Buddhadhamma Tepitaka Culavibanga Panna_mixdown

Buddhadhamma Tepitaka Culavibanga Panna_mixdown
Buddhadhamma Tepitaka Culavibanga Panna_mixdown
Popularität:0
  • Beschreibung

mp3 Audio file , download-click the Picture !

Buddhadhamma Tepitaka Culavibanga Panna_mixdown

ชวนโยมเรียนพระไตรปิฎก

เรื่อง จูฬกัมมวิภังคสูตร

กรรมที่ทำให้โง่และกรรมที่ทำให้ฉลาด…….

พระมหาทองนาค นาควโร ประธานสงฆ์วัดธรรมวิหาร ฮันโนเฟอร์ เยอรมัน

(พระธรรมเทศนา ; การเทน์ )

Sprecher ist Phra Maha Thongnark Nagawaro , Abt des

Wat Dhammavihara Hannover . ( hier hören wir eine Predikt / Vortrag v. Abt )

กลิคที่ Download

www.wathannover.de  / Foto Khun Abichai Mingporn 2018

ชวนโยมเรียนพระไตรปิฎก

เรื่อง จูฬกัมมวิภังคสูตร

กรรมที่ทำให้โง่และกรรมที่ทำให้ฉลาด

คำว่า “ปัญญาทราม หรือโง่”ในที่นี้ หมายถึงโง่ ไม่ฉลาดในความดีอันเป็นกุศลธรรม แต่อาจจะฉลาดในการทำความชั่ว แพรวพราวเรื่องชั่วๆ ถึงฉลาดมากปานใดก็ตาม ต้องตกนรกแน่นอน เพราะความฉลาดนั้นไปรัดเอาเปรียบผู้อื่น เบียดเบียดผู้อื่น โดยเฉพาะฉลาดในการผิดศีลธรรม

ฉลาดผิดศีลธรรม จะฉลาดใช้ความรู้ หรือไม่มีความรู้ให้ใช้ ก็อยู่เป็นทุกข์ในปัจจุบัน ตายแล้ว ก็เป็นทุกข์ต่อไปอีก

ส่วนฉลาดแล้ว มีความสุข อยู่สบายทั้งในปัจจุบันและอนาคต จนถึงไปเกิดบนสวรรค์

ความฉลาดนั้นเป็นกุศล ใช้ความรู้ที่ศึกษามา ที่อ่านมา ที่ฟังมา หรือที่คิดได้ หรือแม้ไม่มีความรู้อะไรมากนัก แต่ก็ฉลาดในการทำความดี ไม่ทำความเดือดร้อนให้แก่ตนและผู้อื่น แต่หากคนชั่วจะเดือดร้อนเพราะความดีของคนดี ก็ต้องปล่อยให้เขาชั่วต่อไป เพราะเขารับความดีไม่ได้ เอาความดีไปใช้ไม่ได้

ความฉลาดที่ดีงาม พระพุทธองค์ตรัสว่า ต้องขยันหมั่นเข้าไปหาคนดี เป็นคนที่มีจิตบริสุทธิ์ มีเมตตาจริง ไม่หวังลาภสักการะ แล้วสอบถาม พูดคุย สนทนา ถึงความชั่วอันเป็นอกุศล ความดีอันเป็นกุศล อะไรมีโทษ อะไรไม่มีโทษ อะไรควรประพฤติ อะไรไม่ควรประพฤติ อะไรไม่มีประโยชน์ อะไรมีประโยชน์ต่อตนต่อสังคม อะไรทำแล้วมีความทุกข์หรือมีความสุข

แหล่งความรู้ที่ดีคือ สมณและพราหมณ์ ผู้ประพฤติเพื่อดับทุกข์ ไม่ใช่สมณพราหมณ์ทำตัวสกปรก โลภมัวเมาหลงสักการะหาชื่อเสียง อย่างนี้ ไม่ใช่สมณพราหมณ์ที่จะบอกอะไรเป็นกุศล อะไรเป็นอะไรเป็นอกุศลอย่างถูกต้องตามหลักของธรรมชาติได้

คนที่เราคบ เป็นครูอาจารย์ของเราได้ทั้งนั้น หากเรารู้จักคบ แต่กัลยาณมิตรนั้น ถึงผู้นั้นไม่ใช่เพื่อนคบ เป็นเพียงแค่คนรู้จัก ได้อ่านบทเขียนของท่าน ได้ฟังบทบรรยายของท่าน ก็ถือว่าเป็นคำสอนที่ประเสริฐแล้ว หากได้เข้าหาได้สนทนา เราก็เข้าใจชัดยิ่งขึ้น กัลยาณมิตรเท่านั้นที่จะเปลี่ยนชีวิตของเราให้ประเสริฐได้

ส่วนความรู้ที่ได้จากการอ่านตามสื่อต่างๆ แต่ละวันด้วยความหมกมุ่น เรามักอ่านตามกิเลส อ่านเพื่อสนับสนุนความคิดเดิมของตน ทั้งที่รักและที่ชัง เช่นเราชอบผู้หนึ่งหรือฝ่ายหนึ่ง เราจะอ่านข้อเขียนที่เราชอบอย่างมีความสุข เป็นความสุขด้วยตัณหา เป็นโลภจิต ยิ่งอ่านก็ยิ่งมัน ส่งต่อให้คนอื่นให้คนที่คิดอย่างเรา หรืออยากให้คนนั้นคิดอย่างเรา ถึงเราจะมีความรู้มากเพราะเสพบ่อยมากแต่ละวัน ก็เป็นความรู้ที่เสริมกิเลสให้ใหญ่โต ก็เป็นการรู้ที่โง่ เพราะอกุศลเกิดอยู่ก็ยังคิดว่าตนเป็นคนดี คนอื่นเป็นคนชั่ว

ส่วนอ่านเพื่อสนับสนุนความคิดที่ไม่ชอบ เช่นพอเห็นบทเขียนของคนที่ไม่ชอบ หรือฝ่ายที่ไม่ชอบ ยิ่งอ่านก็ยิ่งโกรธ ยิ่งอ่านก็ยิ่งไม่ชอบ ถึงรู้มากแต่รู้ด้วยความเกลียดชัง หรือไม่อยากรู้เลย เป็นทุกข์ ก็เป็นการรู้ที่โง่เหมือนกัน เพราะไม่มีปัญญารู้ว่าตนกำลังอยู่ในความโกรธ

ความรู้ที่ได้จากความรักและชังมีอคติ เป็นปัญญาทรามอย่างหนึ่ง

ความรู้ที่จิตทำ จะติดจิตต่อไปเรื่อยๆไม่ว่าจิตนั้นจะอยู่กับอะไร จึงต้องระวังการกระทำของจิต เพราะถ้าโง่แล้วมันจะโง่หลายชาติ จึงจำเป็นต้องฝึกจิตให้ทำแต่สิ่งดีงามให้มันติดจิตต่อไปเรื่อยๆ

ส่วนความรู้ดีรู้ชั่ว แล้วไม่ประมาท

เมื่อเรา ได้ความรู้อย่างนี้ จะทำให้ระมัดระวังต่อการกระทำของตนเอง มีสติไม่ประมาทต่อการกระทำทางกาย วาจา ใจ จึงชื่อว่ามีปัญญาอย่างแท้จริง

อ้างอิง

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๔

จูฬกัมมวิภังคสูตร

https://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=14&siri=35

You may also like...

Popular Articles...

Schreibe einen Kommentar