Buddhadhamma Tepitaka Khujjuttara 1_mixdown

Buddhadhamma Tepitaka Khujjuttara 1_mixdown
Buddhadhamma Tepitaka Khujjuttara 1_mixdown
Popularität:0
  • Beschreibung

Buddhadhamma Tepitaka Khujjuttara 1_mixdown

ชวนโยมเรียนพระไตรปิฎก

เรื่อง นางขุชชุตตรา

หญิงค่อมผู้ปราชญ์เปรื่องเรืองปัญญา

ได้ทราบว่า นับจากนี้ไปในตอนท้ายแสนกัป พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่า ปทุมุตตระ ได้เสด็จอุบัติขึ้นในโลก ทรงประกาศพระธรรมจักรอันประเสริฐ แล้วประทับอยู่ในเมืองหงสาวดี

อยู่มาวันหนึ่ง กุลธิดานางหนึ่งในเมืองหงสาวดี ได้ไปอารามพร้อมกับอุบาสิกา ซึ่งกำลังไปเพื่อฟังเทศนาของพระศาสดา เมื่อนางเห็นพระศาสดาทรงแต่งตั้งอุบาสิกาคนหนึ่งไว้ในเอตทัคคะ (ที่เลิศกว่า) อุบาสิกาทั้งหลายผู้เป็นพหูสูต ก็เกิดแรงบันดาลใจอยากเป็นอย่างอุบาสิกานั้น จึงทำบุญแล้วปรารถเพื่อที่จะเป็นอย่างนั้น

พระศาสดาก็ทรงพยากรณ์กุลธิดานั้นว่า ในอนาคตกาล นางจักได้เป็นอุบาสิกา ผู้เป็นสาวิกาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าโคดม จักเป็นผู้เลิศในบรรดาอุบาสิกาผู้เป็นพหูสูตด้วยกัน

นางทำกุศลจนตลอดชีวิตแล้ว ก็ไปบังเกิดในเทวโลก (จุติจากเทวโลกแล้ว) ก็มาบังเกิดในหมู่มนุษย์อีก เมื่อนางท่องเที่ยวอยู่ในเทวโลก และมนุษยโลกอย่างนี้แล หนึ่งแสนกัปก็ผ่านไป ครั้นแล้วในภัททกัปนี้ ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าของเราทั้งหลาย นางก็ได้จุติจากเทวโลกมาถือปฏิสนธิ ในท้องของหญิงผู้เป็นพี่เลี้ยงในเรือนของโฆสิตเศรษฐี

ญาติทั้งหลายตั้งชื่อให้นางว่า อุตตรา ตั้งแต่แรกเกิดมาแล้ว นางได้เป็นหญิงค่อม เพราะเหตุนั้น คนทั่วไปจึงเรียกนางว่า ขุชชุตตรา(หญิงค่อม)

ต่อมาโฆสิตเศรษฐี ถูกพระเจ้าอุเทนบีบให้มอบลูกสาวแก่พระองค์ เศรษฐีไม่ยอม แต่นางสามาวดี ลูกสาว ไม่อยากให้พ่อลำบาก จึงยอมเป็นมเหสีของพระเจ้า อุเทน ดังนั้น เศรษฐีจึงถวายนางสามาวดีแก่พระเจ้าอุเทน นางขุชชุตตรานั้น(พี่เลี้ยงของนางสามาวดี)ก็ถูกยกให้ไปเป็นนางปริจาริกา (หญิงรับใช้) ของนางสามาวดีนั้น (และ) อยู่ภายในราชสำนักของพระเจ้าอุเทน

ก็สมัยนั้น โฆสิตเศรษฐี กุกกุฏเศรษฐี และปาวาริกเศรษฐี ในเมืองโกสัมพี ได้พากันสร้างวิหาร ๓ แห่ง ตั้งชื่อวัดตามชื่อของตน คือ โฆสิตารามมหาวิหาร, กุกกุฏารามมหาวิหาร, ปาวาริการามมหาวิหาร หรือปาวาริกัมพวัน น้อมถวายพระผู้มีพระภาคเจ้า

เมื่อพระตถาคตเจ้าเสด็จจาริกไปถึงพระนครโกสัมพี ก็ได้มอบถวายวิหารแด่พระสงฆ์ มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข แล้วพากันบำเพ็ญมหาทาน ประมาณเดือนหนึ่งผ่านพ้นไป

ครั้งนั้น เศรษฐีเหล่านั้นได้มีความคิดว่า ธรรมดาพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ทรงอนุเคราะห์โลกทั้งหมด พวกเราจักเปิดโอกาสแก่คนอื่นบ้าง แม้คนที่อยู่ในตัวเมืองโกสัมพี ก็ได้เปิดโอกาสให้แก่ประชาชนทั่วไป ตั้งแต่นั้นมา พวกชาวเมืองก็พากันถวายมหาทาน โดยตั้งกลุ่มกันตามสะดวก เช่นอยู่ถนนเดียวกัน ก็รวมกลุ่มกันเป็นกลุ่มหนึ่งบ้าง หรือรวมกันเป็นคณะบ้าง

อยู่มาวันหนึ่ง พระศาสดาพร้อมภิกษุสงฆ์ทั้งหลาย ประทับนั่งฉันภัตตาหารในเรือนของนายมาลาการผู้เป็นหัวหน้าตกแต่งดอกไม้ประจำพระราชวัง ขณะนั้นเอง นางขุชชุตตราถือทรัพย์ ๘ กหาปณะ แล้วไปซื้อดอกไม้ที่บ้านนายมาลาการ ให้นางสามาวดีเจ้านายตน

นายมาลาการ เห็นนางแล้วก็กล่าวว่า แม่อุตตรา วันนี้ (ฉัน) ไม่มีเวลาที่จะขายดอกไม้แก่เธอ ฉันกำลังอังคาสภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข แม้เธอก็จงร่วมบำเพ็ญบุญในครั้งนี้กับฉัน เมื่อทำอย่างนี้เธอก็จักพ้นไปจากการทำการรับใช้บุคคลอื่น (เสียที) นางก็ยินดีร่วมงานบุญนี้ด้วย

งานบุญครั้งนั้น นางขุชชุตตราก็ได้ทำการรับใช้พระพุทธเจ้าทั้งหลายในโรงครัว นางได้เรียนธรรมทั้งหมดที่พระศาสดาตรัสต่อมาได้ฟังอนุโมทนาหลังจากทรงฉันภัตตาหารเสร็จแล้ว เมื่อฟังพระธรรมเทศนาจบ นางก็ได้บรรลุโสดาปัตติผล

ปกติเวลานางมาซื้อดอกไม้ แม้มีเงิน ๘ กหาปณะก็จริง แต่นางจะจ่ายเงินซื้อดอกไม้เพียง ๔ กหาปณะเท่านั้น อีก ๔ กหาปณะนางยึดเป็นของตัวเอง นางทำอย่างนี้นานนับปี ไม่มีใครสงสัยนางเลย แต่ในวันนั้น เมื่อนางบรรลุโสดาบันแล้ว จิตที่จะขโมยไม่มีอีกแล้ว นางจึงซื้อดอกไม้ทั้ง ๘ กหาปณะ แล้วได้รับเอาดอกไม้ไปยังตำหนักของนางสามาวดี

ลำดับนั้น พระนางสามาวดีนั้นได้ถามนางว่า แม่อุตตรา ในวันอื่นๆ เธอนำดอกไม้มาให้ไม่มาก แต่วันนี้นำมาให้มาก พระราชาของเราทั้งหลายทรงเลื่อมใสมากขึ้นหรือ? นางได้ทูลเรื่องทั้งหมดไม่ปกปิดเรื่องที่ตนได้ทำไปแล้ว เพราะไม่สามารถจะกล่าวเท็จได้ และเมื่อนางถูกถามว่า เมื่อเป็นเช่นนั้น เพราะเหตุไร วันนี้จึงนำดอกไม้มามาก ก็ทูลตอบว่า วันนี้ หม่อมฉันได้ฟังธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วได้ทำให้แจ้งซึ่งอมตะ เพราะเหตุนั้น หม่อมฉันจึงลวงพระองค์ท่านไม่ได้

พระนางสามาวดีทรงสดับคำนั้นแล้ว ก็มิได้โกรธ ได้ตรัสถามว่า แม่ ขอแม่จงให้พวกเราได้ดื่มน้ำอมฤตที่แม่ได้ดื่มแล้วบ้างเถิด เมื่อนางขุชชุตตราทูลว่า ถ้าอย่างนั้น จงทรงพระกรุณาให้หม่อมฉันอาบน้ำ (ก่อน) ก็ทรงให้นางอาบน้ำด้วยน้ำหอม ๑๖ หม้อ แล้วรับสั่งให้ประทานผ้าเนื้อเกลี้ยง ๒ ผืน

นางขุชชุตตรานั้นนุ่งผืนหนึ่ง อีกผืนหนึ่งเอาห่มเฉวียงบ่าแล้ว ปูลาดอาสนะนั่งบนอาสนะถือพัดอันวิจิตร กล่าวทักหญิงทั้ง ๕๐๐ นาง ซึ่งนั่งอยู่บนอาสนะที่ต่ำกว่า พร้อมที่จะฟังธรรม แล้วนางแสดงธรรมแก่หญิงเหล่านั้น ตามนิยามที่พระศาสดาทรงแสดงแล้วนั่นแล

เวลาจบเทศนา หญิงทั้งหลายนั้นได้บรรลุโสดาปัตติผล หญิงทั้งหมดนั้นไหว้นางขุชชุตตราพลางกล่าวว่า ข้าแต่แม่เจ้า ตั้งแต่วันนี้ไป ขอแม่เจ้าอย่าได้ทำงานอันต่ำต้อยอีกต่อไปเลย ขอแม่เจ้าจงดำรงอยู่ในฐานะเป็นมารดา ในฐานะเป็นอาจารย์ของเราทั้งหลายเถิด ดังนี้แล้วได้ตั้ง (นาง) ไว้ในฐานะเป็นที่เคารพ

อธิบายธรรมเพิ่ม

ธรรมะนั้น ใครที่มีกาย วาจา ใจสะอาด พูดก็เป็นธรรม ดังนั้น พุทธบริษัทจึงเป็นผู้แสดงธรรมได้หมด การบรรลุธรรมนั้น ก็เช่นเดียว ผู้ใดน้อมนำเอาธรรมมาประพฤติทางกาย ทางวาจา ทางใจ ก็เห็นธรรม บรรลุธรรมได้เช่นกัน

ค่าของธรรมะนั้นสูงส่ง

นางขุชชุตตรา เป็นหญิงค่อม สวยก็แทบไม่มี ก่อนนั้นขี้โกงด้วย แต่เมื่อได้กัลยาณมิตรที่ดีอย่างพ่อค้าขายดอกไม้ บอกว่าเธอก็ควรทำบุญจะได้พ้นจากการเป็นทาสรับใช้ของคนอื่นซะที

เป็นการพูดที่ชวนปฏิบัติ ต้องทำบุญจึงจะพ้นการเป็นทาส นางก็รีบร่วมงานบุญทันที ไม่มีเงินไม่มีทรัพย์ ที่มี ๘ กหาปณะ ก็เป็นของเจ้านาย

นางจึงเข้าครัว ช่วยจัดอาหาร ล้างถ้วยล้างจาน รับใช้พระพุทธเจ้าด้วยการล้างถ้วยจานบ้านงานบุญ เวลาพระพุทธเจ้าตรัสอะไร นางก็แอบฟัง จำไว้ เมื่อพระพุทธเจ้าฉันภัตตาหารเสร็จ ถึงเวลากล่าวอนุโมทนาธรรมกถา นายมาลาการ ก็ให้ทุกคนมาฟังธรรมจากพระพุทธเจ้า

เมื่อฟังธรรมจบ นางได้บรรลุโสดาบัน ปิดประตูอบายภูมิแน่นอนแล้วร้อยเปอร์เซ็น ด้วยบุญเก่าในอดีตชาติที่นางปรารถนาเป็นพหูสูตร เลิศกว่าหญิ่งใดๆ นางจึงจำธรรมะได้เร็ว เข้าใจเร็ว

และความสามารถของนาง ยังจำธรรมะได้ทุกพระดำรัสของพระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อแสดงธรรมแก่เจ้านายหญิง ๕๐๐ นาง ก็แสดงอย่างที่พระพุทธองค์แสดง เจ้านายหญิงเหล่านั้น ก็บรรลุโสดาบันเหมือนอย่างนาง หลังจากฟังธรรมนั้นแล้ว

ความรู้คู่คนดี ชูผู้นั้นให้สูงจริงๆ

คนที่รู้ธรรมะเยอะและปฏิบัติดีด้วยมักได้รับการบูชาทุกยุคทุกสมัย ไม่ว่าผู้นั้นยากดีมีจนหรือรวยล้นฟ้าก็ตาม

นางขุชชุตตรา รูปร่างเตี้ยค่อมสวยไม่มีแถมโกงเล็กน้อย เมื่อได้เห็นธรรมแล้ว กลายเป็นหญิงค่อมผู้ประเสริฐ น่าเคารพน่าบูชา ที่สำคัญยิ่ง คือนางยังสามารถแสดงธรรมให้ผู้อื่นบรรลุธรรมได้ ไม่ใช่คนธรรมดาเลย

เราจึงไม่ควรตั้งเงื่อนไขที่จะเป็นคนดี ควรประพฤติเหมือนนางขุชชุตตรา หากเคยผิดพลาดมาแล้วในชีวิต ก็รีบเป็นคนดีทันดี นางไม่มีอะไรทำบุญก็เอาแรงกายช่วยงาน ช่วยจัดอาหาร ช่วยล้างถ้วยล้างจาน แค่นี้จิตแห่งธรรมก็เกิดขึ้นแล้ว พอได้ฟังพระธรรมเทศนาคือปัญญาแล้ว ก็จะแทงทะลุธรรมะทันที

คัดบางตอนจาก

อรรถกถา ขุททกนิกาย อิติวุตตกะ เอกนิบาต

ปฐมวรรค โลภสูตร

…..weiter mit Wat Dhammavihara Hannover

You may also like...

Popular Articles...

Schreibe einen Kommentar