Buddhadhamma Tepitaka Kammanirodhasutta_mixdown

Buddhadhamma Tepitaka Kammanirodhasutta_mixdown
Buddhadhamma Tepitaka Kammanirodhasutta_mixdown
Popularität:0
  • Beschreibung

Buddhadhamma Tepitaka Kammanirodhasutta_mixdown

ชวนโยมเรียนพระไตรปิฎก

เรื่อง กัมมนิโรธสูตร

การตัดกรรม

การตัดกรรมของชาวโลก คือการต่อยอดกรรม แต่ในพระพุทธศาสนาหมายถึงการดับการเดินทางของกรรมต่อไป

ชีวิต คือตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ที่เราเป็นอยู่หรือได้อยู่ในขณะนี้ คือกรรมเก่าเป็นตัวแต่งให้ โดยการปัจจัยต่างๆเป็นตัวปรุงแต่ง คือจิตต่างๆเป็นตัวพาทำ มีเจตนาความตั้งใจที่จะทำอย่างนั้น มีเวทนา เป็นรสชาติให้อยากกินอาหารประเภทไหน เช่นเดียวกันเวทนา คือความรู้สึกสุข ทุกข์ เฉยๆ เป็นแรงกระตุ้นให้ทำกรรม

เราจึงได้ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ด้วยรูปแบบนี้ อันเกิดจากพลังแห่งการปรุงแต่งของจิต มีเจตนาเป็นตัวทำ มีเวทนาเป็นกำลัง เป็นแรงให้ทำ

ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ที่ได้แล้วจากอดีตนั้น มาประสานกระทบกับรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ (เย็น ร้อน อ่อน แข็ง หย่อน ตึง) และธัมมารมณ์ คือความคิดต่างๆ ในปัจจุบัน กรรมใหม่ก็เกิดขึ้น โดยมีความคิดเป็นตัวปรุงแต่ง มีเจตนาความตั้งใจทำ และมีเวทนา (สุข ทุกข์ เฉยๆ) เป็นแรงกระตุ้น เป็นแรงผลักดันให้เกิดการทำกรรม

กรรมใหม่ก็เกิดด้วยประการดังนี้

มนุษย์ จะแก้กรรม ตัดกรรม ทำบุญเพื่อตัดกรรม ขอขมากรรมต่อเจ้ากรรมนายเวร ด้วยวิธีใด แบบใดก็ตาม ทั้งหมดนั้นล้วนเป็นการต่อยอดกรรมทั้งนั้น คือเพิ่มยอดกรรมเก่าให้ยาวออกไปอีก เป็นกรรมใหม่ที่มีกรรมเก่าเป็นเชื้อให้ทำคล้ายเดิมอีก

กรรมดี กรรมชั่วที่ทำนั้น ล้วนแต่เป็นพลังงานให้ยานคือวัฏสงสารพุ่งไปข้างหน้าเรื่อยๆ

เพราะเราอยากในสุข อยากในทุกข์ อยากในความรู้สึกเฉยๆ เราจึงทำกรรมไปเรื่อยๆ แต่เมื่อใด สติปัญญาเกิดขึ้น เห็น สุข ทุกข์ เฉยๆ เหล่านั้นคือการเดินทางของกรรม เราก็ดับเวทนา เห็นว่ามันเกิดจากเวทนา เราก็กำหนดดับที่เวทนา อย่างนี้เรียกว่า นิโรธเกิดจากวิมุตติ คือเอาความดับนั้นให้เป็นอารมณ์ของวิมุตติการหลุดพ้น กรรมก็เป็นอันดับทันที คือการต่อยอดกรรมทางกาย ทางวาจา ทางใจก็ดับ

เห็นการดับโดยรู้ว่ามันเป็นไปเหตุตามปัจจัยของมัน ไม่ยึดติดในเวทนานั้น เช่น มีความสุขที่ได้เห็นสิ่งที่ชอบ มีสติเห็นทัน มีปัญญารู้ทันว่ามันเกิดตามเหตุตามปัจจัยของมัน ใช้ปัญญาตรวจสอบดูว่า ตอนนี้ ชอบ สุข มันเกิดอย่างไร มันเดินทางมาถึงตวามรู้สึกนี้ มันผ่านอะไรบ้าง เอาง่ายๆแค่ว่า เพราะตาเราดี จึงมองเห็นรูป เพราะรูปนั้น จึงเกิดความรู้สึกว่าชอบ หากติดใจเมื่อไหร่ การยึดมั่นว่าเป็นเราเป็นของเราก็เกิด การทำกรรมก็จะเกิดอีก เพราะกลัวการเกิดต่อของกรรม เราจึงปล่อยวางความรู้สึกว่าสุขนั้น แต่เราจะไม่ยึดมั่นในสุขนั้น รู้ว่าสุขแค่นั้น

องค์ประกอบของธรรมเพื่อการดับกรรม คือมรรคมีองค์ ๘ เท่านั้น คือ เห็นธรรมชาติตามที่มันเป็น (สัมมาทิฏฐิ) คิดตามที่ธรรมชาติเป็น (สัมมาสังกัปปะ) พูดอย่างที่ธรรมชาติเป็น (สัมมาวาจา) ทำตามเหตุผลของธรรมชาติ (สัมมากัมมันตะ) วางชีวิตนี้ให้ถูกต้องตามธรรมชาติ(สัมมาอาชีวะ) เพียรพยายามทำสิ่งที่ถูกต้องตามเหตุปัจจัยของธรรมชาติ (สัมมาวายามะ) ตามระลึก ตื่นตัวอยู่เสมออย่างไม่ประมาท (สัมมาสติ) มั่นคงในการดับทุกข์เท่านั้น (สัมมาสมาธิ)

ลงมือปฏิบัติ(สัมมาวายามะ) ด้วยหลักการ ๘ ประการนี้ กรรม คือทุจริตทางกาย วาจา ใจ จะดับทันที สุจริตทางกาย วาจา ใจ ก็เพิ่มขึ้น คือมรรคมีองค์ ๘ นั่นเองจะเพิ่มปริมาณตัวมันเองขึ้น ฝึกอย่างนี้ เรียกว่า “วิปัสสนากรรมฐาน” มรรค มีองค์ ๘ เพิ่มปริมาณด้วยวิปัสสนา วิปัสสนาก็จะแข็งแกร่งดับทุกข์ไปเรื่อยๆ จนไม่เหลือ

ตัดกรรมชั่ว เพิ่มกรรมดี แล้วดับกรรมชั่วและกรรมดี

อ้างอิง

https://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=18&siri=124

You may also like...

Popular Articles...

Schreibe einen Kommentar

Deine E-Mail-Adresse wird nicht veröffentlicht. Erforderliche Felder sind mit * markiert.

Diese Website verwendet Akismet, um Spam zu reduzieren. Erfahre mehr darüber, wie deine Kommentardaten verarbeitet werden.