Buddhadhamma Tepitaka Jana _mixdown

Buddhadhamma Tepitaka Jana _mixdown
Buddhadhamma Tepitaka Jana _mixdown
Popularität:0
  • Beschreibung

Buddhadhamma Tepitaka Jana _mixdown

พระมหาทองนาค นาควโร ประธานสงฆ์วัดธรรมวิหาร ฮันโนเฟอร์ เยอรมัน

(พระธรรมเทศนา ; การเทน์ )

Sprecher ist Phra Maha Thongnark Nagawaro , Abt des

Wat Dhammavihara Hannover . ( hier hören wir eine Predikt / Vortrag v. Abt )

กลิคที่ Download

www.wathannover.de

ธรรมะเนื่องในวันวิสาขบูชา

ชวนโยมเรียนพระไตรปิฎก

เรื่อง ฌาน ๔ อย่าง

เกี่ยวเนื่องอยู่กับมรรคมีองค์ ๘ ข้อว่าด้วยสัมมาสมาธิ

วันนี้ ถึงลำดับขององค์แห่งมรรค ข้อที่ ๘ สัมมาสมาธิ คือสมาธิที่ถูกต้อง หรือสมาธิชอบ จิตที่เป็นสมาธิ อันเกิดจากการกำหนดกรรมฐาน หรือเพ่งกรรมฐาน เรียกว่า “ฌาน”

เราทุกคน สามารถทำฌานจิตให้เกิดได้ทั้งนั้น เพราะเรามีบุญ เกิดมาชาตินี้ ได้เจอพระพุทธศาสนาถือว่า มีบุญ เป็นคนมีบุญ บุญเก่าของเราค่อนข้างจะดีแล้ว ตอนนี้หมดภาระหน้าที่ของบุญเก่าแล้ว บุญส่งมาถึงนี้แล้ว ต่อไป เป็นหน้าที่ของบุญใหม่ บุญใหม่นี้สำคัญมาก หากไม่ทำเลย ก็จะตกต่ำแน่นอน

เราควรใช้โอกาสที่ประเสริฐนี้ ต่อยอดบุญเก่าให้มากให้สูงยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการทำกรรมฐาน การทำกรรมฐานต้องใช้สติอย่างดี โดยเฉพาะสติในสติปัฏฐาน ๔ เป็นวิปัสสนากรรมฐาน(ว่าด้วยปัญญา) ได้กล่าวแล้ว บัดนี้จะได้กล่าวสติใน ฌาน ๔ เป็นสมถกรรมฐาน (ว่าด้วยสมาธิ)

บางท่านเพียงแค่เห็นหัวข้อธรรม ความเกียจคร้านก็รีบออกหน้ามาตำหนิติเตียนก่อน มาบอกให้จิตดวงอื่นๆ หยุดอยู่กับที่ก่อน แล้วความเกียจคร้านก็บรรยายถึงความไม่ดีของสมาธิ เช่น

๑. หยุดเลย ไม่ต้องอ่าน ไม่ต้องฟัง

๒. มันไม่เหมาะกับเรา

๓. มันต้องใช้เวลา จะเอาเวลาที่ไหนมาทำกรรมฐาน

๔. เราเอาแค่ทำบุญทำทานก็พอแล้ว

๕. ฌาน สมาธิ เป็นสิ่งเหมาะสมกับพระสงฆ์องค์เจ้า เราชาวบ้านจะทำไปทำไม เพราะเราต้องอยู่กับครอบครัว ต้องเลี้ยงดูครอบครัว ต้องทำมาหากิน

๖. เราทำไม่ได้หรอก เราไม่มีบุญ

๗. ยังมีเหตุผลอีกเยอะมากมายที่ความเกียจคร้านจะบรรยาย ดับจิตดีงามอื่นๆ ไม่ให้เกิด

นี้เป็นเพียงแค่ความรู้สึกบางส่วนที่ความเกียจคร้าน (โมหจิต) เกิดขึ้นเพื่อขัดขวางไม่ให้จิตดีงามเกิดขึ้น ใครมีจิตเหล่านี้เกิดขึ้นแล้ว หากไม่กำจัด มันก็แข็งแรง

ลองสังเกตดูความแข็งแรงของความเกียจคร้าน เช่นมันคิดว่า เราทำไม่ได้หรอก เมื่อคิดอย่างนี้บ่อยๆ ความรู้สึกนี้จะคลุมพื้นที่ กินพื้นที่มากขึ้นเรื่อยๆ หากปล่อยให้มันเกิดบ่อย แล้วเราจะไม่สามารถแตะต้อง หรือสัมผัสจิตที่เรียกว่า สมาธิได้เลย เราจะไม่รู้รสชาตของสมาธิจิตเลย

ทำบุญบริจาคทานทั่วไปก็เป็นบุญมหาศาล แต่บุญเหล่านั้น อยู่ในภาวะที่เสี่ยงทั้งนั้น สังเกตดูชีวิตคนบนโลกใบนี้ มองให้แคบเข้ามา เอาแค่ประเทศไทยของเรา มีคนมีบุญมากมาย เป็นเศรษฐี มหาเศรษฐี มีมหาเศรษฐีมากมายทำชั่ว มีคนชั้นสูงมากมายทำชั่ว มีคนมียศถาบรรดาศักดิ์มากมายทำชั่ว ผลกรรมชั่ว ต้องทุกข์แน่นอน

หรือมองย้อนไปในสมัยพุทธกาล มีราชามหากษัตริย์ คนใหญ่คนโตมากมายตกนรก มีมหาเศรษฐีมากมายตกนรก

หรือแม้พระเทวทัตเอง ก็เกิดเป็นองค์ชาย บวชเป็นพระก็ได้ฌาน อภิญญาอีก แต่ก็ต้องตกนรก

เพราะฉะนั้น ทำบุญทำทานด้วยวัตถุสิ่งของอย่างเดียว เสี่ยงมากกับชีวิตนี้ เราอาจจะได้สิ่งที่ปรารถนาต้องการในภพชาติอันใกล้ แต่ไม่มีอะไรรับประกันว่า เราจะยังเป็นคนดีอยู่อีกต่อไป เราจะไม่คิดชั่ว

การทำกรรมฐานด้วยสัมมาสติ สัมมาสมาธิเท่านั้น จะช่วยเราได้แน่นอน จงพยายามทำลายความเกียจคร้าน แล้วมองเห็นโทษของความแก่ เจ็บ ตาย ที่คอยเราอยู่ข้างหน้านี้

ได้กล่าวเพื่อให้เห็นประโยชน์ของสัมมาสติ สัมมาสมาธิ ยืดยาว ต่อไปเรามาศึกษา การทำกรรมฐานเพื่อฌานจิตต่อไป

ฌาน มี ๔ อย่าง ดังนี้ (บางครั้งเรียกว่าปัญจมฌานก็มี)

๑. ปฐมฌาน

ฌานที่ ๑ มีองค์ธรรมะ ประกอบร่วมกัน ๕ ข้อ คือ

วิตก(คิด กำหนดอารมณ์) วิจาร (ประคองความคิด หรือประคองอารมณ์) ปีติ (อิ่มใจ) สุข (ความสุข ขณะกำหนดความคิด) เอกัคคตา (จิตเป็นสมาธิ)

๒. ทุติยฌาน

ฌานที่ ๒ มีองค์ธรรมะ ๓ ข้อ คือ ปีติ สุข เอกัคคตา ธรรมะนอกนั้นดับไป

๓. ตติยฌาน

ฌานที่ ๓ มีองค์ธรรมะ ๒ คือ สุข เอกัคคตา

๔. จตุตถฌาน

ฌานที่ ๔ มีองค์ธรรมะ ๒ คือ อุเบกขา(ดับสุข ดับทุกข์ทางใจหมดสิ้น) เอกัคคตา

นี้เป็นลำดับขั้นของสมาธิ ที่จะเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ หากผู้ปฏิบัติกรรมฐาน ปฏิบัติต่อเนื่อง

ขอทำความเข้าใจก่อน คำว่า สัมมาสมาธิ สมาธิที่ถูกต้อง เป็นธรรมะที่ตรงกันข้ามกับมิจฉาสมาธิ สมาธิที่ผิด คุณสมบัติของธรรมะ ๒ ประการนี้ เหมือนกันแทบทุกอย่าง ต่างกันที่จุดหมายปลายทาง

สัมมาสมาธิ มีปลายทางอยู่การบรรลุอริยมรรค ซึ่งเป็นปลายทางที่ดับการเวียนว่ายตายเกิด ส่วนมิจสมาธิ มีจุดหมายทางอยู่ที่การมีความสุขในสมาธิ การใช้พลังจิตอันเกิดจากสมาธินั้น เท่านั้น หากล้มหายตายจากชาตินี้ พร้อมจิตที่ยังเป็นสมาธิ ก็เกิดเป็นเทวดาชั้นพรหม หากตายขณะจิตไม่เป็นสมาธิ ก็อาจเกิดเป็นเทวดาชั้นต่ำกว่าพรหม หากตายพร้อมจิตเป็นอกุศล ก็ตกนรกได้ หากหมดบุญจากเทวดา หรือพรหมแล้ว ก็เกิดเป็นอบายสัตว์ได้ หากกรรมเก่าชั่ว ดูพระเทวทัต เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด ทำกรรมฐานได้ฌานอภิญญา แสดงอิทธิปาฏิหาริย์ต่างๆ ได้ แต่สุดท้ายแล้วก็ไปเป็นสัตว์นรกอเวจี

เรื่องฌาน ค่อนข้างได้กล่าวถึงบ่อยครั้ง หลายท่านเข้าใจ หลายท่านไม่เข้าใจ ก็ไม่เป็นไร หมั่นศึกษาไปเรื่อยๆ หมั่นฝึกปฏิบัติไปเรื่อยๆ วันหนึ่งจะสัมผัสฌานได้เอง เรามีหน้าที่ ปลูกต้นไม้ ดูแลต้นไม้ รดน้ำ พรวนดิน ใส่ปุ๋ย ทำความสะอาด ส่วนการเจริญเติบโต การผลิตดอกผล ออกผลเป็นหน้าที่ของต้นไม้ จะงามหรือไม่งามอยู่ที่การดูแลอย่างฉลาด การฝึกจิตเช่นเดียวกัน เรามีหน้าที่หมั่นเพียรด้วยความมุ่งมั่น ด้วยความรู้ ด้วยความฉลาด จิตจะผลิตผลออกมาเอง

วันนี้ ได้กล่าวเพียงแค่หัวข้อฌานเท่านั้น จะได้พาท่านทั้งหลายปฏิบัติในโอกาสต่อไป

อ้างอิง

ฌาน ๔ พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๑ ข้อที่ ๒๓๒

http://www.tipitaka.com/tipitaka11.htm

 

 

You may also like...

Popular Articles...

Schreibe einen Kommentar

Deine E-Mail-Adresse wird nicht veröffentlicht. Erforderliche Felder sind mit * markiert.

Diese Website verwendet Akismet, um Spam zu reduzieren. Erfahre mehr darüber, wie deine Kommentardaten verarbeitet werden.