Buddhadhamma Tepitaka Atappasutta_mixdown

Buddhadhamma Tepitaka Atappasutta_mixdown
Buddhadhamma Tepitaka Atappasutta_mixdown
Popularität:0
  • Beschreibung

Buddhadhamma Tepitaka Atappasutta_mixdown

ทบทวนธรรม

ชวนโยมเรียนพระไตรปิฎก

เรื่องอาตัปปสูตร

คนขยันมักคิดต่างจากคนเกียจคร้าน

คำว่าขยันในที่นี้ หมายถึงขยันหมั่นเพียรฝึกจิตตัวเอง ขยันไม่ใช่การคอย ไม่รอจังหวะ แต่หมายถึงลงมือทำทันที

ความเพียร เป็นจิตชนิดหนึ่ง (ขอเรียกเป็นภาษาชาวบ้าน) ที่อุ้ม ประคอง ให้สติเกิดตั้งอยู่ได้ ให้ปัญญาเกิดตั้งอยู่ได้

คนส่วนใหญ่ รู้จัก และรู้ว่าอกุศลธรรมเป็นตัวทุกข์ รู้ว่ามันไม่ดี แต่ก็ชนะมันไม่ได้ และรู้ว่ากุศลธรรม เป็นความดีงาม แต่ทำให้เกิดไม่ได้ หรือทำให้เกิดต่อเนื่องไม่ได้ และรู้ว่าร่างกายตนเหน็ดเหนื่อย อ่อนล้า เจ็บปวดจากโรคภัย เจ็บปวดจากอุบัติเหตุ ร้อนเกิน หนาวเกิน บางคนก็ทุกข์เพราะอ้วนเกิน บางคนเป็นทุกข์เพราะผอมเกิน ทุกข์เพราะไม่มีกิน ทุกข์เพราะเครื่องแต่งตัว และทุกข์อื่นๆอีกมากมาย แต่เราก็แก้ปัญหาเหล่านั้นไม่ได้ สักที ที่เป็นดังนี้ ก็เพราะขาดความเพียรนั่นเอง

เรื่องชั่วๆ รู้ดี รู้มาก แต่ก็ยังทำ ทั้งที่ทำไปแล้วก็เป็นทุกข์ แต่ทำไม ไม่สามารถบังคับมันได้ ทำไมไม่สามารถฝืนมันได้ ก็เพราะขาดความเพียร

เรื่องดีๆมากมาย เรื่องที่จะให้ฉลาดมีมากมาย รู้ว่าการชนะกิเลสทำอย่างไร การทำกรรมฐานทำอย่างไร แต่ก็ทำไม่ได้ ก็เพราะขาดความเพียร

วิชาการดีๆ ความรู้ดีๆ มีเหมือนกันทั่วโลก แต่ทำไมคนประเทศหนึ่งเอาความรู้มาใช้ได้ แต่คนอีกประเทศกลับเอามาทำไม่ได้ ก็เพราะขาดความเพียร การอ้างเงื่อนไขทางประเพณี เพื่อไม่ทำตามความรู้ ก็เพราะหลงเหตุผลอันเป็นเงื่อนไขของความเกียจคร้าน (อวิชชา หรือ โมหจิต ตัวไม่รู้ความจริง) เมื่อไม่ทำตามความรู้จริงก็เท่ากับว่าทำตามความรู้ปลอมเป็นความรู้ของโมหจิตหรือความรู้ของ “อวิชชา”

ความรู้เป็นอย่างเดียวกัน หากความรู้นั้นถูกใช้ด้วยด้วยความเพียรที่เป็นปัญญา ก็จะเกิดผลงดงามมีความสุขต่อตนเองต่อประเทศชาติ แต่ถ้าหากความรู้นั้นถูกโมหะจิตใช้ ถูกอวิชชาใช้ ก็จะเกิดโทษแก่ตัวเองแก่สังคมแต่ประเทศชาติ

เราเห็นว่า แต่ละคนก็ขยันกันทั้งนั้น ทำไมยังว่า “เกียจคร้าน” คำว่า”เกียจคร้าน” ก็คือความขยันนั่นเอง แต่เป็นความขยันที่เกิดจากโมหจิต หรืออวิชชา เป็นความขยันที่ไม่ใช่ “วิริยจิต” หรือ เรียกว่า “วิริยเจตสิก” เช่น คนเกียจคร้านที่จะปฏิบัติตามกฎจราจร แต่ขยันขับรถไม่มีระเบียบ ขาดวินัย ขาดน้ำใจบนท้องถนน

การเกียจคร้านนี้ คือไม่หมั่นเพียร ไม่พยายามที่จะปฏิบัติตามระเบียบวินัยซึ่งเป็นสิ่งดีงาม แต่เขาเหล่านั้นผู้เกียจคร้าน กลับขยันทำผิดกฎ ขยันฝืนระเบียบวินัย ด้วยเหตุผลโง่ๆ (โมหจิต อวิชชาจิต)ว่า มันเร็วดี ไม่เสียเวลา ทั้งที่ความเป็นจริงไม่ใช่เลย ผิดกฎระเบียบ ผิดวินัยนั่นต่างหากที่ทำให้เสียเวลา เช่นคนขับรถบนท้องถนน แต่ละคนก็อยากได้ดั่งใจ อยากเลี่ยวก็เลี้ยว อยากแซงก็แซง อยากขับสวนทางก็ขับ ไม่รักษาระเบียบว่า เป็นที่ให้เลี้ยวหรือไม่ หรือก่อนเลี้ยวทำอย่างไร แซงตรงที่ให้แซงหรือไม่ แซงถูกทางหรือไม่ ขับสวนทาง เป็นอันตรายหรือไม่ ซึ่งคนที่ทำผิดก็ล้วนแต่ขยันทำตามความโง่ทั้งนั้น เชื่อความโง่ว่า ไม่เป็นไร นิดหน่อย หยวนๆกัน หากผ่านได้ ก็บอกว่า “เห็นไหม ไม่เห็นจะเป็นไร”

ขณะทำผิดกฎหมายก็เสียเวลามากแล้วเพราะกระต่อผู้อื่นทันที หากเกิดอุบัติเหตุ ยิ่งเสียเวลามากขึ้น

ประเทศบางประเทศประสบปัญหาการพัฒนามาก เพราะคนไร้ระเบียบวินัยมากเหลือเกิน ระเบียบตัวนี้ก็คือ “ศีล”นั้นเอง คนผิดศีลกันเยอะเหลือเกิน จนไม่รู้จะเริ่มแก้ปัญหาตรงจุดไหนก่อน ผิดศีลตั้งแต่คนชั้นล่างไปจนถึงคนระดับสูง นี้แหละความขยันของความโง่ (โมหจิต) ยิ่งขยันแบบโมหจิต ก็เท่ากับว่า บดบัง ปิดบังไม่ให้ ความเพียรคือ “วิริยจิต”เกิดได้เลย วิริยะเป็นความเพียรรักษากฎระเบียบ เพียรเพื่อขจัดจิตชั่ว เพื่อให้จิตดีงามเกิด เพียรเพื่อให้สติ ปัญญาเกิดมากๆ

คนที่ไม่ชนะความทุกข์ต่างๆของชีวิตตัวเองสักที ก็เพราะไม่มีความเพียรนั่นเอง ทั้งที่รู้ดี รู้ชั่วกันทั้งนั้น

ความเพียรเท่านั้น คือเทพเจ้าที่แท้จริง เสกความสำเร็จให้ได้ทุกอย่างด้วยความถูกต้อง

ผู้ขยันจะได้ธรรมะ ๓ ประการคือ

๑ กันอกุศลธรรมไม่ให้เกิด หรืออกุศลธรรมเกิดได้น้อย ความทุกข์ดับ

๒ กุศลธรรมเกิดขึ้น ความสุขเกิด

๓ คนเพียรบริหารร่างกาย ร่างกายก็จะกระปรี้กระเปร่า โรคภัยน้อย

อ้างอิง

http://www.84000.org/tipitaka/read/r.php?B=20&A=3973

 

Wat Dhammavihara Hannover

You may also like...

Popular Articles...

Schreibe einen Kommentar

Deine E-Mail-Adresse wird nicht veröffentlicht. Erforderliche Felder sind mit * markiert.

Diese Website verwendet Akismet, um Spam zu reduzieren. Erfahre mehr darüber, wie deine Kommentardaten verarbeitet werden.