Buddhadhamma Tepitaka Dutiyaaputtaka_mixdown

Buddhadhamma Tepitaka Dutiyaaputtaka_mixdown
Popularität:0
  • Beschreibung

Buddhadhamma Tepitaka Dutiyaaputtaka_mixdown

ชวนโยมเรียนพระไตรปิฎก

เรื่อง ทุติยาปุตตกสูตร

ทำบุญแล้วเสียดาย จะทำให้เป็นคนชอบใช้ชีวิตแบบมัวหมอง มอซอ

วันหนึ่ง มีเศรษฐีชาวเมืองสาวัตถีสิ้นชีวิตลง ไม่มีลูกสืบต่อมรดกนั้น พระเจ้าปเสนทิโกศล จึงให้ขนเข้าคลังหลวง เสร็จแล้ว เสด็จมาเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงทูลเล่าเรื่องนี้แด่พระพุทธองค์

พระพุทธเจ้าจึงตรัสอดีตชาติของเศรษฐีผู้นี้ให้ฟังว่า

ครั้งหนึ่ง เศรษฐนี้ เคยสั่งให้ภรรยาเตรียมอาหารแล้วถวายพระ ภรรยาก็ดีใจมาก เพราะไม่เคยได้ยินเศรษฐีพูดอย่างนี้ ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมา นางจึงเตรียมอาหารบิณฑบาตอย่างดี แล้วถวายพระ

พระที่รับบิณฑบาตนั้น ท่านเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า เป็นพระอรหันต์(ในยุคสมัยที่ไม่มีพระพุทธเจ้า จะมีคนออกบวชแล้วบำเพ็ญเพียรจนเป็นพระอรหันต์ แต่สอนธรรมะแบบละเอียดลึกซื้งไม่ได้ จึงเรียกว่า “ปัจเจกพุทธ”)

เศรษฐีหลังจากสั่งการแล้ว ก็ไปทำธุระที่อื่น เสร็จธุระแล้ว ก็เดินเข้าบ้าน สวนทางกับพระพอดี จึงถามท่านว่า ภรรยาของตนใส่บาตรท่านไหม พระก็ตอบว่า ใส่แล้ว

เศรษฐี ก็อยากจะดูในบาตรพระว่าภรรยาใส่จริงไหม พอพระเปิดบาตรเท่านั้น กลิ่นอาหารที่รสเลิศอร่อย ก็กระทบจมูกเศรษฐี พอก้มดู ยิ่งเห็นชัดว่า อาหารดีมาก แทนที่จะดีใจ กลับโกรธเสียดายอาหาร จึงโวยใส่คนในบ้าน ว่า ทำไมถวายอาหารพระดีขนาดนี้ พระกินแล้ว ก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร สู้ให้ทาส กรรมกร คนงานในบ้านกินยังจะดีกว่าเสียอีก เพราะคนเหล่านี้ ทำงานให้ตน ส่วนพระกินเสร็จแล้ว ก็ไม่รู้ทำอะไร”

อันที่จริง เศรษฐีคนนี้ เคยทำชั่วมาก่อน เมื่อพี่ชายตายแล้ว ก็ฆ่าหลานชายตนเองทิ้ง ซึ่งเป็นลูกของพี่ชายแท้ๆ เพราะกลัวหลานแย่งทรัพย์มรดกด้วย

กรรมที่ให้ภรรยาทำบุญ ถึงแม้จะเพียงครั้งเดียว แต่ได้ทำกับพระอรหันต์ ผลบุญจึงแรงมาก ทำให้เกิดเป็นเทวดา ๗ ครั้ง และเป็นเศษฐีอีกครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๗

ถึงเป็นเทวดา ๗ ครั้ง ก็ไม่เคยทำบุญ เป็นเศรษฐี ๗ ครั้ง ก็ไม่เคยทำบุญ บุญเก่าหมดสิ้น บุญใหม่ไม่มี ก็เลยจบสิ้นเพียงแค่นี้ ต้องตกนรกที่แสนทรมานอีก คือ มหาโรรุวนรก เป็นนรกแห่งความโหยหวน น่าขนพองสยองเกล้า เพราะเสียงร้องมันน่ากลัว ทรมาน โหยหวนด้วยความเจ็บปวด

เกิดเป็นเศรษฐี ๗ ครั้ง ก็ทำตัวมอซอ กินอยู่เหมือนคนเป็นทาส กรรมกร คนงานในบ้านของตนเอง และทุกครั้งที่ตายลง พระราชาก็ขนทรัพย์เข้าพระคลังหลวง เพราะกรรมที่ฆ่าเด็กน้อย วัยเตาะแตะ ลูกชายของพี่ชาย ทำให้เศรษฐีคนนี้ไม่เคยมีบุตรเลย เป็นหมันตลอด ๗ ชาติ

มีคนมากมาย ทำบุญแล้ว อยากมีหน้า อยากให้มีชื่อ อยากให้เขาประกาศชื่อ เพียงแค่นี้ บุญของเราก็ไม่บริสุทธิแล้ว ยิ่งหากทำบุญใหญ่แล้ว ไม่ได้รับการประกาศชื่อ ไม่ได้รับการยกย่องจากสถานที่ที่ไปทำบุญ ก็จะหมดกำลังใจ ไม่อยากทำอีกแล้วกับสถานที่แห่งนี้ บุญที่ทำก็ยิ่งหดลดน้อยลงไปอีก

ผลของบุญที่ทำด้วยจิตที่อยากเด่นให้คนรู้จัก จะได้มีหน้ามีเกียรติ มีน้อยเหลือเกิน เพราะเป็นการกระทำที่ไม่ใช่กุศลจิตเลย คนประเภทนี้ ถึงบริจาคทานเยอะ แต่เขาไม่มีเกียรติ คนไม่น้บถือ อาจจะดูถูกด้วยซ้ำไป

หากทำบุญแล้วเสียดายภายหลัง ชีวิตทั้งชีวิตก็เป็นเหมือนเศรษฐีคนนี้ เศรษฐีคนนี้ ก็ยังถือว่าโชคดี ได้ทำบุญกับพระอรหันต์ ผลบุญก็เลยแรงมาก แต่คนเหล่าอื่นนอกจากนี้ แม้ทำบุญกับพระธรรมดา บางครั้งก็ยังเสียดายย้อนหลัง ผลแห่งบุญก็น้อยแล้ว แถมยังเสียดายอีก บุญยิ่งหดเข้าไปอีก และที่สำคัญเสียดายย้อนหลังกับบุญที่ทำกับคนธรรมดา ผลบุญก็น้อยแถมไม่ชอบการกินอยู่แบบดีๆอีก ดังมีตัวอย่างให้เราเห็นมากมาย

จงเลื่อมใสในบุญของเรา จงชื่นชมในบุญของเรา แม้ว่าเราจะทำที่ไหน กับใคร เราก็จะอิ่มบุญเสมอ สุขใจเสมอที่ได้ทำบุญ หากเราได้ทำกับพระที่หมดกิเลส ผลบุญยิ่งมากมาย หรือหากเราได้ทำบุญกับท่านที่ปฏิบัติเพื่อหมดกิเลส หรือท่านที่บำเพ็ญบุญบารมีเพื่อหมดกิเลส ก็เป็นบุญใหญ่ไม่น้อยเลย

แต่หากไม่เลื่อมใสในบุญตนเอง ไม่ชื่นชมในบุญตนเอง ต้องคอยให้สถานที่ที่เราไปทำบุญประกาศชื่อตนก่อน หรือต้องคอยให้สถานที่ที่เราไปทำบุญยกย่องเชิดชูเราก่อน แล้วจึงจะชื่นชมบุญของตัวเอง แล้วจึงจะเลื่อมใสบุญตัวเอง บุญที่ทำด้วยความคิดแบบนี้ บุญแทบไม่เหลือเลยเพราะมีแต่อกุศลจิตออกหน้า

อ้างอิง

https://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=15&siri=131

You may also like...

Popular Articles...

Schreibe einen Kommentar

Deine E-Mail-Adresse wird nicht veröffentlicht. Erforderliche Felder sind mit * markiert.

Diese Website verwendet Akismet, um Spam zu reduzieren. Erfahre mehr darüber, wie deine Kommentardaten verarbeitet werden.