Buddhadhamma Tepitaka Chantu sutta_mixdown

Buddhadhamma Tepitaka Chantu sutta_mixdown
Buddhadhamma Tepitaka Chantu sutta_mixdown
Popularität:0
  • Beschreibung

Buddhadhamma Tepitaka Chantu sutta_mixdown

ชวนโยมเรียนพระไตรปิฎก

เรื่องชันตุสูตร

คนมันจะชั่วอย่างไรก็ต้องชั่ว แม้อยู่ใกล้กับพระพุทธเจ้าก็ตาม

ภิกษุกลุ่มหนึ่งเรียนกรรมฐานจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วก็ไปอยู่สถานที่แห่งหนึ่งในป่าหิมพานต์ ภิกษุเหล่านั้นเมื่ออยู่ไกลจากพระเนตรพระกรรณ แล้วก็ประพฤติไม่อยู่ในร่องในรอยของธรรมวินัย

ภิกษุเหลรานั้นเย่อหยิ่ง ปากกล้า มีวาจาสามหาว ขาดสติสัมปชัญญะ แม้เคยเรียนรู้ธรรมะเคยเรียนรู้กรรมฐานมาก่อนก็ตาม แต่เมื่อขาดสติขาดสัมปชัญญะแล้วก็กลายเป็นคนชั่วโดยปริยาย

จนเทวดาที่อยู่บริเวณนั้นทนไม่ไหว จึงออกมาตำหนิติเตียนภิกษุเหล่านั้น ว่าทำตัวเหมือนเปรตน่ารังเกียจ ไม่มีใครอยากคบ ส่วนท่านผู้ใดที่ไม่ประมาท เทวดากล่าวว่าข้าพเจ้าขอนมัสการท่านเหล่านั้น

อธิบายธรรม

เมื่อพระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรือง มีคนเข้ามาบวชมากมาย ในจำนวนคนที่มาบวชมากมายเหล่านั้น บางคนก็เข้ามาบวชเพราะเห็นว่าการเป็นพระหากินง่ายอยู่สุขสบาย เพียงแค่ห่มผ้าเหลืองก็หากินได้แล้ว จึงเข้ามาบวชไม่ใช่ด้วยศรัทธอะไรเลย

ภิกษุเหล่านี้ก็เช่นเดียวกัน ถึงแม้ว่าได้ฟังเทศน์ฟังธรรมจากพระโอษฐ์ของพระผู้มีพระภาคเจ้า ได้เรียนพระกรรมฐานจากพระผู้มีพระภาคเจ้าก็ตาม ก็ประพฤติน่ารังเกียจดังกล่าวข้างต้น จนเทวดาทนไม่ไหว เมื่อถึงวันพระ 15 ค่ำ ภิกษุเหล่านั้นมารวมตัวกัน ณ ที่นัดหมาย เทวดาจึงปรากฏตัวขึ้นแล้วกล่าวตำหนิติเตียนภิกษุเหล่าานั้น

มีประโยคหนึ่งที่เทวดากล่าวติเตียนพระเหล่านั้นว่าเหมือนเปรต คือน่ารังเกียจไม่มีใครคบ หมายถึงคนที่ดื้อ คนที่ไม่มีระเบียบมีวินัย คนที่ไม่มีหิริโอตัปปะ เป็นคนที่น่าเกลียดน่ารังเกียจ ไม่มีใครอยากอบรมสั่งสอน ไม่มีใครอยากตักเตือน ถึงตักเตือนไปก็ไร้ประโยชน์เพราะคนเหล่านี้เขาไม่เอาความดี อีกอย่างหนึ่ง ตักเตือนคนพาลมีแต่โทษและอันตราย

อีกอย่างหนึ่งคำว่าเปรตหมาย ถึงคนตายที่ถูกทิ้งไว้ในป่าช้า น่ารังเกียจ เหม็นเน่า พวกสัตว์กินเนื้อต่างๆก็มารวมกัน เยื้อแย่งกินเนื้อ ญาติก็ไม่อยากเข้าใกล้เพราะน่ารังเกียจสกปรก คนที่ดื้อดึง เป็นพาล เป็นคนโง่ก็ไม่มีใครอยากตักเตือนสั่งสอน

คนเหล่านี้ไม่มียางอาย จิตใจก็ฟุ้งซ่าน คุยแต่เรื่องลาภสักการะ เย่อหยิ่ง จองหอง ปากกล้าวาจาสามหาว ไม่มีสติไม่มีสัมปชัญญะ คิดแต่เรื่องนอกลู่นอกทาง ไม่อยู่ในกฎเกณฑ์กติกาไม่มีระเบียบไม่มีวินัย

มีคนมากมาย แม้มีเพื่อนดี แต่ตนเองก็เป็นคนชั่ว แม้มีครอบครัวดี แต่ตัวเองก็เป็นคนชั่ว แม้มีพ่อแม่ที่ดี แต่ตัวเองก็เป็นคนชั่ว แม้มีครูบาอาจารย์ ดีแต่ตัวเองก็เป็นคนชั่ว

บางคนแม้มีอำนาจเบ็ดเสร็จในการจัดการให้หน่วยงานของตนเป็นระบบที่นำไปสู่ความดีความเจริญ ที่จะทำให้ตัวเองดี สภาพแวดล้อมดี สังคมดี แต่เขาก็คิดไม่ได้เพราะเขาคือคนชั่ว เขาคิดอะไรก็ล้วนแต่ก่อปัญหาเพราะคนชั่วคิดยังไงก็ต้องชั่ว เพราะจิตชั่วเป็นตัวคิด

มีคนมากมายเกิดมาเพื่อทำทางไปนรกขุมต่างๆ เกิดมาเพื่อทำทางไปเกิดเป็นเปรต แม้เขามีโอกาสฟังธรรมจากพระพุทธเข้า มีโอกาสอยู่ใกล้พระพุทธเข้า ส่วนคนที่เกิดมาเพื่อเป็นคนชั่ว เกิดมาเพื่อทำทางไปอบายภูมิต่างๆ อีกประเภทหนึ่ง ถึงไม่เคยฟังเทศน์ฟังธรรม ไม่เคยเห็นพระพุทธเจ้า เขาก็เป็นคนชั่วได้ง่าย

ศรัทธาในธรรมเท่านั้น จึงจะผลักเราออกจากทางแห่งความชั่วได้ และพาเราเข้าใกล้ท่านที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ท่านที่สอนธรรมะอย่างถูกต้อง เพราะเราศรัทธาธรรมของพระพุทธเข้านั่นเอง

อ้างอิง

https://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=15&siri=106

You may also like...

Popular Articles...

Schreibe einen Kommentar