Buddhadhamma Tepitaka Atthangikamag_mixdown

Buddhadhamma Tepitaka Atthangikamag_mixdown
Buddhadhamma Tepitaka Atthangikamag_mixdown
Popularität:0
  • Beschreibung

Buddhadhamma Tepitaka Atthangikamag_mixdown

ธรรมะเนื่องในวันวิสาขบูชา

ชวนโยมเรียนพระไตรปิฎก

เรื่องอัฏฐังคิกสูตร

ว่าด้วยมรรคมีองค์ ๘ ข้อ ๒๐๕

แต่ยังอธิบายพระสูตรเดิม

เรื่อง วิภังคสูตร

อริยมรรคมีองค์ ๘…….

พระมหาทองนาค นาควโร ประธานสงฆ์วัดธรรมวิหาร ฮันโนเฟอร์ เยอรมัน

(พระธรรมเทศนา ; การเทน์ )

Sprecher ist Phra Maha Thongnark Nagawaro , Abt des

Wat Dhammavihara Hannover . ( hier hören wir eine Predikt / Vortrag v. Abt )

กลิคที่ Download

ธรรมะเนื่องในวันวิสาขบูชา

ชวนโยมเรียนพระไตรปิฎก

เรื่องอัฏฐังคิกสูตร

ว่าด้วยมรรคมีองค์ ๘ ข้อ ๒๐๕

แต่ยังอธิบายพระสูตรเดิม

เรื่อง วิภังคสูตร

อริยมรรคมีองค์ ๘

หลักธรรมสำหรับแก้ปัญหาทุกปัญหาของโลก

วันนี้ จะกล่าวถึงสัมมาวาจา เป็นองค์แห่งการแก้ปัญหาได้อย่างไร?

๑. เว้นการพูดเท็จ

๒. เว้นการพูดส่อเสียด

๓. เว้นการพูดคำหยาบ

๔. เว้นการพูดเพ้อเจ้อ

นี้คือกรอบของการพูดที่จะเป็นสัมมาวาจาได้ คือพูดถูกต้องหรือพูดชอบ หากพูดตรงกันข้ามนี้เรียกว่า มิจฉาวาจา ก่อนที่จะเป็นวาจา ก็ต้องเกิดจากจิตก่อน จิตคิดที่จะพูด การแก้ปัญหาทุกปัญหา ถึงแม้ว่าจะแก้ปัญหาที่จิต ก็ต้องมีองค์ประกอบของสัมมาวาจาด้วย

คนส่วนใหญ่ชอบพูดแบบมิจฉาวาจา เพราะคิดว่าเป็นเรื่องเล็ก ไม่เป็นไร การที่จะพูดออกเป็นมิจฉาวาจาได้ มันเกิดตั้งแต่คิดผิดแล้ว(มิจฉาทิฏฐิ) การกระทำก็ผิด และการพูดก็ต้องผิดตาม การแก้ปัญหาด้วยจิตที่ผิด ก็ต้องส่งผลผิดไปเรื่อยๆ ดังนี้

๑. เว้นการพูดเท็จ

คำเท็จคือคำพูดที่ไม่จริง พูดออกไปเพื่อทำลายผู้อื่น พูดเพื่อให้ตัวเองดูดีมีศีลธรรม

การพูดที่บิดเบือนจากความจริง แต่อยากจะได้ผลอีกอย่างหนึ่ง เช่นกลัวเสียน้ำใจ กลัวทะเลาะกัน กลัวเข้าใจผิด และมนุษย์บางประเทศก็คิดผิดอย่างมากว่า การพูดตรงๆ เป็นความหยาบคาย ไม่สุภาพ ไม่ให้เกียรติกัน แต่อยากได้ความเคารพนับถือจากการพูดผิดจากความจริง อยากให้เกิดประโยชน์จากการพูดบิดเบือน สังคมอย่างนี้แหละเขาเรียกว่า “หน้าไหว้หลังหลอก สวมหน้ากากเข้าหากัน สวมหัวโขนเข้าหากัน ข้างนอกสุกใส ข้างในเป็นโพรง” เป็นคนที่ไร้สาระ แต่อยากเป็นคนมีสาระจากการกระทำที่ไร้สาระ

คนพูดเท็จแก้ปัญหาไม่ได้ การกระทำเป็นอย่างหนึ่ง คำพูดเป็นอีกอย่างหนึ่ง เมื่อการกระทำและคำพูดไม่ตรงกัน คนผู้นั้นจะหมดความน่าเชื่อถือทันที ถึงขยันพูดขยันออกสื่อพูดว่าตนทำดีอย่างไรก็ตาม ก็จะยิ่งเป็นการตอกย้ำความชั่วของตัวเองให้แน่นขึ้นเรื่อยๆ

ปัญหาเป็นอย่างหนึ่ง แต่พูดให้เป็นอีกอย่างหนึ่ง ใจก็อยากได้สิ่งดีๆ แต่การกระทำมันเป็นความชั่ว กระทำผิดจากปัญหาที่เป็นอยู่

ปากพูดอยากรวย แต่การกระทำเพื่อเป็นคนจน อยากมีร่างกายแข็งแรง แต่กระทำเพื่ออ่อนแอ อยากมีต้นไม้ให้ร่มเยอะๆ แต่ไม่ปลูกต้นไม้ ไม่รักษาต้นไม้ ไม่มีน้ำใจต่อต้นไม้ ปากพูดว่าตนเป็นคนดี แต่กระทำตนเป็นคนชั่ว

สังคมที่ไม่พูดความจริง ไม่ยอมรับความจริง แล้วกระทำแต่วิธีการที่ก่อปัญหาด้วยคิดว่านี้แหละการแก้ปัญหา สังคมอย่างนี้นับวันจะมีคนชั่วเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

เราคิดว่า คำพูดไม่สำคัญ การกระทำสำคัญกว่า เพราะฉะนั้นจะพูดอย่างไรก็ได้ เราก็เลยเล่นตลกกับคำพูด อันที่จริง คำพูดนั้นแหละคือตัวเรา เพราะคำพูดมันเกิดจากจิต คำแต่ละคำที่พูดออกมา มันคือจิตเรานี้เอง จิตเป็นอย่างไร ตัวเราเป็นอย่างนั้น

คำเท็จสร้างความเสียหายมาก บางทีมากจนเราพัฒนาประเทศได้ช้ามาก และเป็นสังคมที่คุยกันไม่ค่อยจะรู้เรื่อง

คำพูดที่ให้กำลังใจเพื่อทำความดี เจตนาของผู้พูดประกอบด้วยเมตตาจิต ไม่คิดร้าย ไม่คิดเอาประโยชน์ใส่ตน มีแต่หวังความเจริญแก่ผู้นั้น อย่างนี้ไม่ถือว่าเท็จทีเดียว เพราะเจตนาผู้พูดเป็นเมตตาจิต กรรมส่งผลตามเจตนา

๒. เว้นการพูดส่อเสียด

พูดให้แตกกัน พูดให้หลงจากความจริง พูดประจบประแจง การพูดตะลบตะแลง ซ่อนเงื่อน สองแง่สองง่าม พูดทิ้งให้งง ให้ผู้ฟังคิดเอาเองแบบไปในทางต่ำ พูดมีเลสนัย คำพูดลับๆล่อๆชวนสงสัย พูดคลุมเครือ ลอกแลก พูดอะไรก็พูดไม่หมดทำให้ชวนสงสัย

พวกนี้มีมายา เจ้าเล่ห์ อย่าคบคนพูดอย่างนี้เลย การแก้ปัญหายากมาก กับคนที่ชอบพูดส่อเสียด

คนเจ้าเล่ห์ ใจไม่ซื่อแก้ปัญหาไม่ได้

๓. เว้นการพูดคำหยาบ

คำหยาบ เป็นคำที่ฟังแล้ว หมดกำลังใจ หดหู่ใจ ไม่เบิกบาน ไม่บันเทิง ไม่แจ่มใส ไม่ชวนให้อยากทำตาม

พ่อแม่ด่าลูกด้วยความหวังดี ถึงแม้คำพูดนั้นหยาบ แต่ใจไม่หยาบ ไม่ถือว่าเป็นคำหยาบ ครูบาอาจารย์ด่าลูกศิษย์ด้วยเจตนาดี ก็ไม่เป็นคำหยาบ เพราะหวังความสุขความเจริญ

จิตประกอบด้วยเมตตา แม้คำที่พูดออกมานั้นเหมือนหยาบ แต่ผู้ฟัง มีกำลังใจ เบิกบานใจ มีความสุข ก็ไม่ถือว่าคำหยาบ

คำหยาบ พูดออกจากใจที่หยาบ ใจขุ่นมัว ร้อนในใจ โกรธ ถือว่าหยาบทั้งนั้น ไม่ว่าจะหวังดีหรือหวังร้าย

แม้คำพูดที่ไพเราะเพราะพริ้ง แต่พูดออกมาด้วยใจหยาบ ก็เป็นคำหยาบ เหมือนคนที่หลอกลวงผู้อื่นด้วยการพูดเพราะเพื่อให้เขาตายใจแล้วจะหลอกได้ง่าย

คนใจหยาบ ไม่ผ่องใส่ แก้ปัญหาไม่ได้

๔. เว้นการพูดเพ้อเจ้อ

คนไม่มีสาระ ทำแต่สิ่งที่ไร้ประโยชน์ แต่ทำทีเป็นผู้ดีมีความรู้ คนจอมปลอม เสแสร้งเป็นคนมีธรรมะ

คนมีความรู้แต่ไร้ปัญญาใช้ความรู้ พูดแต่ความรู้ที่จำมา แต่ไม่เคยใช้ความรู้ ไม่เคยเข้าถึงองค์ความรู้นั้นเลย

แม้เป็นสิ่งดีงาม แม้เป็นธรรมะ แต่พูดจับประเด็นไม่ค่อยได้ ยกหลักโน้นหลักนี้โยงใยกันมั่ว

พูดไม่รู้จักกาละ เทศะ ไม่รู้ประมาณในการพูด คิดว่าเป็นสิ่งที่ดีก็พูดไปเรื่อยเปื่อยๆ เพราะอยากพูด

ทั้งหมดนี้ เพ้อเจ้อทั้งนั้น

คนอย่างนี้แก้ปัญหาให้ถูกต้องไม่ได้ ตัวเองยังจัดการตัวเองไม่ได้ แล้วจะไปจัดการสิ่งอื่นนอกตัวได้อย่างไร

คำพูดทั้ง ๔ ประเภทนี้ ไม่ใช่เป็นเพียงแค่คำพูด ที่อยากจะพูดอะไรอย่างไรก็ได้ เพราะคนไม่ให้ความสำคัญ จึงทำลายตัวเองด้วยคำพูดมามากมาย

คำพูดเกิดจากจิตเป็นผู้สั่ง พูดออกมาอย่างไร ใจเป็นอย่างนั้น คนใจไม่ผ่องใส ไร้ความดี แก้ปัญหาให้ถูกต้องไม่ได้ การแก้ปัญหาของใจหยาบ มีแต่เพิ่มปัญหา ยิ่งแก้ก็ยิ่งเพิ่ม

เพราะฉะนั้น สัมมาวาจา จึงเป็นองค์ประกอบที่สำคัญยิ่งในการแก้ปัญหา

อ้างอิง พระสูตรที่เกี่ยวข้อง

https://tripitaka-online.blogspot.com/2016/07/tpd21-08.html

 

You may also like...

Popular Articles...

Schreibe einen Kommentar

Deine E-Mail-Adresse wird nicht veröffentlicht. Erforderliche Felder sind mit * markiert.

Diese Website verwendet Akismet, um Spam zu reduzieren. Erfahre mehr darüber, wie deine Kommentardaten verarbeitet werden.