Buddhadhamma Tepitaka Cakkasutta mixdown

Buddhadhamma Tepitaka Cakkasutta mixdown
Buddhadhamma Tepitaka Cakkasutta mixdown
Popularität:0
  • Beschreibung

Buddhadhamma Tepitaka Cakkasutta mixdown

พระมหาทองนาค นาควโร ประธานสงฆ์วัดธรรมวิหาร ฮันโนเฟอร์ เยอรมัน

(พระธรรมเทศนา ; การเทน์ )

Sprecher ist Phra Maha Thongnark Nagawaro , Abt des

Wat Dhammavihara Hannover . ( hier hören wir eine Predikt / Vortrag v. Abt )

กลิคที่ Download

www.wathannover.de

ชวนโยมเรียนพระไตรปิฎก

เรื่อง จักกสูตร

ผู้ที่จะประสบความสำเร็จในชีวิตอย่างดีเยี่ยม

ผู้ที่จะประสบความสำเร็จในชีวิตทุกๆขั้นตอน คือในระหว่างแห่งอายุขัยนี้ จะต้องมีองค์ประกอบหลักที่สำคัญยิ่ง ๔ อย่าง ดังนี้

๑. ปฏิรูปเทสวาสะ สภาพแวดล้อมเหมาะสม

๒. สัปปุริสูปัสสยะ การรู้จักเข้าหาคนดี ผู้รู้หลักแห่งความเจริญที่ตนต้องการ

๓. อัตตสัมมาปณิธิ ตั้งตนไว้ชอบ สร้างความหวัง สร้างเป้าหมายของชีวิตที่ถูกต้อง

๔. ปุพเพกตปุญญตา มีบูญดี มีพื้นฐานของชีวิตดี

อธิบาย

๑. ปฏิรูปเทสวาสะ สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม

ทำเลดีนั้นสำคัญมากต่อการดำเนินชีวิตให้เจริญก้าวหน้าในทุกด้าน การมีทำเลดี จะทำให้เราเหนื่อยน้อยลง แต่ผลงานเราจะได้เยอะมาก

คำว่าทำเลดีนั้น มันอาจจะไม่ใช่เป็นคำตอบสำหรับทุกคน เพราะแต่ละคนมีนิสัยที่แตกกัน นิสัยนี้เองจะเป็นตัวกำหนดทำเล บางคนทำงานนี้แล้วเจริญก้าวหน้า แต่อีกคนหนึ่ง ไม่เจริญเลย ไม่ก้าวหน้าเลย บางคนคบกับคนนี้ไม่ได้ แต่อีกคนหนึ่งกลับคบกับคนนี้ได้อย่างสบายๆ และเจริญก้าวหน้าอย่างดี อยู่กับคนธาตุเหมือนกันหรือโฉลกเดียวกัน จะมีความสุขและเจริญก้าวหน้าเร็ว

สถานที่ก็เช่นเดียวกัน ต้องเหมาะกับนิสัยใจคอของตนเอง จึงจะเจริญก้าวหน้า เช่นบ้านหลังหนึ่ง คนหนึ่งอยู่ไม่ได้ แต่อีกคนอยู่ได้

อันที่จริงคำว่า “ปฏิรูปเทสวาส” นี้ รวมทุกอย่าง ระหว่างสิ่งของภายนอกกับนิสัยใจคอยของเรา ที่เข้ากันได้อย่างงดงาม เหมาะสม สมส่วน การเหมาะสมนี้เองจะทำให้เกิดการคล่องตัว เมื่อคล่องตัว ทำอะไรก็ง่าย สบาย

แม้การปฏิบัติกรรมฐาน ก็ต้องเหมาะกับอารมณ์กรรมฐาน แต่การทำกรรมฐานที่เหมาะกับอารมณ์นั้น พระพุทธเจ้าทรงใช้อีกศัพท์หนึ่งว่า “สัปปายะ ความเหมาะสม ความสบายในการปฏิบัติ จึงจะเจริญก้าวหน้าในกรรมฐานได้เร็ว

กับคนก็เหมือนกัน หากทำงานกับคนที่เหมาะกัน งานก็เจริญ ทำงานก็มีความสุข สภาพแวดล้อมของการทำงานที่มีความสุข ก็จะส่งผลต่อสภาพแวดล้อมอื่นด้วย เช่น ครอบครัวก็อบอุ่น เพื่อนๆก็มีความสุขตามไปด้วย แม้คนรอบข้างที่ไม่รู้จักกันก็พลอยมีความสุขไปด้วย

สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม สมส่วน จึงสำคัญยิ่งในการพัฒนาชีวิต

๒. สัปปุริสูปัสสยะ การรู้จักเข้าหาคนดีผู้รู้หลักแห่งความเจริญที่ตนต้องการ

นิสัยที่รักความดี รักความเจริญ อันนี้สำคัญมาก หากเป็นคนที่ไม่รักดีแล้ว ถึงมีคนเก่งคนดีให้คบ อยู่ท่ามกลางคนดี แต่นิสัยไม่รักดีแล้ว ก็ไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย

เมื่อเรามีนิสัยรักดี ความดี รักความเจริญก้าวหน้า เราจะไม่ปล่อยให้ชีวิตเดินไปข้างหน้าแบบเช้าชามเย็นชาม

หนังสือเล่มไหนดี เราก็จะหามาอ่าน หรือหนังสือเล่มไหนที่จะพัฒนาความคิดของเราในทางที่ดีขึ้น เราก็จะหามาอ่าน สื่ออะไรที่เสพแล้ว เกิดความคิดสร้างสรร เราจะเสพสื่อนั้น คนรักดีจะเลือกเสพสื่อที่พัฒนาชีวิตในทางดีงาม ส่วนคนที่ไม่รักดี จะปล่อยชีวิตไปตามยถากรรม เสพสื่อไปเรื่อยเปื่อย เลือกเสพแต่เฉพาะที่กิเลสชอบ อันไหนที่ปัญญาชอบ ความเกียจคร้านจะออกมากันก่อนเลย เช่นไม่อยากดู ไม่อยากอ่าน เอาไว้ก่อน ยิ่งหากเป็นคนที่เต็มไปด้วยอคติด้วยแล้ว จะเสพเฉพาะสื่อที่เสริมสร้างอคติของตนให้แข็งแรงยิ่งขึ้น

ผู้ใดเป็นคนดี เป็นคนเก่ง ฉลาด ชำนาญเรื่องที่เราอยากรู้ ก็เข้าหาผู้นั้น สอบถาม ไต่ถามเพื่อความกระจ่าง ตามตื้ออยู่เรื่อยๆ เพราะเราอยากรู้อะไรจากท่าน

องค์ประกอบข้อหนึ่ง ที่จะทำให้เป็นคนเจริญก้าวหน้าในชีวิต คือ นิสัยที่รักดี รักความเจริญต้องมี เพราะนิสัยอันนี้ จะเป็นแรงผลักดันให้เราดิ้นรนหาคนดี คนเก่ง หาแหล่งข้อมูลที่ดี

๓. อัตตสัมมาปณิธิ ตั้งตนไว้ชอบ สร้างความหวัง สร้างเป้าหมายของชีวิตที่ถูกต้อง

มีเป้าหมายในชีวิต มีความหวังในชีวิต คือ ต้องมีศรัทธา ก่อน

ศรัทธา ความเชื่อมั่น ความเอิบอิ่ม ความกระตือรือร้นที่จะประสบความสำเร็จในชีวิต หากไม่มีความเชื่อมั่น ไม่มีความอยากประสบความสำเร็จ ไม่มีความอยากเจริญก้าวหน้าในชีวิต ถึงจะมีหลักข้อที่ ๑,๒ อยู่พร้อมหน้า ก็ไม่มีประโยชน์อะไร อะไรก็ไม่เอา อะไรก็ไม่เอา ชีวิตจะเป็นอย่างไร ช่างมัน ปล่อยมันเรื่อยๆ อะไรจะเกิดก็เกิดช่างมัน คนนิสัยอย่างนี้ เป็นลูกน้องหน่วยงานไหน หน่วยงานนั้นเสื่อม แย่ หัวหน้าจะเหนื่อยมาก เพื่อนร่วมงานก็เหนื่อยตาม หากเป็นหัวหน้างาน ยิ่งแย่หนัก

คนที่เชื่อมั่นตัวเองด้วยคุณธรรม มั่นใจตัวเองด้วยคุณธรรม มีความกระตือรือร้น เอิบอิ่มในการทำงาน คนประเภทนี้เท่านั้นที่จะสร้างความหวังในชีวิตให้แก่ตัวเอง กล้าคิด กล้าฝัน กล้าจินตนาการ กล้าที่จะทำอะไรที่แตกต่าง และที่สำคัญคนประเภทนี้ ไม่ใช่แค่คิดอย่างเดียว แต่เขาทำด้วย เขาทำความฝันของตนเองได้ อย่างมีความสุข คนประเภทนี้จึงมีคนดี คนที่ประสบความสำเร็จ (สัปปุริสูปัสสยะ)เป็นที่ปรึกษา เป็นแรงบันดาลใจ เป็นกำลังใจ หากไปคุยกับคนอื่น จะถูกกล่าวหาว่า “บ้า คุณทำไม่ได้หรอก เสียเวลา ทำไปทำไมมันลำบาก อยู่อย่างนี้ สบายๆไม่เอา หาเรื่องใส่ตัว” เป็นต้น

คุยกับคนที่ไม่มีความใฝ่ฝัน ไม่มีความหวัง ไม่มีจินตนาการ ไม่กระตือรือร้น แต่กลับมีแต่ความอยาก เราจะหมดแรง หมดพลังใจ เพราะฉะนั้น อย่าไปคุย อย่าปรึกษาคนประเภทนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสบอกว่า คุยกับ “สัปปุริสูปัสสยะ”เท่านั้น ถึงจะมีกำลังใจ และประสบความสำเร็จได้

ศรัทธาในที่นี้ คือศรัทธาที่ดีงามเท่านั้น จึงจะสร้างความหวัง สร้างเป้าหมายของชีวิต ตั้งชีวิตให้ถูกต้องได้ เป็น “อัตตสัมมาปณิธิ”

๔. ปุพเพกตปุญญตา มีบูญดี มีพื้นฐานของชีวิตดี

พื้นฐานของชีวิต สำคัญมากอีกข้อหนึ่ง คือฐานเดิมของชีวิตนั่นเอง เป็นแรงผลัก แรงหนุนที่จะให้เป็นอย่างไร เช่น ครอบครัวที่พ่อแม่มีการศึกษาดี ศึกษาสูง ลูกก็มักจะตามพ่อแม่ พ่อแม่มีจินตนาการดี ลูกมักเป็นคนเก่ง คนฉลาด หรือพูดชัดๆ คือ นิสัยของลูกคือผลจากการเลี้ยงของพ่อแม่ หรือคำภาษิตไทยว่า ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น นี้คือฐานก่อชีวิต

ทุกสิ่งทุกอย่าง ต้องมีฐานรองรับ จะมั่นคงหรือโคลงเคลง ขึ้นอยู่กับฐาน จะเจริญก้าวหน้าหรือล้มเหลว ขึ้นอยู่กับฐานเท่านั้น

บางคนทำงานหนักมาก แต่ชีวิตของเขาก็ลำบากเหลือเกิน กว่าจะได้เงินแต่ละบาทแต่ละสตางค์ เลือดตาแทบกระเด็น แต่บางคนเพียงแค่พูด ไม่กี่คำ ชี้ไม้ชี้มือเล็กน้อย เงินก็ไหลมา เทมา นี้เป็นเพราะฐานเดิมชีวิต

ฐานเก่านี้เอง ทำให้คนไม่เหมือนกัน เรามีตำแหน่งชีวิตบนโลกใบนี้ไม่เหมือนกัน มีตำแหน่งชีวิตตั้งแต่นอนกลางดินกินกลางทรายไปจนถึงอยู่บนวิมานฟ้า เพราะฐานเดิมของชีวิต

เพราะฐานเดิมของชีวิต ทำให้เราเกิดความใฝ่ฝันในชีวิต เดินตามความฝันอย่างถูกต้อง (อัตตสัมมาปณิธิ) เพราะความใฝ่ฝันนี้เอง ทำให้เราเข้าหาแหล่งที่จะทำให้เราสำเร็จอย่างที่ใฝ่ฝัน

(สัปปุริสูปัสสยะ) และเลือกทำเลชีวิตให้ตัวเองอย่างเหมาะสมงดงาม (ปฏิรูปเทสวาส)

องค์ประกอบทั้ง ๔ ข้อนี้ จะทำให้เราประสบความสำเร็จเร็วหรือช้า และก็ขึ้นอยู่กับว่า เราจะใช้เวลาของความเป็นมนุษย์นี้ พัฒนาศักยภาพของเราให้ดีขึ้นแค่ไหน เพราะหลักธรรมทั้ง ๔ นี้ เราสามารถสร้างให้เกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ได้ ด้วย บางคนอาจจะติดอยู่ที่ธรรมข้อที่ ๔ มีความเชื่อว่า เราคงเตรียมตัวไว้น้อยในปางก่อน หากคิดว่าตนเตรียมไว้น้อย เราก็สามารถเร่งทำความดี เร่งบำเพ็ญบุญกุศลให้มาก ไม่ปล่อยให้เวลาของชีวิตผ่านไปเปล่าๆ

ความดีในปัจจุบันก็จะเป็นฐานให้ธรรมะข้ออื่นเกิดได้ จะประสบความสำเร็จแน่นอน ไม่มีอะไรขวางคนขยันหมั่นเพียรได้

ฝึกช่วยเหลือสังคมบ่อยๆ ฝึกปล่อยวางให้มาก ปล่อยวางไม่ใช่ปล่อยปละละเลย ธุระไม่เอา ธุระไม่ใช่ อย่างนี้เป็นคนเกียจคร้าน หมั่นทำบุญบ่อยๆ ชีวิตของเราจะงดงามทันที จะเจริญก้าวหน้าทันที ทำอะไร คนก็จะช่วยเหลือทันที นี้แหละการเตรียมฐานในปัจจุบัน ที่จะหนุนให้เรามีธรรมะอื่นอีก ๓ ประการ

เราเพียงปฏิบัติตามธรรม ๔ ประการนี้ ผลจะเกิดเองโดยธรรมชาติ เรามีหน้าที่เลือกกินอาหารที่ดีมีประโยชน์ ออกกำลังกายพอประมาณ สุขภาพกระปรี้กระเปร่า สุขภาพดีจะเป็นไปเอง

อ้างอิง

https://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=21&siri=31

 

You may also like...

Popular Articles...

Schreibe einen Kommentar