Buddhadhamma Tepitaka Dutiya Uruvelasutta_mixdown

Buddhadhamma Tepitaka Dutiya Uruvelasutta_mixdown
Buddhadhamma Tepitaka Dutiya Uruvelasutta_mixdown
Popularität:0
  • Beschreibung

Buddhadhamma Tepitaka Dutiya Uruvelasutta_mixdown

ชวนโยมเรียนพระไตรปิฏก

เรื่อง ทุติยอุรุเวลสูตร

คนดีคนประเสริฐไม่เกี่ยวกับอายุ

ส่วนใหญ่มนุษย์ทั้งหลายที่เกิดมาแล้ว ต่างก็เรียนการทำมาหากิน ซึ่งจัดเป็นระดับชั้นต่างๆ โลกของเรามีคนมากมายที่มีความรู้สูง แล้วก็มีคนมากมายมีความรู้มีความชำนาญในเรื่องต่างๆมากมาย เราจะรู้มากมายปานใดก็ตาม อย่างมากก็รู้วิธีทำมาหากิน และในที่สุดก็ตายไปพร้อมกับความรู้อันนั้น มีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่มีโอกาสศึกษาวิธีทำมาหากินเหมือนสังคมทั่วไป คนที่ไม่มีโอกาสเรียนรู้วิธีทำมาหากิน ก็ค่อนข้างจะลำบากอยู่บ้าง คนเหล่านั้นต้องใช้กำลังกายในการต่อสู้เพื่อทำมาหากิน

คนทั้งหลายจะมีความรู้หรือไม่มีความรู้ในการทำมาหากินก็ตาม สุดท้ายก็ต้องตายด้วยกันทั้งนั้น แล้วก็เพิ่มพูนปริมาณให้โลกใบนี้หนาขึ้น ชีวิตสัตว์ทั้งหลายส่วนใหญ่ก็เป็นอย่างนี้

แต่ถ้าเราฝึกความเป็นมนุษย์ให้มีคุณค่ายิ่งกว่านั้น ก็จะเป็นคนที่ประเสริฐมีความรู้ด้วย มีธรรมด้วยหลักในการ ก็จะเป็นคนที่ประเสริฐอย่างยิ่ง

หลักสำหรับฝึกคน ฝึกตนให้เป็นมนุษย์ที่ประเสริฐ ดังนี้

๑. ศีล

เคารพกฎหมายด้วยดี ไม่ทำตัวอยู่เหนือกฎหมาย มีมารยาทงดงาม วางตัวงดงามในสังคมต่างๆ การเป็นคนมีศีล คือมีมารยาทดีนั่นเอง

๒. พหูสูต

ศึกษาหาความรู้อยู่เสมอ ไม่ใช่เพียงแค่การเรียนในห้องเรียนเท่านั้น แต่หมายถึงการพยายามใช้ความรู้ที่ได้เล่าเรียนมา และศึกษาเพิ่มเติมอยู่เรื่อย การมีความรู้ใหม่ ๆ เข้ามาเสมอ จะทำให้เราได้ความคิดใหม่ๆ

แต่ถ้าหากไม่ไตร่ตรอง ไม่พิจารณาความรู้ที่มีอยู่ จะทำให้เรายึดมั่นถือมั่นในความรู้ที่มีอยู่แค่นั้น ความรู้จำเจที่ไม่มีปัญญาไตร่ตรองจะกลายเป็นงูกัดตนให้เป็นทุกข์

เรียนจบสูงเรียนจบต่ำหรือไม่มีความรู้ก็ตาม หากยึดมั่นถือมั่นในประสบการณ์ที่ตัวเองมีอยู่ จิตตัวหลงจะตีกรอบการคิดนั้นให้แคบ

การหาความรู้มีมากมายหลายวิธี ความรู้ไม่ใช่แค่การอ่านหนังสือเท่านั้น ความรู้สามารถสร้างได้จาก ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ อะไรเข้ามาก็ฝึกไตร่ตรอง ทำอย่างนี้เรียกว่า การสร้างความรู้ หากอะไรที่เข้ามาทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ แล้วไม่ไตร่ตรอง ชอบแบบใดก็เชื่อแบบนั้น ไม่ชอบอะไรก็ปฏิเสธ อย่างนี้เรียกว่า “เถรโง่” คืออายุมากโดยเปล่าประโยชน์

๓. ฌาน

หมั่นนฝึกจิตอยู่เสมอ ไม่ควรปล่อยให้จิตเกิดไปตามยถากรรม ไม่มีการฝึกฝนไม่มีการอบรมไม่มีการหักห้าม

การทำจิตให้สงบเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนที่ต้องการความสุขอย่างถูกวิธี คนจิตสงบอยู่ที่ไหนก็สงบ ใช้อะไรก็สงบ ทำอะไรก็สงบ

๔. มีเจโตวิมุตติมีปัญญาวิมุตติ

เป็นคนอยู่เหนือจิต มีสติสมบูรณ์ ถึงขั้นเป็นพระอรหันต์ แต่สำหรับพวกเราคนธรรมดาทั่วไป ฝึกตนให้มีสติมีปัญญาเกิดขึ้นอยู่เสมอๆ ก็ประเสริฐมากแล้ว

สติปัญญาตัวนี้ เกิดขึ้นบ่อยๆ ก็จะเห็นความคิดของจิตรู้ว่า จิตไหนเป็นจิตสกปรกเป็นอกุศล จิตไหนเป็นจิตสะอาดงดงามเป็นกุศล เมื่อรู้แล้วก็กำจัดชั่วสกปรก เพิ่มปริมาณจิตดีให้มาก

ก็จะกลายเป็นคนที่ไม่มีอคติ มีแต่เมตตาธรรมต่อตัวเองต่อสรรพสัตว์ทั้งหลาย เพราะไม่อยู่ภายใต้กิเลสนั่นเอง

คนที่ฝึกตนเองได้ด้วยหลักสี่ประการนี้ เป็นคนประเสริฐแน่นอน ไม่เกิดมาเสียชาติเกิด ไม่แก่ฟรี แล้วก็ไม่ตายฟรี คนอย่างนี้จะมีอายุขนาดไหนก็ตาม หากมีคุณธรรมทั้งสี่นี้แล้ว ก็เป็นคนประเสริฐทั้งนั้น

ทุกคนสามารถฝึกได้ทั้งนั้น แต่คนโดยส่วนใหญ่ก็ถูกกิเลสครอบงำ กิเลสมักอ้างว่าไม่มีเวลา ไม่พร้อม ใช้เวลานานกว่าจะเห็นผล ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ทำอย่างเดิมต่อก็แล้วกัน

อ้างอิง

https://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=21&siri=22

You may also like...

Popular Articles...

Schreibe einen Kommentar

Deine E-Mail-Adresse wird nicht veröffentlicht. Erforderliche Felder sind mit * markiert.

Diese Website verwendet Akismet, um Spam zu reduzieren. Erfahre mehr darüber, wie deine Kommentardaten verarbeitet werden.