Buddhadhamma Tepitaka Kayanibbinda Jataka_mixdown

Buddhadhamma Tepitaka Kayanibbinda Jataka_mixdown
Buddhadhamma Tepitaka Kayanibbinda Jataka_mixdown
Popularität:0
  • Beschreibung

Buddhadhamma Tepitaka Kayanibbinda Jataka_mixdown

ชวนโยมเรียนพระไตรปิฎก

เรื่อง กายนิพพินทชาดก

คำบนบานใครว่าไม่สำคัญ

สมัยหนึ่ง ในเมืองสาวัตถี มีบุรุษคนหนึ่งเป็นทุกข์ทรมานจากโรคชนิดหนึ่ง ทำให้ผอมเหลือง หมอรักษาไม่ได้ บุตรและภรรยาของเขาดูแลอาการป่วยของเขาไม่ได้ บุรุษผู้นั้นทุกขทรมานกับการป่วยของตน หมดหนทางแก้ จึงได้มีความดำริว่า ถ้าหากเราหายจากโรคนี้ เราจะบวช ๒-๓ ผ่านวันไปเท่านั้น บุรุษผู้นั้นก็ค่อยๆเกิดความสบาย จนหายจากโรค ในที่สุด

หลังจากหายจากโรคแล้ว จึงไปพระเชตวันมหาวิหาร ทูลขอบรรพชาอุปสมบทกับพระผู้มีพระภาคเจ้า เขาบวชไม่นานนักก็ได้บรรลุพระอรหัต

อยู่มาวันหนึ่ง ภิกษุทั้งหลายนั่งสนทนากันในโรงธรรมสภาเป็นที่ฟังธรรมว่า ดูก่อนอาวุโสทั้งหลาย บุรุษผู้เป็นโรคผอมเหลืองคนโน้น คิดว่า ถ้าเราหายจากโรคนี้แล้วจะบวช แล้วเขาก็หายจากโรคนั้นจริงๆ ครั้นหายจากโรคแล้ว จึงบวชและบรรลุพระอรหัต

ในขณะที่พระภิกษุทั้งหลายกำลังสนทนากันอยู่นั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าก็เสด็จมา แล้ว ตรัสถามว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลายบัดนี้ พวกเธอนั่งสนทนากันด้วยเรื่องอะไรหนอ

ภิกษุเหล่านั้น กราบทูลให้ทรงทราบ พระองค์จึงตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มิใช่บุรุษผู้นี้เท่านั้น ที่กล่าวอย่างนี้แล้วหายจากโรคและออกบวช แม้ในสมัยก่อน บัณฑิตทั้งหลายก็กล่าวอย่างนี้เหมือนกันว่า หากหายจากโรคผอมเหลืองแล้วจะบวช แล้วก็หายจริงดังนั้น จึงออกบวช ทำความเจริญแก่ตน

ทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาธก ดังนี้ว่า

ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในพระนครพาราณสี พระโพธิสัตว์บังเกิดในตระกูลพราหมณ์ พอเจริญวัยแล้ว ได้ประกอบกิจการมีทรัพย์สมบัติอยู่มาก ก็เกิดเป็นโรคชนิดหนึ่งขึ้น ทำให้ผอมเหลือง

พระโพธิสัตว์นั้นคิดว่า ถ้าเราหายจากโรคนี้จะบวช จึงกล่าวอย่างนั้นออกมา เมื่อกล่าวแล้ว เกิดความสบายขึ้น ด้วยความสบายนั้นก็ทำให้หายจากโรคในที่สุด เมื่อโรคหายแล้ว จึงเข้าป่าหิมพานต์ บวชเป็นฤาษี ทำสมาบัติและอภิญญาให้เกิดขึ้น มีความสุขในฌาน แล้วคิดว่าเราไม่เคยมีความสุขเห็นปานนี้ ตลอดกาลตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

จึงได้กล่าวว่า เมื่อเราเป็นโรคอย่างหนึ่ง ได้เสวยทุกขเวทนาอย่างสาหัส อันทุกขเวทนาเบียดเบียนอยู่ ร่างกายนี้ก็ซูบผอมลงอย่างรวดเร็ว เหมือนดอกไม้ที่ทิ้งตากแดดไว้ที่ทรายฉะนั้น รูปร่างอันไม่น่าพอใจ ก็เข้าใจว่าน่าพอใจ ที่ไม่สะอาด สมมติว่าเป็นของสะอาด เต็มด้วยซากศพต่างๆ ปรากฏแก่คนพาล(โง่)ผู้ไม่พิจารณา จึงเห็นว่าเป็นของสวยงาม น่ากลัว กายนี้เป็นของเปื่อยเน่า กระสับกระส่าย น่าเกลียดไม่สะอาด มีความป่วยไข้เป็นธรรมดา ที่หมู่สัตว์ผู้ประมาทหมกมุ่นอยู่ จึงไม่บำเพ็ญทาง(แห่งความดี)เพื่อไปสุคติภูมิ

อธิบายธรรม

มีคนมมากมายคราวประสบปัญหา

หาทางออกไม่ได้ แก้ปัญหาให้แก่ตัวเองไม่ได้ ก็มักบนบานศาลกล่าว เช่นหากได้อย่างที่ปรารถนาหรือหายป่วยไข้ ก็จะทำอย่างโน้นทำอย่างนี้ โดยเฉพาะการบนบานที่จะทำความดี มีคนมากมายบนบานที่จะทำอย่างเรื่องดังกล่าว และได้ผลอย่างเรื่องดังกล่าวเช่นเดียวกัน

คนที่ได้ทำอย่างที่บนบานไว้โดยเฉพาะบนบานที่จะเป็นคนดี บนบานจะทำความดีนั้น ย่อมประสบความสำเร็จแน่นอน มีคนอีกมากมายเช่นเดียวกันที่ไม่ทำตาม อย่างที่บนบานไว้ หลังจากได้อย่างที่ตัวเองต้องการแล้ว บางคนก็ผัดวันประกันพรุ่ง ออกไปเรื่อยๆ แล้วแกล้งเป็นลืมไปเลย คนเหล่านี้มักประสบปัญหาไม่จบไม่สิ้น ยามคราวเคราะห์ ประสบเคราะห์กรรม มักบนบานยอมทุกอย่าง แต่เมื่อได้อย่างบนไว้แล้ว สบายตัวแล้วก็ผัดเพี้ยนหรือไม่ทำ คนประเภทนี้มีแต่ล่มจม

การบนบานนั้น เหมือนเป็นการกระทำของคนสิ้นคิด หมดหนทางในการแก้ปัญหาชีวิตของตน แต่ธรรมชาตินี้มหัศจรรย์ การตั้งสัจจะอธิษฐาน ที่จะทำให้ได้อย่างนั้นที่จะทำให้ได้อย่างนี้กลายเป็นความมหัศจรรย์อย่างหนึ่ง คนที่มีสัจจะเท่านั้นจึงจะประสบความสำเร็จในการบนบานในการตั้งสัจจะอธิษฐาน ส่วนคนโลภมากคนเห็นแก่ตัว เวลาบนบาน อาจจะได้อย่างที่ต้องการบ้าง แต่หากเขาไม่ทำอย่างที่บนบานไว้ คำบนบานนั้นก็จะกลายเป็นสิ่งเลวร้ายมาประทุษร้ายชีวิตเขาทันที

การบนบาน การตั้งสัจจะอธิฐาน เป็นความขลังเป็นความศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรทำเล่น ๆ หากจะบนบานตั้งสัจจะอธิษฐานก็ควรบนบานในทางที่ดี ไม่ควรบนบานในทางที่เลวร้ายในทางเบียดเบียนตนในทางเบียดเบียนผู้อื่น ถึงแม้ว่าจะได้อย่างที่บนบาน แต่ก็สร้างกรรมสร้างเวรให้แก่ตัวเอง

ถึงอย่างไรสิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้น เราก็ทำเพื่อตัวเองทั้งนั้น อย่าลืมว่าร่างกายนี้เปื่อยเน่าเป็นรังของโรค อย่าเพลินกับการหาวัตถุสิ่งของเลี้ยงร่างกายนี้เพียงแค่ให้เติบโต เพียงแค่ให้แก่ ให้เน่าแค่นั้น ตายแล้วไม่จบแค่ตาย ยังเดินเดินทางอีกไกล แต่คนมีปัญญา เห็นประโยชน์มากมายจากกายนี้ ยังมีสิ่งสวยงามมากมายที่จะได้ประโยชน์จากร่างกายนี้ แม้จะแก่จะเฒ่าจะน่าก็ตาม

อ้างอิง

https://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=27&A=2503&Z=2514

Dhamma Podcast Wat Dhammavihara Hannover

You may also like...

Popular Articles...

Schreibe einen Kommentar