Buddhadhamma Tepitaka Kunjaraviman 6.46 PM

Buddhadhamma Tepitaka Kunjaraviman 6.46 PM
Buddhadhamma Tepitaka Kunjaraviman 6.46 PM
Popularität:0
  • Beschreibung

Buddhadhamma Tepitaka Kunjaraviman 6.46 PM

ชวนโยมเรียนพระไตรปิฎก

เรื่อง กุญชรวิมาน

วิมานช้าง

พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ มหาเวฬุวันกลันทกนิวาปสถาน กรุงราชคฤห์

วันหนึ่ง มีงานนักขัตฤกษ์กึกก้อง ไปทั่วกรุงราชคฤห์ ชาวกรุงช่วยกันทำความสะอาดถนน เกลี่ยทราย โรยดอกไม้ครบ ๕ อย่างทั้งข้าวตอก ตั้งต้นกล้วยและหม้อน้ำไว้ทุกๆ ประตูเรือน ยกธงแผ่นผ้าเป็นต้นซึ่งงดงามด้วยสีต่างๆ ตามควรแก่สมบัติ ทุกคนตกแต่งประดับกายพอสมควรแก่สมบัติของ เที่ยวเล่นการประจำปีทั่วทั้งกรุงราชคฤห์ เมืองราชคฤห์งดงามดั่งวิมาน

พระเจ้าพิมพิสารมหาราชเสด็จออกจากพระราชนิเวศน์ของพระองค์ ทรงเลียบพระนครด้วยราชบริพารอย่างใหญ่ด้วย สิริโสภาคย์มโหฬารตามพระราชประเพณีและเพื่อรักษาน้ำใจของมหาชน

ขณะนั้น กุลสตรีผู้หนึ่งเป็นชาวกรุงราชคฤห์ เห็นสมบัติสิริโสภาคย์และราชานุภาพนั้นของพระราชา เกิดอัศจรรย์จิตอย่างไม่เคยมีมาก่อน จึงถามเหล่าท่านบัณฑิตว่า สมบัติอันวิจิตรเสมือนเทวฤทธิ์นี้ พระราชาทรงได้มาด้วยกรรมอะไรหรือจ๊ะ

บัณฑิตเหล่านั้นจึงกล่าวแก่นางว่า

ดูราแม่มหาจำเริญ ธรรมดาบุญกรรมก็เป็นเสมือนจินดามณี เป็นเสมือนต้นกัลปพฤกษ์ เมื่อเขตสมบัติ [พระทักขิไณยบุคคล] และเจตนาสมบัติ [ฝ่ายทายกทายิกา] มีอยู่ คนทั้งหลายปรารถนาแล้ว ทำบุญกรรมใดๆ บุญกรรมนั้นๆ ก็ให้สำเร็จผลได้ทั้งนั้น

อนึ่งเล่า ความเป็นผู้มีตระกูลสูงมีได้ก็ด้วยอาสนทาน ถวายอาสนะ

การได้สมบัติคือกำลังมีได้ก็ด้วยอันนทาน ถวายข้าว

การได้สมบัติคือวรรณะผิวพรรณงามก็มีได้ด้วยวัตถุทาน ถวายผ้า

การได้สุขวิเศษก็มีได้ด้วยยานทาน ถวายยานพาหนะ

การได้สมบัติคือจักษุก็มีได้ด้วยทีปทาน ถวายประทีปโคมไฟ

การได้สมบัติทุกอย่าง ก็มีได้ด้วยอาวาสทาน ถวายที่อยู่

นางฟังคำนั้นแล้วปลื้มใจ ตั้งจิตที่จะได้เทวสมบัตินั้นว่า ขอให้เราได้เทวสมบัติที่โอฬารกว่านี้ แล้วเกิดอุตสาหะกระตือรือร้นยิ่งยวดในอันที่จะทำบุญ.

เป็นจังหวะที่งดงามพอดี บิดามารดาของนางส่งผ้าคู่ใหม่ ตั่งใหม่ ดอกปทุมกำ ๑ และเนยใส น้ำผึ้ง น้ำตาลกรวด ข้าวสารและนมสด เพื่อให้นางบริโภคใช้สอย

นางเห็นสิ่งเหล่านั้นก็ดีใจว่า เรากำลังต้องการจะถวายทาน ก็ได้ไทยธรรมนี้พอดีเลย

ในวันรุ่งขึ้น นางก็จัดทานปรุงมธุปายาสน้ำน้อย ตกแต่งของเคี้ยวของกินเป็นอันมาก ให้เป็นบริวารของมธุปายาสน้ำน้อยนั้น แล้วประพรมของหอมที่โรงทาน จัดอาสนะไว้เหนือดอกปทุมทั้งหลายซึ่งงดงามด้วยกลีบ ช่อและเกสรของดอกปทุมที่แย้มบานแล้ว ปูลาดด้วยผ้าขาวใหม่ๆ วางดอกปทุม ๔ ดอกและพุ่มดอกไม้เหนือเท้าทั้ง ๔ ของอาสนะ ดาดเพดานไว้ข้างบนอาสนะ ห้อยพวงดอกไม้และพวงระย้า รอบๆ อาสนะก็ลาดพื้นหมดสิ้น ด้วยกลีบปทุมที่มีเกสร คิดว่า เราจักบูชาพระทักขิไณยบุคคลที่มาถึงแล้ว จึงตั้งพานเต็มด้วยดอกไม้สด ณ ที่สมควรส่วนหนึ่ง

คราวนั้น นางจัดเครื่องอุปกรณ์ทานเสร็จแล้ว ก็อาบน้ำดำเกล้า นุ่งผ้าสะอาด กำหนดคอยเวลา แล้วสั่งหญิงรับใช้คนหนึ่งว่า แม่เอ๊ย เจ้าจงไปนิมนต์พระคุณเจ้า พระทักขิไณยบุคคลมาให้เรานะ

“จ้า” หญิงรับใช้ผู้น่ารักของนาง ก็เต็มใจรับคำสั่งเจ้านายด้วยความปลื้มปีติเช่นกัน

เช้าวันนั้น ท่านพระสารีบุตรเถระ เที่ยวบิณฑบาตในกรุงราชคฤห์ เดินไประหว่างถนน ด้วยกิริยาสำรวมที่งดงาม น่าเลื่อมใสยิ่งนัก

ขณะนั้น หญิงรับใช้ เห็นพระเถระแล้ว รีบเข้าไปหา ไหว้พระเถระแล้วกล่าวว่า

ท่านผู้เจริญเจ้าคะ ขอท่านโปรดให้บาตรของท่านแก่ดิฉันเถิดเจ้าข้า

แต่พระเถระกล่าวว่า เรามาที่นี้ ก็เพื่ออนุเคราะห์อุบาสิกาผู้หนึ่งนะน้องหญิง

พระเถระก็ส่งบาตรให้แก่หญิงรับใช้นั้น นางนิมนต์พระเถระให้เข้าไปยังเรือน

นางกุลธิดา ผู้กุลสตรีผู้นั้น ก็รีบออกไปต้อนรับพระเถระ ชี้อาสนะแล้วกล่าวว่า โปรดนั่งเถิดเจ้าข้า นี้อาสนะจัดไว้แล้ว

เมื่อพระเถระนั่งเหนืออาสนะนั้นแล้ว ก็บูชาพระเถระด้วยกลีบปทุมที่มีเกสร โรยรอบๆ อาสนะ ไหว้ด้วยเบญจางคประดิษฐ์ เลี้ยงดูด้วยมธุปายาสน้ำน้อย ผสมด้วยเนยใส น้ำผึ้งและน้ำตาลกรวด

ขณะที่นางกำลังเลี้ยงดูพระเถระ ก็ทำความปรารถนาว่า ด้วยอานุภาพบุญของดิฉันนี้ ขอจงมีสมบัติทิพย์ที่งดงามด้วยบัลลังก์เรือนยอดเหนือกุญชรอันเป็นทิพย์ ในทางที่ไปทุกแห่ง ขอจงอย่าขาดดอกปทุมเลย

ครั้นพระเถระฉันเสร็จแล้ว นางจึงล้างบาตร บรรจุเนยใส น้ำผึ้งและน้ำตาลกรวดไว้เต็มอีก จัดผ้าที่ปูลาดบนตั่งทำเป็นผ้ารอง [บาตร] แล้ววางไว้ในมือพระเถระ.

พระเถระทำอนุโมทนาแล้ว กลับไปแล้ว นางก็สั่งบุรุษ ๒ คนว่า พ่อ เจ้าจงนำบาตรในมือพระเถระและบัลลังก์นี้ไปวิหารมอบถวายพระเถระด้วย แล้วจงกลับมา

บุรุษทั้ง ๒ นั้นก็กระทำตามคำสั่งเจ้านายหญิง อย่างปลื้มใจ

ต่อมา นางกุลธิดาผู้กุลสตรีผู้นั้นตาย ก็ไปบังเกิดในวิมานทองสูงร้อยโยชน์ ณ ภพดาวดึงส์ มีอัปสรพันหนึ่งเป็นบริวาร และช้างตัวประเสริฐสูงห้าโยชน์ ประดับด้วยมาลัยดอกปทุม งดงามด้วยกลีบ ช่อและเกสรแห่งดอกปทุมโดยรอบ เพิงพิศดูปลื้มใจ มีสัมผัสอันสบาย ประดับด้วยอาภรณ์ทองรุ่งเรืองด้วยรัศมีข่ายประกอบรัตนะหลากๆ กัน ก็บังเกิดด้วยอำนาจความปรารถนาของนาง บัลลังก์ทองโยชน์หนึ่ง ประดับด้วยความงามดียิ่ง ก็บังเกิดเหนือช้างนั้น

วันนั้น เป็นวันมหรสพ บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เทวดาทั้งหลายพากันไปสวนนันทนวัน เพื่อเล่นการเล่นในสวนตามอานุภาพทิพย์ของตน

นางเทพธิดานั้น ก็ไปเล่นงานมหรสพสวรรค์เหมือนกัน เสวยทิพยสมบัติ ขึ้นบัลลังก์ที่วิจิตรด้วยรัตนะเบื้องบนกุญชรวิมานนั้น ตลอดทาง ไปยังสวนนันทวัน ด้วยอานุภาพเทวดาอันยิ่งใหญ่

ช้างเดินไปตามทางที่เรียงรายเกลื่อนกล่นด้วยเหล่าดอกปทุมขนาดใหญ่ ที่เกิดขึ้นรองรับเท้าช้างนั้นทุกๆ ย่างก้าว และประดับด้วยกลีบปทุมเหล่านั้นซึ่งมีสีสันต่างๆ แล้วหมุนไปได้ทั้งข้างโน้นข้างนี้ เพราะตกแต่งไว้เป็นพิเศษ

เวลาช้างเดิน กระดิ่งทองที่ประดับช้าง มีเสียงน่ายินดี ส่งเสียงน่าอภิรมย์ มีเสียงกังวานน่าปลื้มใจ ห้อยย้อยอยู่ กระดิ่งทองใหญ่ๆ หลายร้อย ขจิตตระการด้วยแก้วมณีและมุกดาขนาดเท่ากระถางใหญ่สองข้างของช้างตัวนั้นก็ห้อยแกว่งไกวไป ส่งเสียงน่าจับใจแล่นไปยิ่งกว่าที่นักดนตรีผู้ฉลาดจัดประโคมเสียอีก

(ความไพเราะของดนตรี ๕ ประการ คือเมื่อนักดนตรีผู้เก่งกาจบรรเลงดนตรี ๕ อย่างคือ อาตตะ [โทน] วิตตะ [ตะโพน] อาตตะวิตตะ [บัณเฑาะว์] ฆนะ [กังสดาล] สุสิระ [ปี่, สังข์] เสียงบรรเลงคลอเสียงนักร้อง ที่ขับขานแสดงจำแนกเสียงต่ำและสูง ตามฐานที่เกิดกังวานไพเราะน่ารัก เสียงกังวานของโสวรรณกังสะ คือกระดิ่งทองก็ไพเราะอย่างนั้น)

พระมหาโมคคัลลานเถระ ได้จาริกไปสวรรค์ดาวดึงส์ เห็นดังนั้น จึงเข้าไปถามนางเทพธิดาเจ้าของวิมาน เพื่อเอาวิธีทำบุญนั้นมาบอกแก่พุทธบริษัท ให้เป็นแบบอย่างในการทำบุญ (ดังคาถาที่อ้างอิง)

คนใจบุญที่แท้จริง มีความสุขเสมอ คนรอบข้างก็สุข และสุขต่อจนถึงสวรรค์ เป็นนางฟ้าแล้ว ก็เพลิดเพลิน เพียงอ่านแค่คำบรรยายวิมานของนาง ก็พลอยเพลิดเพลินตามไปด้วย พลังบุญสุขนี้ยิ่งใหญ่จริงๆ

อ้างอิง

https://84000.org/tipitaka/pitaka2/v.php?B=26&A=91&Z=118

 

…..weiter mit Dhamma Podcast Wat Dhammavihara Hannover

You may also like...

Popular Articles...