Bodhi Baum

Buddhadhamma Tepitaka Culapunnamasutta_mixdown

Buddhadhamma Tepitaka Culapunnamasutta_mixdown
Buddhadhamma Tepitaka Culapunnamasutta_mixdown
Popularität:0
  • Beschreibung

Buddhadhamma Tepitaka Culapunnamasutta_mixdown

ชวนโยมเรียนพระไตรปิฎก

เรื่อง จูฬปุณณมสูตร

เป็นไปไม่ได้ที่อสัตบุรุษ คือคนพาล คนโง่ จะรู้จักคนที่ตัวเองกำลังคบว่าเป็นอสัตบุรุษ คือคนพาล คนโง่ และคนโง่ไม่มีทางที่จะรู้จักว่าใครคือคนฉลาดใครคือคนดีเป็นสัตบุรุษ

อสัตบุรุษ นิสัยคนพาล โง่มักก่อความเสียหาย มีนิสัยดังนี้ คือ

๑. เป็นคนไม่มีศรัทธาในความดี ไม่มีหิริ ไม่มีโอตัปปะ มีสุตตะน้อยคือรู้เรื่องในการทำความดีน้อย เป็นคนเกียจคร้าน ไม่มีสติ มีปัญญาทราม คือปัญญาเลวร้าย เก่งแต่เรื่องก่อความเดือดร้อน

๒. มีนักบวชที่ไม่มีศรัทธา ไม่มีหิริ ไม่มีโอตัปปะ มีสุตตะน้อย(เพิ่มพูนแต่ความรู้ที่ให้เดือดร้อน) เกียจคร้าน(ขยันทำแต่สิ่งที่เดือดร้อน) ไม่มีสติ มีปัญญาทราม เป็นที่เคารพนับถือ เป็นมิตร เป็นสหาย

๓. เก่งแต่เรื่องเบียดเบียนตนเองคือทำตัวเองให้เดือดร้อน ทำผู้อื่นให้เดือดร้อนหรือทำทั้งตัวเองและผู้อื่นให้เดือดร้อน โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังทำสิ่งที่เดือดร้อน หรือเหมือนจะรู้ แต่เพราะความเป็นพาล คือโง่เกิน จึงหลงตนเองว่าเป็นคนดีมาก จึงคิดว่า ไม่เป็นไร ไม่เท่าไหร่ เพราะเรากำลังความดี

๔. เป็นคนมีปกติพูดเท็จ พูดส่อเสียด พูดคำหยาบ พูดเพ้อเจ้อ ที่พวกอสัตบุรุษทำแน่นอน

๕. เป็นคนมีปกติชอบฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม

๖. มีความเห็นว่าทานที่ให้แล้วไม่มีผล ยัญที่บูชาแล้วไม่มีผล การเซ่นสรวงที่เซ่นสรวงแล้วไม่มีผล ผลของกรรมดีกรรมชั่วไม่มี โลกนี้ไม่มี โลกหน้าไม่มี พ่อแม่ไม่มีบุญคุณ โลกทิพย์ไม่มี ทั้งสมณพราหมณ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ รู้แจ้งโลกด้วยปัญญาอันยิ่งด้วยตนเอง และสอนผู้อื่นให้รู้ตาม ก็ไม่มี

บางคนอาจจะเป็นทั้งหมด บางคนอาจจะเป็นบางอย่างเท่านั้น

๗. ถึงให้ทานก็ให้โดยไม่เคารพ ไม่ให้ด้วยมือของตนเอง ไม่ให้ด้วยความอ่อนน้อม หรือถึงให้ก็ให้ไปอย่างนั้นโดยไม่สนใจ และให้ทานก็ไม่สนใจว่าจะมีผลหรือไม่ ให้ไปตามเรื่องตามราวของโลกเท่านั้น หรือให้เพื่อให้เสร็จๆไปแค่นั้น

เมื่ออสัตบุรุษ คือคนพาลไม่รู้ว่าตัวเองก็เป็นพาล หรือคนที่กำลังคบค้าสมาคมรวมกลุ่มอยู่นั้นเป็นคนพาล ก็ไม่มีทางเลยที่จะรู้ว่าคนดี คือสัตบุรุษเป็นอย่างไร คนมีปัญญาเป็นอย่างไร

วิธีทำตนเองและผู้อื่นให้เดือดร้อนของคนที่เป็นอสัตบุรุษผู้พาล มี ๑๐ วิธี ดังนี้

ทางกาย ๓ วิธี

๓/๑. ปาณาติบาต ฆ่า เบียดเบียน ทรมาน

๓/๒. อทินนาทาน เอาเปรียบ คดโกง ขโมย ลัก

๓/๓. กาเมสุมิจฉาจาร ความประพฤติผิดในกาม

ข. ทางวาจา ๔ วิธ

๓/๔. มุสาวาท การพูดเท็จ

๓/๕. ปิสุณาวาจา วาจาส่อเสียด

๓/๖. ผรุสวาจา วาจาหยาบ

๓/๗. สัมผัปปลาปะ คำพูดเพ้อเจ้อ

ค. ทางใจ ๓ วิธี

๓/๘. อภิชฌา เพ่งเล็งอยากได้ของเขา

๓/๙. พยาบาท คิดร้ายผู้อื่น

๓/๑๐. มิจฉาทิฏฐิ เห็นผิดจากคลองธรรม

ด้วยวิธีคิดและการปฏิบัติดังกล่าวมานั้น จะต้องตกนรกและเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานอย่างแน่นอน

มันยากจริงๆที่จะรู้ตัวเองว่าเป็นอสัตบุรุษ ขนาดพระเทวทัต อยู่ใกล้ชิดพระพุทธเจ้า ทำสมาธิถึงขั้นสูงได้ มีอภิญญาได้ จนแสดงอิทธิฤทธิ์ต่างๆ ก็ยังไม่รู้ว่าอะไรดีอะไรชั่วเลย เราทั้งหลายจึงไม่ควรประมาทตนเองเลย อย่าคิดว่าตัวเองทำบุญไว้เยอะแล้วจะปลอดภัยจากนรก เปรต อสุรกาย เดรัจฉาน

จิตเป็นมิจฉาทิฏฐิ ตัวเดียว การได้เกิดเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนาก็ช่วยอะไรไม่ได้ เป็นคนประเภทอสัตบุรุษน่ากลัวเหลือเกิน

อ้างอิง

https://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=14&siri=10

You may also like...

Popular Articles...

Schreibe einen Kommentar