Buddhadhamma Tepitaka Atthassadavar Jataka_mixdown

Buddhadhamma Tepitaka Atthassadavar Jataka_mixdown
Buddhadhamma Tepitaka Atthassadavar Jataka_mixdown
Popularität:0
  • Beschreibung

Buddhadhamma Tepitaka Atthassadavar Jataka_mixdown

พระมหาทองนาค นาควโร ประธานสงฆ์วัดธรรมวิหาร ฮันโนเฟอร์ เยอรมัน

(พระธรรมเทศนา ; การเทน์ )

Sprecher ist Phra Maha Thongnark Nagawaro , Abt des

Wat Dhammavihara Hannover . ( hier hören wir eine Predikt / Vortrag v. Abt )

กลิคที่ Download

www.wathannover.de / Foto 01.01 .2015

 

ชวนโยมเรียนพระไตรปิฎก

เรื่อง อัตถัสสทวารชาดก

ผู้ที่จะประสบความสำเร็จในชีวิตอย่างดีเยี่ยม

ลูกชายวัย ๗ ขวบ ของมหาเศรษฐีท่านหนึ่ง ถามพ่อว่า อะไรคือวิธีจะทำให้ประสบความสำเร็จในชีวิตอย่างดีเยี่ยม

ท่านเศรษฐีตอบไม่ได้ เพราะความเจริญที่ครบสูตรครบเครื่องทุกด้านอย่างที่บุตรตัวน้อยอยากรู้มันลึกซึ้งละเอียดยิ่งนัก หากจะตอบเพียงแค่ประสบความสำเร็จด้านการเงินอย่างเดียว ตัวท่านเศรษฐีตอบได้แน่นอส เพราะตัวเองมีทรัพย์มากมายอันเกิดจาการทำการค้า ทำธุรกิจ แต่คำถามของลูกชายสูงกว่านั้น จึงไม่กล้าตอบ แม้ตอบไม่ได้ ก็ไม่ยังลดละที่จะหาคำตอบ ระลึกนึกถึงพระพุทธเจ้าทันที ส่วนคนอื่นไม่มีทางตอบได้แน่นอน แม้พรหมชั้นสูงสุด ไม่ต้องพูดถึงสัตว์นรกเลย

เมื่อเข้าเฝ้าพระพุทธองค์แล้ว ได้ถามปัญหาดังกล่าว พระพุทธองค์เลยเล่าให้ฟังถึงว่า พระพุทธองค์เคยตอบปัญหานี้แก่ลูกคนนี้แล้วเมื่อหลายชาติก่อน ซึ่งเขาก็ถามอย่างนี้เหมือนกัน

หลักแห่งความเจริญก้าวหน้าประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์ ดังนี้

๑. อาโรคยะ สุขภาพแข็งแรง สุขภาพดี ไม่ขี้โรค

๒. ศีล ความประพฤติดี มีวินัย ฝึกฝนอบรมตนในมรรยาทอันงาม

๓. พุทธานุมัต ศึกษาแนวทางที่ดีงาม เอาอย่างคนเก่งคนดี เอาคนดี คนเก่งเป็นแบบของชีวิต

๔. สุตะ ใฝ่หาความรู้อยู่เสมอ ฝึกตนให้เชี่ยวชาญและทันต่อเหตุการณ์เสมอ

๕. ธรรมานุวัติ ดำเนินชีวิตโดยทางชอบธรรม

๖. อลีนตา ตื่นตัว กระตือรือร้นเสมอ เพียรพยายามไม่หยุดหย่อนมีกำลังใจแข็งกล้า ไม่ท้อถอยเฉื่อยชา คิดก้าวหน้าอยู่ตลอดเวลา

เราจะประกอบอาชีพอะไรก็ตาม ต้องฝึกจิตตัวเองให้เป็นดังนี้ เท่านั้นจึงจะประสบความสุขอย่างปลอดภัย ดังนี้

๑. อาโรคยะ สุขภาพแข็งแรง สุขภาพดี ไม่ขี้โรค

ก่อนทำงานทุกงาน หากสุขภาพไม่ดี จะทำงานได้ไม่ดี ทำงานได้ไม่เต็มที่ หากร่างกายไม่แข็งแรง โลกทั้งโลกจะสวยงามแค่ไหน น่าตื่นตาตื่นใจแค่ไหน คนขี้โรคก็ไร้ซึ่งความรู้สึก ลองนึกดูเพียงแค่โรคประจำวัน คือ ปวดอุจจาระ ปัสสาวะอย่างหนัก ขณะที่ทำลังไปดูสวนดอกไม้ที่สวยที่สุดในโลก กลิ่นหอมของดอกไม้ก็หอมที่สุดของโลก ดอกไม้ก็งามที่สุดของโลก แต่คนที่ปวดอุจจาระปัสสาวะอย่างหนัก จะไม่สนุกกับความสวยงาม กับความหอมของดอกไม้เลย นี้แค่ทุกข์ประจำวันที่รักษาได้ง่ายๆ มันยังทรมานขนาดนี้ ไม่สนใจความงามใดๆเลย แล้วถ้าคนที่เป็นโรคอื่นๆ จะทรมานขนาดไหน

ปฏิบัติธรรมกรรมฐานก็เช่นกัน หากร่างกายไม่แข็งแรง ก็เข้าถึงธรรมได้ยากมากๆ อาจจะไม่ได้เลย

ร่างกายแข็งแรง จึงเป็นด่านแรกของความสุขทั้งปวง เป็นด่านแรกแห่งความสำเร็จทั้งปวง เพราะฉะนั้น ความสำเร็จอันดับแรกที่มนุษย์ผู้หวังความเจริญต้องทำคือ ฝึกตนเองให้แข็งแรง

พูดถึงการทำให้ร่างกายแข็งแรง ผู้อ่าน ผู้ฟังแทบทุกท่านน่าจะรู้และชำนาญกว่าผู้เขียน ในทางพระพุทธพระพุทธศาสนา พระพุทธองค์สอนวิธีฝึกให้ร่างกายแข็งมีหลายที่หลายแห่ง ดังนี เช่น

๑. เดินจงกรม คือการออกำลังกายนั่นเอง หมั่นเพียรทำเสมอๆ

๒. หมั่นรักษาร่างกายให้สะอาด

๓. หมั่นซักเครื่องนุ่งห่ม

๔.รักษาความสะอาดสิ่งของเครื่องใช้ตลอดเวลา

๕. รับประทานอาหารแต่พอประมาณ ไม่ให้อิ่มเกิน คือไม่กินมากเกินไป ไม่กินน้อยเกินไป

๖. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

๗. ไม่รับประทานอาหารตามกิเลส แต่รับประทานตามปัญญา คือรู้ว่ากินอะไรอย่างไรสุขภาพจะดี

๘. ไม่รับประทานอาหารเพราะกระแส แต่รับประทานตามความเป็นจริงที่ร่างกายจะสบาย

๙. กำหนดเป้าหมายของการรับประทานอาหารว่า เพื่ออะไร แล้วเราจะระมัดระวังในการรับประทานอาหาร

รวบรวมคร่าวๆเท่านั้น

ความสำเร็จต่อไปที่ต้องมีคือ

๒. ศีล ความประพฤติดี มีวินัย ฝึกฝนอบรมตนในมารยาทอันงาม

ระเบียบวินัย เป็นความจำเป็นอย่างยิ่งของมนุษย์ ธรรมชาติทุกชนิดมันมีกฎของมัน เราจึงสร้างกฎคณิตศาสตร์ กฏฟิสิกส์ เป็นต้น เพื่อเรียนรู้กฎธรรมชาติ

พฤติกรรมของมนุษย์ หากไม่มีกฎบังคับ ไม่มีกฎอบรมนิสัย ใครอยากจะทำอะไรก็ทำ ลองคิดดูเถิดว่ามันจะวุ่นวายขนาดไหน ขนาดมีกฎแล้ว มนุษย์ยังวุ่นวายขนาดนี้

ศีล ยังรวมไปถึงมารยาทของมนุษย์ด้วย มารยาททำให้มนุษย์น่าเลื่อมใส น่านับถือ น่ากราบไหว้ น่าบูชา เขาจึงเรียกว่าสมบัติผู้ดี

การเคารพขอบเขตของกันและกัน จะทำให้เราอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ไม่ระแวง ไม่ผวาถึงผู้จะมาล่วงล้ำเขตแดน

ไม่ต้องกลัวว่า หากเรามีศีล แล้วคนอื่นไม่มีศีล เราก็เดือดร้อนอยู่ดี แล้วเราจะมีศีลไปทำไม อันที่จริง ศีลนั้นแหละจะคุ้มครองรักษาคนดีมีศีล แต่เนื่องจากชีวิตมันเดินทางมาไกลและยาวนาน ไม่รู้ว่าระหว่างทางที่ผ่านมานั้น ไปทำอะไรมาบ้าง หากทำผิดก็ต้องถูกเอาคืน แต่อย่าไปสนใจมากนัก จงใส่ใจขณะนี้ให้มากที่สุด คนดี ต้องดีแน่นอน กฎธรรมชาติมันเป็นอย่างนั้น

หากคิดว่าคนอื่นผิดศีล เราจะมีศีลไปทำไม เราก็ต้องผิดตอบ อันนั้นมันคิดแบบสัตว์เดรัจฉาน ใช้กำลังอย่างเดียว มีกำลังมากก็ชนะ มีกำลังน้อยก็แพ้ไป ใครเผลอตาย

งานที่ทำด้วยศีล จะไม่ก้าวก่ายขอบเขตของผู้อื่น เช่นไม่เบียดเบียน (ปาณาฯ) ไม่เอาเปรียบผู้อื่น (อทินนาฯ)เป็นต้น

๓. พุทธานุมัต ศึกษาแนวทางที่ดีงาม เอาอย่างคนเก่งคนดี เอาคนดี คนเก่งเป็นแบบของชีวิต

เอาคนเก่ง คนดี เป็นแรงบันดาลใจ เป็นวิธีหนึ่งที่จะทำให้เราก้าวไกลไปข้างหน้า ประสบความสำเร็จในชีวิตอย่างดีงาม

กัลยาณมิตร สำคัญมาก เพราะเขาผู้นั้นเท่านั้นจะเปลี่ยนแปลงชีวิตของให้เราให้ดีงาม ประสบความสำเร็จได้ในทุกเรื่องที่เราต้องการ การคบคนนี้สำคัญมาก หากวันหนึ่งๆ เราคุยกับคนธรรมดาทั่วไป ไม่เคยคิดสร้างสรร เราก็จะจำเจอยู่อย่างนั้นเหมือนเขา แต่หากเราลองหาหนังสือที่กระตุ้นความคิดไม่เหมือนคนทั่วไปมาอ่านสักครั้งหนึ่ง เราจะเริ่มเปลี่ยนวิธีคิดทันที

เสพสื่อ ก็เหมือนกัน ควรเลือกดูเลือกชมรายการที่ให้กำลังใจ ที่สร้างแรงบันดาลใจอยู่เรื่อยๆ แล้วเราก็ตั้งใจว่า เราจะต้องทำอะไรสักอย่างที่เราอยากจะทำให้สำเร็จให้ได้ เราจะเป็นหรือจะได้อย่างนั้นจริงๆ จิตนี้มหัศจรรย์มาก

จงคิดสร้างสรร อย่าจำเจอยู่กับความคิดที่ทำลายชีวิต ทำลายสมอง มันจะเปลี่ยนนิสัยไม่ได้ จำเจอยู่แบบเดิมๆจนตาย ก็ยังไม่รู้ว่าตัวเองถูกความจำเจทำลายชีวิต

เมื่อคิดสร้างสรรได้ เราจะหาคนเก่งคนดีที่ประสำความสำเร็จในชีวิต มาเป็นแรงบันดาลใจเรา

แรงบันดาลใจ เป็นสิ่งที่สำคัญจริงๆ แรงบันดาลใจเท่านั้นที่จะสร้างเราให้ก้าวไกล หากยังวนเวียนกับคนจำเจ เราก็อยู่แค่นั้น เช้าชามเย็นชาม และที่น่ากลัวมันจะสร้างความยึดมั่นกับความจำเจ แล้วก็ไปกีดกันคนอื่น ทำลายน้ำใจของผู้อื่น

๔. สุตะ ใฝ่หาความรู้อยู่เสมอ ฝึกตนให้เชี่ยวชาญและทันต่อเหตุการณ์เสมอ

การเป็นคนทันสมัย ทันเหตุการณ์อยู่เสมอ จะทำให้เราไม่ล้าหลัง ไม่จมปลักอยู่กับที่ หลายคนชอบจมปลักอยู่กับอดีต บางคนชอบเอาอดีตมาเติมเต็มในปัจจุบัน ครั้งหนึ่งชีวิตมันเคยขาด แต่ตอนนี้มีแล้ว ก็เลยเอาอดีตของชีวิตมาเติมให้มัน คนคิดอย่างนี้ ไม่เจริญเลย หากจะมีเงินมีทองอยู่บ้าง อีกไม่นานนัก เงินทองนั้นก็จะหมด เพราะเขามัวไปเติมอดีตของเขาที่มันเคยขาด

ควรศึกษาหาความรู้พัฒนาตนเองให้ดียิ่งขึ้น หาความรู้ก็ต้องเป็นความรู้จริงๆ ไม่ใช่อ่านแค่ในโซเชียลที่สนองกิเลสตัณหาตัวเองเท่านั้น เช่นเลือกอ่านเฉพาะที่เราถูกใจ ผิดถูกไม่สนใจ ขอเพียงมีความสุขที่ได้อ่านคนที่คิดเหมือนเรา อ่านกี่ครั้งๆก็อยู่แค่นี้ ไม่ได้พัฒนาสมองเลย ไม่ได้กระตุ้นจิตให้คิดดีงามเลย ความรู้อย่างนี้ เป็นความรู้ที่ทำลาย

ความรู้บนโซเชียล ก็เหมือนคบคน อ่านของคนมีอคติ เราจะมีอคติเหมือนคนเขียน อ่านของคนที่คิดสร้างสรร เราจะได้ความคิดแบบสร้างสรร

ความรู้ ควรเป็นความรู้ที่พัฒนาชีวิตในทางที่เราต้องการ ฝึกใฝ่รู้ใฝ่การศึกษาใหม่ๆอยู่เสมอ เราจะทันคน ทันเหตุการณ์ แล้วทำอะไรก็สำเร็จ อย่างที่ซุนวูกล่าวว่า “รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง”

๕. ธรรมานุวัติ ดำเนินชีวิตโดยทางชอบธรรม

การดำเนินชีวิตด้วยธรรม นั้นค่อนข้างจะกล่าวมาเยอะแล้วในบทอื่นๆน่าจะเพียงพอที่จะเป็นข้อมูลได้

๖. อลีนตา ตื่นตัว กระตือรือร้นเสมอ เพียรพยายามไม่หยุดหย่อนมีกำลังใจแข็งกล้า ไม่ท้อถอยเฉื่อยชา คิดก้าวหน้าอยู่ตลอดเวลา

ธรรมะ ๕ ข้อ ข้างต้นจะเกิดไม่ได้เลย หากไม่มีข้อที่ ๖ โลกเปลี่ยนแปลงได้ก็เพราะคนที่ตื่นตัวอยู่เสมอ คิดแล้วทำ ไม่ใช่คิดแล้วจบแค่การคิด คนส่วนใหญ่ได้แค่คิด แต่ขาดการกระตุ้น แรงกระตุ้นภายในของตัวเอง นี้สำคัญมาก คนที่กระตุ้นตัวเองเป็น จะเป็นคนที่มีกำลังใจเสมอ มีแรงเสมอ คิดอะไรใหม่ๆได้เสมอ และคนประเภทนี้ มีความสุขกับการทำงาน แก้ปัญหางาน และไม่มีอะไรเลยจะติดขัดในความคิดของคนประเภทนี้ได้

คนตื่นตัว ไม่ใช่คนเหลาะแหละโลเล ไฮเปอร์ (Hyperactivity) อยู่ไม่นิ่ง ไม่เป็นสุข นอนไม่หลับ ๗ วัน ๗ คืน ไม่ใช่อย่างนั้น

คนตื่นตัวคือคนคิดสร้างสรรอย่างมีความสุข

หลักธรรม ๖ ข้อนี้ คือ กลวิธีสร้างสุข สร้างความเจริญ สร้างสรรสังคม สร้างสรรสภาพแวดล้อมให้สุขตามไปด้วย

อ้างอิง

https://84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=27&i=84

 

 

You may also like...

Popular Articles...

Schreibe einen Kommentar