Buddhadhamma Tepitaka Kakacupamasutta_mixdown

Buddhadhamma Tepitaka Kakacupamasutta_mixdown
Buddhadhamma Tepitaka Kakacupamasutta_mixdown
Popularität:0
  • Beschreibung

Buddhadhamma Tepitaka Kakacupamasutta_mixdown

ชวนโยมเรียนพระไตรปิฎก

เรื่อง กกจูปมสูตร

ตอน คนเหมือนบ้าที่พยายามด่าว่าแผ่นดินไม่ให้เป็นดิน….

พระมหาทองนาค นาควโร ประธานสงฆ์วัดธรรมวิหาร ฮันโนเฟอร์ เยอรมัน

(พระธรรมเทศนา ; การเทน์ )

Sprecher ist Phra Maha Thongnark Nagawaro , Abt des

Wat Dhammavihara Hannover . ( hier hören wir eine Predikt / Vortrag v. Abt )

กลิคที่ Download

www.wathannover.de

ชวนโยมเรียนพระไตรปิฎก

เรื่อง กกจูปมสูตร

ตอน คนเหมือนบ้าที่พยายามด่าว่าแผ่นดินไม่ให้เป็นดิน

พระพุทธเจ้าสอนให้เราอดทนต่อคนที่พูดกับเราแต่ละวัน เหมือนแผ่นดินที่คนพยายามให้มันเป็นอย่างอื่น ไม่ให้เป็นดินต่อไป ถึงเขาจะขุด จะทำลาย จะถ่ายอุจจาระปัสสาวะ แล้วด่าว่าหรือว่าอย่างไรดิน ก็ตาม ดินก็จะไม่สะทกสะท้านต่อการกระทำของผู้นั้นเลย

คำพูดของคนในโลกนี้ ที่พูดกับเรา ก็ไม่เกิน ๕ ประการนี้

๑. พูดถูกกาละเทศะบ้าง ไม่ถูกกาละเทศะบ้าง

๒. พูดเรื่องจริงบ้าง ไม่จริงบ้าง

๓. พูดอ่อนหวานบ้าง หยาบคายบ้าง

๔. พูดมีประโยชน์บ้างไม่มีประโยชน์บ้าง

๕. พูดด้วยเมตตาจิตบ้าง ด้วยโทสจิตบ้าง

ตราบใดที่เรายังเกิดอยู่ ไม่มีเวลาใดเลยที่เราจะไม่ได้ยินคำพูดเหล่านี้ หลายครั้งที่เราได้ยินได้ฟังแล้ว ดีใจเสียใจตามคำพูด หลายครั้งที่เราแทบสติแตกกับคำพูดเหล่านี้ และดูเหมือนว่า ชีวิตของเรานี้ แขวนไว้กับปากชาวบ้านมากเลย เราจะเต้นแรงเต้นกาตามคำพูดมาก เราหมดแรงมาจากคำพูดของผู้อื่นก็มาก เรามีพลังจากคำพูดของผู้อื่นก็มาก

พิจารณาดูดีๆ เราเป็นไปตามปากชาวบ้านเขามากจริงๆ

องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนให้เรา ทำตัวเหมือนแผ่นดิน แม้คำพูด ๕ ประการ ดังกล่าวมันจะมีพลังมากมายปานใดก็ตาม เราต้องหนักแน่น และไม่ใช่หนักแน่นแบบทนทุกข์ แต่เป็นความหนักแน่น ที่พยายามขจัดความโกรธด้วย ไม่ให้โกรธ ถึงโกรธก็ต้องรีบดับ และให้ตั้งจิตไว้ว่า เราจะมีเมตตาให้ได้ เราจะแผ่เมตตาให้เขาผู้นั้นให้ได้ เราจะส่งจิตที่เป็นเมตตาไปในสัตว์ทั้งหลาย เห็นสัตว์ทั้งหลายเป็นสถานที่ให้เราส่งเมตตาจิตไป คือให้รู้ว่าสัตว์ทั้งหลายเป็นอารมณ์ของเมตตาจิตของเรา

และพยายามแผ่ไปเรื่อยๆจนจิตเป็นสมาธิ ขณะแผ่เมตตาจิต จิตของเราจะค่อยๆเป็นสมาธิ ที่เป็นสมาธิเพราะจิตของเราจดจ่อกับสัตว์ที่เรากำลังแผ่เมตตาไป จิตของเราจะไปจดจ่อกับคนที่เราแผ่เมตตาจิตไป จะเกิดพลังมาก เป็นมหัคคตะ (ยิ่งใหญ่)

ถึงอยากโกรธ อยากทำลาย ก็พยายามอดทน มองด้วยปัญญาว่า โกรธแล้วได้อะไร ทำลายไปแล้ว ได้อะไร หากได้ความสะใจ แล้วหลังจากความสะใจ มันคือความสุขหรือความทุกข์

คนดี คนประเสริฐ พยายามอดทนแล้วสร้างจิตให้เป็นเมตตา แล้วเราจะไม่หลงโกรธ ไม่หลงดีใจ และเราจะมีความสุขมาก เป็นความสุขที่ไม่ต้องคอยให้ใคร หรือหวังใครให้มาพูดเพราะๆกับเรา ไม่ต้องคอยให้ใครทำให้เราถูกใจแล้วจึงมีความสุข

เราต้องแผ่เมตตาจิตด้วยจิตที่เป็นเมตตาจริงๆ ไม่ใช่ว่าไปตามตำรา จำขึ้นใจ คล่องปาก สวดแผ่ทุกวัน แต่จิตไม่เคยเป็นเมตตาเลย การแผ่เมตตาของเราก็เลยไม่มีพลัง สังเกตตัวเองเวลาแผ่เมตตาจิต เรามีความสุขไหม หรือเราพยายามให้จิตของเราเป็นเมตตาจริงไหม

ฝึกจิตให้เป็นเมตตา กรุณา จริงๆ แล้วเราจะสัมผัสรสแห่งธรรมะได้อย่างอัศจรรย์

อ้างอิงพระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๒ ข้อที่ ๒๒๘ ฉบับมหาจุฬาฯ

https://tripitaka-online.blogspot.com/2016/07/tpd12-06.html

You may also like...

Popular Articles...

Schreibe einen Kommentar