Buddhadhamma Tepitaka Bimbisara i_mixdown

Buddhadhamma Tepitaka Bimbisara i_mixdown
Buddhadhamma Tepitaka Bimbisara i_mixdown
Popularität:0
  • Beschreibung

Buddhadhamma Tepitaka Bimbisara i_mixdown

ชวนโยมเรียนพระไตรปิฎก

เรื่อง พิมพิสารสมาคมกถา

ตอน ความปรารถนา ๕ ประการของพระเจ้าพิมพิสาร

(ฉบับมหาจุฬาฯ ข้อที่ ๕๗)

พระเจ้าพิมพิสาร เคยพบพระพุทธเจ้าแล้วเมื่อ ๖ ปีที่แล้ว สมัยนั้น พระพุทธองค์เป็นพระมหาสมณโพธิสัตว์แสวงหาทางบรรลุธรรมอยู่ และขอร้องให้พระองค์หากบรรลุธรรมแล้ว ขอได้โปรดมาแสดงธรรมแก่ตนก่อน

พระผู้มีพระภาค ก็ทำตามสัญญาที่สัญญาไว้เมื่อ ๖ ปีที่แล้ว แต่ก่อนเปลื้องคำสัญญา ควรจะให้เกิดประโยชน์มากกว่านั้น หากเพียงแค่มาเทศนาสอนธรรมแก่พระเจ้าพิมพิสารพระองค์เดียว อาจจะได้ประโยชน์แค่พระองค์คนเดียว

พระผู้มีพระภาคเจ้า จึงไปหาคนที่ชาวเมืองราชคฤห์เคารพนับมากที่สุดก่อน คือชฏิล ๓ พี่น้อง ได้แก่ อุรุเวลกัสสปะ

นทีกัสสปะ ยคากัสสปะ ที่อุรุเวลาเสนานิคม เป็นภูเขาไม่สูงนักลูกหนึ่ง เขตเมืองคยา

ชฏิลทั้ง ๓ เป็นลัทธิบูชาพญานาค ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ตรงกันข้ามกับภูเขา ดงคสิริ ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ ๗ ก.ม. มีแม่น้ำเนรัญชรา คั่นกลาง

พระพุทธเจ้าทำทีไปขอพักสักหน่อย อุรุเวลกัสสปะ ก็บอกว่าไม่มีที่พักให้ แต่มีที่หนึ่ง หากอยู่ได้ก็อยู่ อยู่ไม่ได้ก็ไม่ต้องอยู่ คือศาลาบูชาพญานาค แต่พญานาคมีพิษร้ายแรงนะ ตายไม่รับผิดชอนนะ

พระพุทธเจ้ารับเงื่อนไขของอุรุเวลกัสสปะ ไปพักอยู่ตรงนั้น

พอพระพุทธองค์ไปอยู่ พญานาคก็ไม่พอใจ ปกติมีแต่คนมากราบไหว้บูชา แต่สมณะนี้ถือดีอย่างไร ไม่กราบไหว้บูชาตน จึงจะมาทำร้ายพระพุทธเจ้า แต่ฤทธิ์พญานาคน้อยเหลือเกิน ทรงทำให้พญานาคหมดพิษสง แล้วก็แสดงปาฎิหาริย์ข่มทิฏฐิของอุรุเวลกัสสปะ ขนาดเห็นกับตา กัสสปยังไม่ยอมพระพุทธเจ้า

สุดท้าย อุรุเวลกัสสปก็หมดหนทางที่จะลองดีกับพระพุทธเจ้า จึงยอม เมื่อยอมแล้ว ก็ขอบวชพระ พระพุทธองค์บอกให้ว่า ต้องไปถามลูกศิษย์ดูก่อน พวกเขายินดีไหม พอถามแค่นั้น บรรดาลูกศิษย์ทั้ง ๕๐๐ คน ยอมตั้งแต่เห็นปาฏิหาริย์ของพระพุทธเจ้าแล้ว

และนทีกัสสปะ มีลูกศิษย์ ๓๐๐ คน คยากัสสปะมีลูกศิษย์ ๒๐๐ คน ก็เลื่อมใสศรัทธาบวชเป็นพระภิกษุตาม รวมทั้งหมดเป็นพระ ๑,๐๐๐ รูป น่าจะ ๑๐๐๓ กับอาจารย์ด้วย ตอนหลังได้ฟังธรรมจากพระพุทธองค์ ได้บรรลุพระอรหันต์พร้อมฌานอภิญญาหมด

ได้คนที่ชาวเมืองราชคฤห์เคารพนับถือมากแล้ว พระพุทธองค์ก็พาพระภิกษุสงฆ์เหล่านั้นทั้งหมดมาเมืองราชคฤห์ ถึงแล้ว ก็ประะทับอยู่รอบนอกเมืองราชคฤห์อยู่บริเวณสวนป่าลัฏฐิวัน(แปลว่าสวนตาลหนุ่ม)

เมื่อพระเจ้าพิมพิสารทราบ ก็รีบพาชาวเมือง จำนวน ๑๒๐,๐๐๐ คน มาเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า เดินทางไกลพอสมควร ประมาณ ๑๒ ก.ม.จากเมืองราชคฤห์ (หากตำแหน่งสวนลัฎฐิวันปัจจุบันนี้คือตำแหน่งสมัยโน้น)

พอชาวเมืองมาถึงที่ประทับของพระพุทธเจ้า ต่างก็ไม่มั่นใจว่าอาจารย์ของพวกตนเป็นลูกศิษย์ของพระสมณโคดม หรือพระสมณโคดมเป็นลูกศิษย์ แม้อาจารย์ของพวกตนเป็นพระภิกษุห่มจีวรต่างจากฤาษีแล้วก็ตาม เมื่อไม่มั่นใจ จงแสดงตนเคารพพระพุทธเจ้าบ้าง ไม่เคารพบ้าง เฉยๆบ้าง

พระพุทธเจ้าจึงทรงให้พระอุรุเวลกัสสปะบอกความจริงว่าเรื่องเป็นอย่างไร พระอุรุเวลกัสสปะ ได้ประกาศตนเป็นลูกศิษย์ด้วยการเหาะขึ้นกลางอากาศ แล้วประกาศธรรมะ ลงมากราบพระบาทของพระพุทธเจ้า

เมื่อชาวเมืองมั่นใจแล้วว่า อาจารย์ชฏิลเป็นลูกศิษย์ของพระพุทธเจ้า ขนาดอาจารย์ของพวกตน ยังยอมพระพุทธเจ้า แสดงว่าพระพุทธเจ้าต้องเก่งจริง จึงยอมลดทิฏฐิมานะหมด แล้วฟังธรรมด้วยศรัทธา

พอใจเปิดกว้างแล้ว สิ่งดีงามก็เข้าง่าย คนเหล่านั้นพอฟังธรรมจบ ก็บรรลุโสดาบันถึง ๑๑๐,๐๐๐ คน อีก ๑๐,๐๐๐ ประกาศตนเป็นพุทธบริษัท

นี้คือเหตุผลที่พระพุทธองค์ต้องไปดึงคนที่หมู่ประชานับถือมาบวชพระก่อนแล้วจึงมาแสดงธรรมแก่ชาวราชคฤห์

พระเจ้าพิมพิสาร แม้พระองค์บรรลุโสดาบันแล้ว พร้อมกับหมู่ประชาชนนั้น พระองค์ก็ยังประกาศตนเป็นอุบาสก แล้วประกาศความปรารถนาของพระองค์ ๕ ประการ ที่เคยปรารถนาไว้ ตอนนี้ สำเร็จทุกประการแล้ว คือ

๑. ขอให้หมู่ประชาพร้อมใจกันยกหม่อมฉันขึ้นเป็นกษัตริย์ (พระองค์ได้เป็นกษัตริย์ตั้งแต่อายุ ๑๕ ปี)

๒. ขอให้มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จมาสู่แคว้นของหม่อมฉัน

๓. ขอให้หม่อมได้เข้านั่งใกล้พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น

๔. ขอให้พระผู้มีพระภาคเจ้านั้นแสดงธรรมแก่หม่อมฉัน

๕. ขอให้หม่อมฉันรู้ทั่วถึงธรรมนั้น (ขอให้ได้บรรลุธรรม)

ตอนนี้ความปรารถนา ๕ ประการ สำเร็จหมดแล้ว พระเจ้าพิมพิสารดีพระทัยจนถึงกับประกาศความในใจให้พระพุทธเจ้าทราบ

พระเจ้าพิมพิสารอายุน้อยกว่าพระพุทธเจ้า ๕ ปี แสดงว่า ขณะนั้นพระองค์มีอายุ ๓๐ ปี(ขอพูดเป็นภาษาชาวบ้าน)

น่าสังเกต คือ เมืองราชคฤห์ ศาสนาเชนเจริญรุ่งเรืองมากในสมัยนั้น แต่ทำไมพระเจ้าพิมพิสาร ยังทรงรู้ว่า พระพุทธเจ้าต้องเป็นคนอย่างไร ธรรมะเป็นอย่างไร การบรรลุธรรมเป็นอย่างไร ทั้งที่พระองค์น่าจะถูกวัฒธรรมแบบเชนหรือแบบพราหมณ์ครอบงำทางความคิดมากกว่า

คงต้องบอกว่าบุญของพระองค์เท่านั้น ที่ทำให้พระองค์คิดแตกต่างจากคนอื่นในสมัยนั้น

ความปรารถนา เป็นการกำหนดทางเดินของชีวิต กำหนดเส้นทางให้ชีวิตเดินไปสู่เป้าหมายหรือจุดหมายปลายทางของชีวิต ชีวิตที่ไร้การกำหนดทางเดิน จะขาดความกระตือรือร้น ให้แต่ความอยากพาเดิน เบื่อก็หยุด อยากก็เดินต่อ เป็นอยู่อย่างนี้จนบัดนี้ร่างกายแก่ไปไร้คุณค่า

จิตงาม ก็กำหนดเป้าหมายชีวิตงาม จิตสกปรกก็กำหนดเป้าหมายชีวิตสกปรก พระเจ้าพิมพิสาร จิตงามตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น แม้จะถูกลูกฆ่า พระองค์ก็ยังมีใจงามจนเป็นเทวดาอยู่ตอนนี้

แล้วพระองค์ก็นิมนต์พระพุทธเจ้าพร้อมพระภิกษุสงฆ์ฉันภัตตาหารพรุ่งนี้เช้า

อ้างอิง

https://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=04&siri=17

You may also like...

Popular Articles...

Schreibe einen Kommentar

Deine E-Mail-Adresse wird nicht veröffentlicht. Erforderliche Felder sind mit * markiert.

Diese Website verwendet Akismet, um Spam zu reduzieren. Erfahre mehr darüber, wie deine Kommentardaten verarbeitet werden.