้น ผิวพรรณของภิกษุทั้งหลายจึงผ่องใส ส่วนภิกษุผู้เป็นพาลคิดแต่เรื่องอดีตอนาคต จึงเป็นทุกข์โศกเหี่ยวเฉาเหมือนต้นอ้อทึ่ถูกถอนฉะนั้น

กายผ่องใส เกิดด้วยเหตุดังนี้

๑. ได้กินอาหารที่ดีมีประโยชน์

๒. นอนสบายนอนหลับดีนอนอิ่มกายก็ผ่องใส

๓. จิตใจดี

ร่างกายดูดีตามข้อที่หนึ่งและข้อที่สองต้องเกิดจากใจที่ดีด้วย หรืออย่างน้อยไม่ทุกข์มากเกินไป ถึงกินอาหารดีมีที่นอนสวยงาม แต่หากใจเป็นทุกข์ กินไม่อร่อยแน่นอน หลับไม่สบายแน่นอน จิต จึงเป็นองค์ประกอบสำคัญมาก

ส่วนจิตที่ดีนั้นคือจิตที่ประกอบด้วยธรรมะ เป็นจิตที่มีสมาธิ คนฝึกจิตให้งดงามได้ ฝึกจิตให้เป็นสมาธิได้ การกินการนอนก็เป็นเรื่องรองลงไป เพราะจิตที่ดีงาม จิตที่เป็นสมาธิจะสร้างระบบสมองจะสร้างระบบร่างกายขึ้นมาใหม่ จิตเป็นอย่างไรร่างกายก็เป็นอย่างนั้น

คนหน้าตาดีหรือไม่ดี หากจิตงามแล้ว กายจะดูงามไปหมด หากจิตไม่ดี กายจะงามแค่ไหนก็ดูน่าเกลียด หากน่าเกลียดอยู่แล้ว ก็จะยิ่งน่าเกลียดขึ้นไปอีก

มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตประเภทเดียวเท่านั้นที่สร้างความทุกข์ให้กับตัวเอง โดยการหมกมุ่นกับอดีตและอนาคต ทั้งที่ทั้งสองอย่างนั้นก็ไม่ใช่เป็นความจริงที่มีอยู่

สติตัวเดียวเท่านั้น คือปัจจุบัน ไม่มีสติแล้ว ก็เผลอ หลงคิดอดีตอนาคต ซึ่งไม่มีอยู่จริงเลย แต่จิตก็ชอบคิด เพราะมันคิดว่ากำลังแก้ปัญหาให้ชีวิต กำลังทำสิ่งดีงามให้ชีวิต

สรรพสิ่งทั้งหมด คือปัจจุบันเท่านั้น ไม่ใช่อดีตไม่ใช่อนาคต

สังเกตดูต้นไม้สักต้นหนึ่งว่าต้นไม้ต้นนั้นมันมีชีวิตอยู่เพื่อดีตหรือเปล่า หรือมันมีชีวิตอยู่เพื่ออนาคตใช่หรือเปล่า บางคนอาจจะคิดว่าต้นไม้มันไม่มีจิตมันไม่รู้จักอดีตมันไม่รู้จักอนาคต ต้นไม้ไม่มีจิตก็จริงอยู่ แต่กระบวนการของต้นไม้ทั้งหมดก็ไม่ได้แตกต่างจากสิ่งที่มีชีวิตที่มีจิตใจเลย

ต้นไม้มันรู้ได้ยังไงว่าถึงเวลานี้จะต้องออกดอก ถึงเวลานี้จะต้องออกผล ถึงเวลานี้จะต้องแก่ จะต้องสุก จะต้องเหี่ยวจะต้องหล่นมันรู้ได้ยังไง

หรือดอกไม้งามสักดอกหนึ่ง มันรู้ได้ไงว่าถึงเวลาที่มันจะต้องออกดอก มันจัดดอกอย่างงดงาม จัดกลีบดอกได้อย่างงดงาม จัดสีสันของดอกอย่างงดงาม การมีระเบียบเรียบร้อย ลงตัวทุกอย่างของดอกไม้นั้น ถ้าคิดแบบมนุษย์ก็คือคณิตสาดชั้นสูง แต่ต้นไม้ไม่มีจิต ต้นไม้ทำได้อย่างไร ต้นไม้บางต้นมีอายุเกือบพันปี บางต้นอายุ ๔๐๐, ๕๐๐ ปี บางต้นอายุเดือนหนึ่ง หรือสองเดือน บางต้นอาจจะแค่อาทิตย์ แล้วแต่ชนิดของต้นไม้ ต้นไม้เหล่านั้น ไม่ได้คิดเพื่ออนาคตเลย มันเพียงแค่ทำหน้าที่ปัจจุบันอย่างดีที่สุด

มนุษย์ที่มีจิตยังไม่สามารถที่จะจัดระเบียบความงามให้ได้อย่างนั้นเลย ดอกไม้มันไม่ได้คิดว่ามันจะต้องทำอย่างโน้นอย่างนี้เพื่ออนาคต แต่การทำหน้าที่ของมันในปัจจุบัน คือการดูดอาหาร การดูดอากาศไปทุกๆเวลานั่นเอง มันเป็นอนาคตภายในตัว การที่ต้นไม้ดอกไม้ดูดอาหารที่ดีดูดอากาศที่ดีเข้าลำต้น ลำต้นก็จะงาม ดอกก็จะงาม ใบก็จะงาม หากมันดูดอากาศเสียลำต้นก็เสียดอกก็เสียผลก็เสีย ผลที่เกิดขึ้นจากปัจจุบันคืออนาคต นี้คือความจริง อย่างไรผลต้องเกิดตามเหตุ ไม่มีอะไรหยุดยั้งได้

ปัจจุบันเท่านั้นคือตัวกำหนดอนาคต อย่าเอาอนาคตมากำหนดปัจจุบัน เพราะมันไม่มีอยู่จริง อดีตก็ไม่มีอยู่จริง ดังนั้นต้นไม้ต้นหนึ่งมันไม่ได้อยู่เพื่อดีต มันไม่ได้อยู่เพื่ออนาคต แต่การทำปัจจุบันเท่านั้น

ต้องการให้ผลเกิดเป็นอย่างไร ต้องสร้างเหตุเพื่อให้เป็นอย่างนั้น ความคิดที่ไม่ประกอบด้วยเหตุและผล เป็นความคิดที่เป็นอดีตและอนาคตเท่านั้น มนุษย์เอาความไม่มีอยู่จริงมาสร้างเป็นตัวตนแล้วเป็นทุกข์กับความไม่มีอยู่จริงนั้น

จิตที่สวยงาม จิตที่เป็นสมาธิ จิตที่เป็นกุศล จิตที่เป็นเมตตาคือความสุข เมื่อจิตเป็นสุข สมองเป็นสุข กายเป็นสุข เมื่อจิตเป็นสุขแล้ว ทุกอย่างที่กายนี้เกี่ยวข้องล้วนเป็นสุข

ร่างกายเป็นฐานรับการเกิดของจิต จิตเป็นอย่างไร กายเป็นอย่างนั้น

อ้างอิง

https://84000.org/tipitaka/read/r.php?B=15&A=121

You may also like...

Popular Articles...

Schreibe einen Kommentar