Buddhadhamma Tepitaka Ghatikara sutta_mixdown

Buddhadhamma Tepitaka Ghatikara sutta_mixdown
Buddhadhamma Tepitaka Ghatikara sutta_mixdown
Popularität:0
  • Beschreibung

Buddhadhamma Tepitaka Ghatikara sutta_mixdown

ชวนโยมเรียนพระไตรปิฎก

เรื่อง ฆฏิการสูตร

เพื่อนเก่าของพระพุทธเจ้า

ฆฏิการเทพบุตร หรือฆฏิการพรหม สามารถเรียกได้ทั้งสองชื่อ เป็นเทวดาหรือพรหมองค์เดียวกัน ที่เรียกว่าพรหม ก็เป็นเทวดาเหมือนกัน แต่เป็นเทวดาที่ข่มกิเลสได้แล้วระดับหนึ่ง หรือละกิเลสได้แล้วส่วนหนึ่งสวรรค์ชั้นอวิหา หรือพรหมชั้นอวิหา เป็นสวรรค์ หรือพรหมเป็นที่เกิดเฉพาะท่านที่ละกิเลสเบื้องต่ำ ๕ อย่างได้แล้วโดยเด็ดขาดและได้ฌานด้วย

กิเลสหรือสังโยชน์ จิตที่เรียกว่ากิเลสนี้ เพราะมันดึงดูด ไม่ให้เราหลุดพ้นจากวงจรแห่งวัฏสงสารนี้ได้ มันชวนให้เราเพลิดเพลินกับการเกิดแก่เจ็บตาย ทั้งที่ทุกข์ทรมานกว่าจะผ่านพ้นไปได้แต่ละภพชาติ แต่กิเลสมันก็ชวนให้เราสนุกเพลิดเพลิน เมื่อเพลิดเพลิน ก็ชอบใจตามกิเลสในการทำกรรมในแต่ละวัน

กิเลสหรือสังโยชน์แบ่งเป็น ๒ พวก คือแบบหยาบกับแบบละเอียด ดังนี้

ก. โอรัมภาคิยสังโยชน์ ๕ สังโยชน์เบื้องต่ำ กิเลสอย่างหยาบ เป็นไปในภพอันต่ำ ให้เกิดในภพภูมิต่ำ คือ

๑. สักกายทิฏฐิ ความเห็นว่าเป็นตัวเป็นตน เช่น เห็นขันธ์ ๕ เป็นตัวตน เข้าใจเอาเองว่า รูปของเราเป็นตัวของเรา จิตเป็นของเรา คือคิดเองว่า กายใจนี้ คือของเรา ทั้งที่หากนั่งพิจารณาจริงๆ ตัวเราก็หาไม่เจอ ความคิดก็หาไม่เจอ ถึงกระนั้น ก็ยังมั่นใจว่า ตัวตนมีแน่นอน ท่านที่เคยเรียนอภิธรรมมาก็จะเห็นจิตพวกนี้ เป็นโลภะจิตดวงที่ ๑,๒,๕,๖ เห็นผิดแล้วด้วยความชอบใจบ้าง เฉยๆบ้าง

๒. วิจิกิจฉา ความสงสัย ความลังเล ไม่แน่ใจ เป็นโมหจิต

๓. สีลัพพตปรามาส ความถือมั่นศีลพรต โดยสักว่าทำตามๆ กันไปอย่างงมงาย เห็นว่าจะบริสุทธิ์หลุดพ้นได้เพียงด้วยศีลและวัตร ประเพณีหลายอย่างที่ทำกันมาโดยเข้าใจว่าจะพ้นทุกข์ จะร่ำรวย

เป็นโลภจิต ดวงที่ ๑,๒,๕,๖ เห็นผิดแล้วด้วยความชอบใจบ้าง เฉยๆบ้าง

๔. กามราคะ (กามฉันทะ)ความกำหนัดในกาม ความติดใจในกามคุณ เป็นโลภจิตทั้งเป็น ๘ ดวง

๕. ปฏิฆะ (พยาบาท) ความกระทบกระทั่งในใจ ความหงุดหงิดขัดเคือง เป็นโทสจิตทั้ง ๒ ดวง

ข. อุทธัมภาคิยสังโยชน์ ๕ สังโยชน์เบื้องสูง เป็นกิเลสอย่างละเอียด เป็นไปแม้ในภพอันสูง

๖. รูปราคะ ความติดใจในอารมณ์แห่งรูปฌาน หรือในรูปธรรมอันประณีต ความปรารถนาในรูปภพ เป็นโลภจิตดวงที่ ๓,๔,๗,๘ ท่านที่เรียนอภิธรรมมาก็จะนึกเห็นภาพดวงจิต

๗. อรูปราคะ ความติดใจในอารมณ์แห่งอรูปฌาน หรือในอรูปธรรม ความปรารถนาในอรูปภพ เป็นโลภจิตดวงที่ ๓,๔,๗,๘ ๘. มานะ ความสำคัญตน คือ ถือตนว่าเป็นนั่นเป็นนี่ เป็นโลภจิตดวงที่ ๓,๔,๗,๘

๙. อุทธัจจะ ความฟุ้งซ่าน เป็นโมหจิตดวงที่ ๒

๑๐. อวิชชา ความไม่รู้จริง ความหลง เป็นโมหจิตทั้งหมด

(ขออภัยท่านที่ไม่ได้เรียนอภิธรรม อาจจะไม่รู้ดวงจิต แต่เขียนเพื่อให้นักเรียนอภิธรรมเห็นภาพจิตของตัวเอง)

ฆฏิการพรหม หรือฆฏิการเทพบุตร มากราบทูลให้พระพุทธเจ้าทราบว่า ขณะนี้ ท่านอุปกะ (คนที่เจอพระพุทธเจ้าตอนตรัสรู้ใหม่ๆ )ท่านผลคัณฑะ ท่านปุกกุสาติ (ท่านปุกกุสาติเป็นพระมหากษัตริย์ที่เดินทางจากเมืองตักกศิลา อัฟกานิสถาน มาเมืองสาวัตถีระยะประมาณ ๑๙๒ โยชน์ด้วยเท่าเปล่า ฟังธรรมแล้ว เลื่อมใส จะบวชพระ แต่แม่โคขวิดตายก่อน) ท่านภัททิยะ ท่านขัณฑเทวะ ท่านพหุทันตี และท่านสิงคิยะ ทั้งหมดล้วนบรรลุอนาคามีและมีฌานเกิดด้วย

ท่านเหล่านี้ ละกิเลสชนิดหยาบได้หมด แต่กิเลสละเอียดยังมีอยู่ แต่ก็สามารถข่มได้ ไม่ให้เกิด ดังนั้น ฆฏิการพรหมจึงกล่าวว่า “ก้าวล่วงโยคะอันเป็นทิพย์” คือเกิดเป็นเทวดาชั้นบริสุทธิ์ไร้กิเลสรบกวน แต่ชื่นชอบการเข้าฌาน

พระพุทธเจ้าถามว่า (เขียนเป็นภาษาชาวบ้าน)

ท่านเป็นใครหรือ ทำไมรู้เรื่องธรรมะดี ละเอียดลึกซึ้งได้

พรหมจึงเล่าเรื่องเก่าก่อนให้พระพุทธเจ้าฟัง ว่า

เคยเกิดในหมู่บ้านเดียวกัน เป็นเพื่อนกันด้วย ในสมัยพระพุทธเจ้าพระนามว่ากัสสปะ

ท่านที่พอจำได้ ลองนึกถึงเรื่องฆฏิการสูตร (อีกสูตรหนึ่ง)ที่ชายหนุ่มคนหนึ่งชื่อชื่อว่า โชติปาละ เป็นมิจฉาทิฏฐิ ถูกเพื่อนชื่อว่าฆฏิการะ บังคับให้ไปเฝ้าพระพุทธเจ้าบ้าง คงจะไม่กล่าวถึงในที่นี้อีก จะเป็นการยาวเกินไป

เพื่อนของพระองค์เป็นพรหม อยู่พรหมโลกชั้นอวิหา จะบรรลุอรหันต์ในไม่ช้า แต่เพื่อนของพรหมเป็นพระพุทธเจ้าแล้ว

เพราะเพื่อน จึงได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า แต่ก่อนเข้าเฝ้าก็กล่าวคำไม่เหมาะไว้พอสมควร จึงกลายเป็นกรรมของพระองค์

ขอให้ท่านทั้งหลาย จงได้เพื่อน มีเพื่อนที่ประเสริฐเถิด

อ้างอิง

https://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=15&siri=50

เชิญอ่านเรื่องฆฏิการพรหม

https://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=13&A=6596&Z=6824

You may also like...

Popular Articles...

Schreibe einen Kommentar