Buddhadhamma Tepitaka Janasutta Vol 21 sut 13_mixdown

Buddhadhamma Tepitaka Janasutta Vol 21 sut 13_mixdown
Buddhadhamma Tepitaka Janasutta Vol 21 sut 13_mixdown
Popularität:0
  • Beschreibung

Buddhadhamma Tepitaka Janasutta Vol 21 sut 13_mixdown

พระมหาทองนาค นาควโร ประธานสงฆ์วัดธรรมวิหาร ฮันโนเฟอร์ เยอรมัน

(พระธรรมเทศนา ; การเทน์ )

Sprecher ist Phra Maha Thongnark Nagawaro , Abt des

Wat Dhammavihara Hannover . ( hier hören wir eine Predikt / Vortrag v. Abt )

กลิคที่ Download

www.wathannover.de

ชวนโยมเรียนพระไตรปิฎก

เรื่อง ฌานสูตรที่ ๑

จิตที่เป็นสมาธิทำให้มีอายุยืนยาวนาน

สืบเนื้องจากครั้งที่แล้ว ได้กล่าวถึงฌานจิต คือปฐมฌาน หรือสมาธิระดับที่ ๑ พอให้เข้าใจระดับหนึ่ง ขอกล่าวต่ออีก

ปฐมฌาน เป็นการรวมตัวกันของธรรมะ ๕ ตัว คือ วิตก (กำหนดอารมณ์กรรมฐาน) วิจาร (ประคองอารมณ์กรรมฐานที่วิตกกำหนด) ปีติ (ความอิ่มใจ เบิกบานใจ) สุข และเอกัคคตา (สมาธิ)

ปฐมฌาน เป็นด่านแรกในการเข้าสู่ด่านอื่นๆที่ลึกกว่านั้น หากผ่านด่านแรกได้แล้ว ด่านอื่นๆ ก็จะง่ายขึ้น คนส่วนใหญ่ จะถอยตรงด่านแรก เพราะสู้ความเกียจคร้าน คือถีนะมิทธะไม่ได้ ไม่เอา ไม่สู้ ไม่ไหว ไม่มีเวลา ไม่ว่าง ทำมาตั้งนานไม่เห็นได้อะไร นี้คือถีนะมิทธะ

อันที่จริงระบบกฎธรรมชาติ ไม่มีอะไรเลยไม่เกิดดับ เมื่อธรรมชาติเกิด ก็ต้องมีผลตามมาจากการเกิดอันนั้น เช่นการต่อสู้กับกิเลส โดยเฉพาะความเกียจคร้าน ล้มลุกคลุกคลาน กี่แสนครั้งก็ตาม แต่การล้มแล้วไม่ยอมแพ้ ลุกสู้ต่อจนเป็นแสนครั้งนั้น นั่นคือการสะสมพลังของความเพียรไว้มากมาย และวิตก วิจาร ปีติ สุข เอกัคคตา (สมาธิ)ก็ค่อยๆเพิ่มปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ ในโลกนี้ไม่มีอะไรเกิดฟรีๆลอยๆ

ด่านแรก วิตก วิจาร ทำงานหนักหน่อย แต่เมื่อทำงานหนักไปเรื่อยๆ พอสมควรแล้ว ปีติจะมาช่วย แรกๆ เกิดความดีใจเล็กๆน้อยๆ กระเพื่อมเข้ามา เหมือนคลื่นน้ำเย็นๆ ที่ถูกลมพัดเบาๆ เกิดเป็นคลื่นเล็กๆ กระทบฝั่ง ความอิ่มใจ ดีใจ มักมากับความสุข เมื่อใดมีความสุข เมื่อนั้นต้องมีสมาธิแน่นอน นี้แสดงว่า ธรรมะทั้ง ๕ ตัวเริ่มเกาะตัวกันแน่นแล้ว แม้เพียงแวบเดียว แต่ความรู้สึกดีใจอิ่มใจ เบาสบายเป็นสุข และสงบนิ่ง ก็ทำให้จิตมีพลัง นี้แสดงว่าเราเข้าฌานที่หนึ่งแล้ว แวบหนึ่ง

หมั่นทำประจำ สม่ำเสมอ จากปฐมฌานแวบๆ ก็จะเป็นปฐมฌานที่ดีขึ้นๆ และจะเป็นปฐมฌานที่ดีมาก เราสามารถเข้าปฐมฌานได้ทุกขณะเลย(ที่อยากเข้า)

เมื่อปฐมฌานดีแล้ว ต่อไปการเข้าทุติยฌาน ตติยฌาน และจตุตถฌาน ก็ง่ายขึ้น เพราะจิตเดินมาถูกทางแล้ว มันจะไหลไปเองโดยธรรมชาติ เหมือนพายุหมุนขนาดใหญ่ มันก็เริ่มต้นก่อตัวเล็กๆ ก่อน อย่างที่พวกเราเคยเห็นลมหมุนเล็กๆ จากจุดเล็กๆนั้นเอง หากมันไม่หยุดก่อน ลมนั้นจะกลายเป็นพายุใหญ่เลย ลมนั้นมันสามารถดูดทุกอย่างที่ขวางหน้ามัน ด้วยกรวยลมเล็กๆ แต่ทรงพลังมาก จิตก็เช่นกัน กำหนดกรรมฐานไปเรื่อยๆให้อยู่ในอารมณ์เดียว หากไม่หลุด ไม่เกียจคร้านก่อน จิตก็จะมีอารมณ์เห็นหนึ่งผุดขึ้น ต้อนจิตอื่นๆให้อยู่ในอำนาจหมด

หรือเหมือนหลุมดำในอวกาศที่พวกเรากำลังอยู่นี้ หลุมดำมักมีอยู่กลางแกแล็กซี่ อย่างแกแล็กซี่ทางช้างเผือกของเราก็มีหลุมดำ หลุมดำนั้น เป็นการหมุนของอะไรสักอย่างหนึ่ง เป็นก้อนดำๆ ที่เป็นสีดำเพราะความแรงความเร็วของมันจนทำให้แสงผ่านเข้าไม่ได้ ถึงผ่านได้ แต่แสงก็ออกไม่ได้ คือไม่มีทางออกเพราะถูกบดขยี้ และหลุมดำนี้เอง จะกลืนกินดวงดาวในแกแล็กซี่จนหมดสิ้น แม้กระทั่งโลกของเรา ก็จะถูกหลุมดำกลืนกิน หากไม่แตกกระจายก่อน บางท่านอาจจะมองภาพไม่ออก ถ้าอย่างนั้นลองนึกึงสระน้ำขนาดใหญ่ กลางสระน้ำ หรือจุดใดจุดหนึ่งของสระน้ำ มีรูที่น้ำไหลเข้ารู้นั้นเรื่อยๆ หากเราสังเกตให้ดี จะเห็นว่าน้ำทั้งหมดจะค่อยๆ ไหลไปที่รูนั้น แม้สระนั้นจะกว้างใหญ่ไพศาลก็ตาม ก็จะไหลมาที่รูนั้น แน่นอน

จิตของเราเช่นกัน หากไม่ถอย ไม่ละทิ้งเสียก่อน อย่างไรก็ต้องถูกดูดมาเป็นหนึ่งแน่นอน มารวมตัวอยู่ที่อารมณ์กรรมฐานที่วิตกกำหนด วิจาร ประคองอยู่แน่นอน และเมื่อเป็นปฐมฌานแล้ว จะต้องถึงจตุตถฌานแน่นอน ยิ่งเมื่อเข้าทุติยฌาน การถูกดูดก็จะเร็วขึ้นไปอีก เหมือนไหลเข้าใกล้รูน้ำนั้น ดิ้นออกจากรูนั้นไม่ได้เลย จะถูกดูดไปเอง หรือเหมือนดวงดาวที่ไหลเข้าใกล้หลุมดำแล้ว ยากนักที่จะหนีพ้นจากการบดขยี้ของหลุมดำ และพลังของหลุมนั้นบดจักรวาลแบบ มองไม่เห็นเม็ดฝุ่นด้วยสายตาเลย มันแรงขนาดนั้น จิตที่เป็นสมาธิอย่างนั้นเช่นกัน สมาธิแบบ

จตุตถฌานจะดูดจิตทั้งหมดให้อยู่ในสมาธินั้น ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร ไม่มีปีติ ไม่มีสุข มีแต่ความนิ่งคือสมาธิและวางเฉยอุเบกขา เหมือนคนกินอาหารอิ่มแล้ว ไม่อยากินอีกแล้ว ถึงแม้ว่ามีอาหารเอร็ดอร่อยวางอยู่ข้างหน้าเต็มไปหมด แต่มันอิ่มแล้ว ไม่อยาก ไม่หิว อยากพักผ่อนอย่างเดียว ส่วนปฐมฌานถึงตติยฌาน เหมือนที่เรากินอาหารที่เอร็ดอร่อยถูกปาก ขณะกินก็มีความสุข แต่เมื่อใดอิ่มแล้ว จะไม่อยากกินอีกเลย

และสมาธินั้น มีพลังยิ่งเหลือเกิน ผู้ใดตายขณะจิตเป็นสมาธิ จะไปเกิดเป็นเทวดาที่ละเอียดเรียกว่าพรหม เกิดเป็นพรหมชั้นไหนก็ขึ้นอยู่ระดับของจิต และอายุยืนเหลือเกิน แต่อายุจะยืนจนจำไม่ได้ ไม่รู้ว่าเกิดเมื่อไหร่ จะตายเมื่อไหร่ แต่ก็มีวันหมด เมื่ออายุพรหมหมดก็ไปเกิดในอบายภูมิได้ นี้เป็นพลังของมิจฉาสมาธิ แต่อริยสาวกผู้ฟังเทศน์ฟังธรรม รู้อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เบื่อหน่ายวัฏสงสาร จีงไม่เมาในความสุขในความสบาย อาศัยสมาธิพาบรรลุอริยมรรค เกิดเป็นพรหมก็เป็นพระอริยบุคคลบนชั้นพรหมได้ นี้พลังของสัมมาสมาธิ

อ้างอิง

https://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=21&siri=122

 

You may also like...

Popular Articles...

Schreibe einen Kommentar