Buddhadhamma Tepitaka Losakatissathera_mixdown

Buddhadhamma Tepitaka Losakatissathera_mixdown
Buddhadhamma Tepitaka Losakatissathera_mixdown
Popularität:0
  • Beschreibung

Buddhadhamma Tepitaka Losakatissathera_mixdown

ชวนโยมเรียนพระไตรปิฎก

เรื่อง โลสกชาดก

พระโลสกติสสเถระ

พระอรหันต์ผู้อาภัพ

ในสมัยพระพุทธเจ้าพระนามพระกัสสปะ

มีพระภิกษุรูปหนึ่งเป็นเจ้าอาวาสอยู่ในวัดแห่งหนึ่ง มีโยมที่เลื่อมใสศรัทธาท่านมากอุปัฐจาก ท่านเป็นพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ วันหนึ่งมีพระอาคันตุกะมาจากที่อื่น ได้มาพบกับโยมอุปัฏฐากของพระภิกษุเจ้าวาสนั้น อุบาสกคุณนั้นจึงได้นิมนต์ท่านให้ไปพักอยู่ในวัด

ตกเย็นวันนั้นอุบาสกคนนั้นก็ได้มาหาพระภิกษุอาคันตุกะนั้น เห็นกริยามารยาทปฏิปทาที่น่าเลื่อมใส จึงนิมนต์ท่านให้ไปรับบิณฑบาตพรุ่งนี้เช้ากับพระภิกษุเจ้าอาวาสนั้น

พระภิกษุผู้เป็นเจ้าวาสเห็นโยมอุปัฏฐากของตนสนิทสนมกับพระอาคันตุกะนั้นแล้วก็เกิดอิจฉาขึ้นมาทันที จึงหาทางกำจัดพระอาคันตุกนั้นออกไป

ตอนเช้าท่านก็เอาหลังเล็บเคาะระฆัง เป็นสัญญาณเพื่อไปบิณฑบาต พระอาคันตุกะนั้นเป็นพระอรหันต์รู้ความคิดของภิกษุผู้เป็นเจ้าอาวาสนั้น เช้าวันนั้นในขณะที่เจ้าอาวาสไปบิณฑบาต ท่านก็หนีไปที่อื่น

อุบาสกโยมอุปัฏฐาก เห็นพระภิกษุผู้เป็นเจ้าอาวาสมารูปเดียว ก็เลยสงสัยว่าอีกรูปหนึ่ง ทำไมท่านจึงไม่มาด้วย ภิกษุผู้เป็นอาวาสก็บอกว่าอย่าไปถามถึงพระรูปนั้นเลยขี้เกียจสันหลังยาว ขนาดเคาะระฆังแล้วก็ไม่ยอมตื่น อุบาสกคิดว่าไม่น่าเป็นอย่างนั้นเพราะปฏิปทาของพระรูปนั้นงดงามมาก จึงได้ฝากอาหารไปถวายท่าน กับพระภิกษุเจ้าวาส

พระภิกษุนั้นถืออาหารมาแล้ว ก็คิดว่าหากเราเอาอาหารนี้ไปถวายพระรูปนั้น พระรูปนั้นก็จะไม่ไปจากวัดเรา จึงคิดหาวิธีเอาอาหารทิ้ง สุดท้ายก็ได้ข้อสรุปว่าต้องเผา ท่านก็เลยเอาอาหารนั้นโยนเข้ากองไฟที่ทุ่งนาแห่งหนึ่ง

เมื่อกลับมาถึงวัดไม่เห็นพระภิกษุอาคันตุกะนั้น ก็คิดว่าพระรูปนั้นคงจะเป็นพระ อรหันต์ ดังนี้แล้ว ก็ร้อนอกร้อนใจว่าตนได้ทำกรรมชั่วเสียแล้ว ตั้งแต่นั้นมาท่านทำกรรมฐานไม่ได้เลย เครียด จนรูปร่างหน้าตาเหมือนเปรต แล้วก็ตายไปในที่สุด ตกอยู่ในนรกหลายแสนปีนรก

ผลจากนรกยังมีเศษกรรมเหลืออยู่ก็เกิดเป็นยักษ์ที่อดอยาก ถึง ๕๐๐ ชาติ ก็ไม่เคยได้กินอาหารเต็มท้องเลย ในชาติที่ ๕๐๐ ได้กินรกคนคลอดเด็กทารกคนหนึ่งอิ่มท้องแล้วก็ตาย

เกิดเป็นหมาอีก ๕๐๐ ชาติ ก็เป็นหมาที่อดอยาก หากินไม่ได้เลย ในชาติที่ ๕๐๐ ได้กินอ้วกสกปรกพอเต็มท้องแล้วก็ตาย

พ้นจากกำเนิดหมา ก็มาเกิดเป็นคนแสนยากจน และเป็นคนที่ซวยมาก ชื่อว่ามิตตะพินทุกะ ตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ก็ทำให้พ่อแม่ยากจน หากินไม่ได้ เมื่อเขาคลอดออกมา พ่อแม่ก็เลี้ยงเขาด้วยความยากลำบาก กว่าจะได้อาหารแต่ละมื้อ พอเขาโตสามารถจะพึ่งพาตัวเองได้แล้วเพราะแม่ก็ได้ทิ้งเขาไป

โชคดีได้มาเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์ทิศาปาโมกข์ ด้วยความเมตตาของอาจารย์ รับเขาไว้เป็นลูกศิษย์ แต่เขาเป็นลูกศิษย์ที่ดื้อไม่เชื่อฟัง ชอบชกต่อยกับเพื่อนอยู่เสมอ ไม่ชอบเรียนศิลปะไม่ชอบเรียนหนังสือ แล้วเขาก็หนีไป

ทำตัวเกะกะเกเร แต่เขาก็มีครอบครัวมีภรรยามีลูกสองคน อยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ชาวบ้านให้เขาทำงานเป็นคนคอยส่งข่าวสารแก่ชาวบ้าน แต่ตลอดระยะเวลาที่เขาอยู่ด้วย ชาวบ้านเดือดร้อนตลอดเวลา มีคดีนั้นคดีนี่อยู่ไม่จบสิ้น สุดท้ายชาวบ้านตกลงกันว่าเขาเป็นตัวซวยจึงขับไล่ออกจากหมู่บ้าน

หนีไปพร้อมกับครอบครัว ผ่านป่าดงดิบแห่งหนึ่ง ก็ถูกพวกอมนุษย์กับลูกกับเมียกิน เขาหนีไปได้ กระเซอะกระเซิง ได้ลงเรือ ไปกับเรือค้าขาย แต่แล้วเขาก็เป็นตัวซวยอีกทำให้เรือแล่นไปไม่ได้ คนเรือจึงจับฉลาก จับถึงเจ็ดครั้ง มิตตะพินทุกะนี้ก็ได้รับฉลากซวยถึงเจ็ดครั้ง พ่อค้าชาวเรือจึงจับเขา ขึ้นแพน้อยแล้วก็ปล่อยกลางทะเล

ด้วยบุญที่เคยเป็นพระรักษาศีลดี ทำให้มีนางฟ้า ๔ นาง กึ่งเปรตกึ่งนางฟ้าเป็นเมีย ช่วงนางฟ้าที่รับกรรมเป็นเปรต เขาก็หนี ได้นางฟ้า กึ่งเปรตกึ่งนางฟ้าอีก ๘,๑๖,๓๒ เป็นเมีย คราวที่นางฟ้าไปเสวยทุกข์เป็นเปรต เขานี้อีก

หนีไปจนถึงเกาะแห่งหนึ่งก็ได้พบเมืองยักษ์เมืองหนึ่งอยู่ในระหว่างเกาะ

ในเมืองนั้น มียักษินีตนหนึ่งแปลงกายเป็นแม่แพะเที่ยวหากินอยู่ มิตตพินทุกะไม่ทราบว่าแม่แพะเป็นยักษินี คิดแต่ว่า เราจักกินเนื้อแพะ โดดจับมันที่ขา นางแพะยักษ์ตกใจก็ดีดนายมิตตพินทุกะข้ามทะเลไป ตกที่พุ่มไม้หนามพุ่มหนึ่ง ข้างคูเมืองพาราณสี แล้วก็กลิ้งตกลงไปที่แผ่นดิน

ขณะนั้น แม่แพะของพระราชาหลายตัวเที่ยวหากินอยู่ เหนือคันคูนั้น ถูกพวกโจรลักไป พวกคนเลี้ยงคิดกันว่า พวกเราต้องจับโจรให้ได้ พากันซุ่มทันใด นายมิตตพินทุกะกลิ้งตกลงมา ข้างๆแม่แพะ เห็นแม่แพะเหล่านั้น ก็คิดว่า เราจับแม่แพะตัวหนึ่งในเกาะกลางทะเล แล้วมันดีดกระเด็นมาตกที่นี่ คราวนี้ ถ้าเราจับแม่แพะตัวหนึ่งที่เท้า มันคงดีดเรากระเด็นกลับไปถึงสำนักเทพธิดา ผู้มีวิมานอยู่ในทะเลแน่นอน เขาเข้าใจเอาเองอย่างนี้ แล้วก็โดดจับแม่แพะตัวหนึ่งที่ขา พอถูกจับแม่แพะก็ร้องเอ็ดอึง พวกคนเลี้ยงแพะก็พากันกรูเข้ามาทันที จับเขาไว้ แล้วรุมซ้อม มัดพาไปสู่พระราชวัง

ขณะเดียวกันเอง พระโพธิสัตว์ผู้เป็นอาจารย์ทิศาปาโมกข์กับมาณพผู้ลูกศิษย์ ๕๐๐ คนออกจากเมืองไปอาบน้ำ เห็นมิตตพินทุกะก็จำได้ ถามได้ความแล้ว จึงขอไถ่ชีวิตนายมิตตพินทุกะนั้นออกมา

พระโพธิสัตว์จึงไต่ถามมิตตพินทุกะว่า ตลอดเวลาที่หายหน้าไปนั้น เจ้าไปอยู่ที่ไหนเล่า มิตตพินทุกะก็เล่าเรื่องที่ตนกระทำทั้งหมดให้ฟัง พระโพธิสัตว์จึงกล่าวว่า คนที่ไม่กระทำตามถ้อยคำของผู้ที่หวังดี ย่อมได้ทุกข์อย่างนี้

“ บุคคลผู้ใด เมื่อท่านผู้หวังดี เอ็นดูจะเกื้อกูล สั่งสอน มิได้กระทำตามที่ท่านสอน บุคคลนั้นย่อมเศร้าโศก เหมือนมิตตพินทุกะจับขาแพะ แล้วเศร้าโศกอยู่ ฉะนั้น ”

อธิบายธรรม

เศษกรรมที่เอาอาหารส่วนของพระอรหันต์ที่โยมฝากถวายท่านนั้น ยังไม่หมดอีก เกิดมาชาตินี้ ตั้งแต่เกิดอยู่ในท้องแม่ ชาวประมงเป็นพันครอบครัวก็ซวย หากินไม่ได้ แถมซวยซ้ำซาก บ้านไฟไหม้ ๗ ครั้ง ทางการเข้าใจผิดปรับโทษเสียเงินเป็นจำนวนมากถึง ๗ ครั้ง ทั้งที่หากินก็ลำบากอยู่แล้ว ยังมาถูกปรับอีก

ไม่เคยเป็นอย่างนี้ มาก่อน เกิดอะไรในกลุ่ม จึงแบ่งกลุ่มชาวบ้านออกเพื่อหาตัวซวย โดยแบ่งเป็น ๒ กลุ่ม แล้วจากนั้นก็แบ่งไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายเหลือพ่อแม่เขาเท่านั้น ทั้งที่เด็กยังไม่คลอดเลย แต่แม่ของเขาอยู่กลุ่มใด กลุ่มนั้นก็ซวย

แม่คลอดเขาออกมา กว่าจะเลี้ยงให้เดินได้ ก็ยากแสนเข็ญ เมื่อเลี้ยงเขาได้ ๗ ขวบ พ่อแม่ก็ทนไม่ไหวแล้ว เพราะจะตายกันหมดแล้ว จึงหลอกให้ลูกไปขอทาน แล้วพ่อแม่ก็แอบหนีไปเลย

เด็ก ๗ ขวบ เกิดมาพร้อมกับบาปติดตัวเป็นเพื่อน ค่ำไหนนอนนั่น น้ำไม่เคยอาบ รูปร่างน่าเกลียดน่ากลัว เหมือนปีศาจทารก เที่ยวเก็บกินเม็ดข้าวอย่างอีกากิกเม็ดข้าวทีละเม็ด

พระสารีบุตรเถระ ผู้เปี่ยมล้นด้วยเมตตา เห็นเป็นเด็กน่าสงสาร ท่านจึงพามาวัดให้มาอาบน้ำแต่งตัว แล้วบวชเป็นสามเณรให้ เป็นสามเณรจนอายุครบบวชพระ จึงให้บวชเป็นพระภิกษุ ต่อมาทำวิปัสสนากัมมฐานเต็มที่แล้วบรรลุเป็นพระอรหันต์

ก่อนเป็นพระอรหันต์ท่านอดอยากอย่างไร แม้เป็นพระอรหันต์แล้ว ก็อดอยากเหมือนเดิม ท่านบิณฑบาตแทบวันละทับพี เพราะเวลาญาติโยมใส่บาตรท่านแม้เพียงทับพีเดียว เหมือนบาตรจะล้นข้าวทันที คนใส่บาตรก็หยุด ท่านก็เดินไปต่อ พอเปิดบาตร โยมก็เห็นว่าบาตรท่านเต็มแล้ว ก็ข้ามไปใส่อีกองค์หนึ่ง

ชีวิตของท่านเป็นอยู่อย่างนี้ ฉันข้าววันละทับพี กายของท่านก็ผอมซูบซีดลงทุกวัน จนในสุดกายของท่านอยู่ต่อไปไม่ไหวแล้ว เพราะอาหารไม่เพียงพอ

วันนี้ ท่านต้องปรินิพพานแล้ว พระสารีบุตรเถระ จึงนึกขึ้นมาได้ พิจารณาดูก็ทราบว่า ท่านพระโลสกติสสเถระจะนิพพานแล้ว กรรมนี้หนักเหลือเกิน ขนาดท่านทรมานขนาด ยังบดบังไม่ให้พระสารีบุตรคิดถึงท่านเลย จนวันสุดท้าย

พระสารีบุตรเถระสงสารท่านเหลือประมาณ จึงพาท่านไปบิณฑบาตด้วยกัน

ในเมืองสาวัตถี คนมากมายเพราะเป็นเมืองใหญ่ แต่ไม่มีใครเห็นพระสารีบุตรเลย ต้องกลับวัดพร้อมกับบาตรเปล่าทั้งสองรูป พระสารีบุตรจึงให้ท่านพระโลสกอยู่ที่วัดไม่ต้องไปบิณฑบาต

พอพระสารีบุตรเถระออกบิณฑบาตรูปเดียว ญาติโยมก็ดีใจ ต่างกล่าวว่าพระเถระมาแล้ว ๆ พระสารีบุตรเถระ สั่งสมบุญบารมีมาหนึ่งอสงไขยกับแสนมหากัปป์ ยังถูกกรรมชั่วของท่านพระโลสกติสสเถระทำแค่เช้าเดียวบดบังหมด บังไม่ให้ญาติโยมเห็นช่วงเช้าตรู่ที่ออกไปบิณฑบาตด้วยกัน

พระสารีบุตรได้อาหารมาแล้ว ฝากพระรูปอื่นๆให้เอาอาหารไปถวายท่านโลสกติสสะ อาหารก็ไม่ถึงท่านอีก พระที่เอาอาหารไปก็ลืมสนิท พระสารีบุตรก็คิดว่าท่านคงจะฉันแล้ว จึงมาถามได้อาหารที่ฝากมาหรือยัง จึงทราบว่าท่านยังไม่ได้ฉันอะไรเลย พระสารีบุตรมองดูเวลาแล้ว ยังพอมีเวลาอยู่ก็รีบไปบิณฑบาตในเมืองอีก ท่านตรงเข้าวังของพระเจ้าปเสนทิโกศลเลย

พระเจ้าปเสนทิโกศล ก็รีบจัดของหวานใส่บาตรพระเถระ พระเถรก็รีบกลับมาอีก ตอนนี้พระสารีบุตรต้องเอาอาหารมาให้ท่านด้วยตัวเอง แล้วยืนอุ้มบาตรให้พระโลสกติสสะหยิบฉัน ท่านก็เกรงใจพระสารีบุตร เป็นพระผู้ใหญ่ต้องมาป้อนข้าวให้ตน จึงไม่กล้าหยิบ พระเถระต้องบอกว่า หยิบอาหารฉันเถอะ หากให้คุณหยิบเอง อาหารจะหายหมด พระสารีบุตรเถระใช้พลังฤทธิ์ของท่านให้อาหารไม่หมด ให้ท่านหยิบฉันจนอิ่ม

เป็นมื้อที่อิ่มที่สุด ตั้งแต่เกิดเป็นมนุษย์มา

หลังจากนั้น ไม่นาน บ่ายนิดๆประมาณนั้น ท่านพระโลสกติสสเถระก็ปรินิพพาน หมดสิ้นกรรมแล้ว

บุญที่บวชพระปฏิบัติกรรมฐาน ไม่หายไปไหน ตามส่งผลให้ท่านบรรลุอรหันต์ กรรมชั่วที่ริษยาพระอรหันต์แล้วเผาอาหารที่โยมฝากมาถวายท่าน เพียงแค่นี้ แต่พลังแห่งความชั่วแรงเหลือเกิน ผลักท่านตกนรกเป็นแสนปี พ้นจากนรกเกิดเป็นยักษ์อาภัพ ๕๐๐ ชาติ ไม่เคยได้กินอิ่ม ได้กินรกคนคลอดลูกอิ่มครั้งเดียวก่อนตายในชาติที่ ๕๐๐ แล้วเกิดเป็นหมาอดอยาก ๕๐๐ ชาติ ไม่เคยได้กินอิ่ม ในชาติที่ ๕๐๐ ได้กินอวกอิ่มครั้งเดียวแล้วตาย

เกิดเป็นขอทานอีก ก็เกิดมาพร้อมกับเสนียดจัญไร พ่อแม่ต้องไล่ทิ้งเพราะขอทานไม่ได้เลย

จับพลัดจับผลูได้เป็นลูกศิษย์พระโพธิสัตว์ ผู้เป็นอาจารย์ทิศาปาโมกข์ สอนศิลปวิทยาให้ แต่เป็นเด็กเกเร ปัญญาทึบ ชอบทะเลาะกับเพื่อน จึงหนีระเหเร่ร่อนไปทั่ว ไปถึงไหนซวยถึงนั้น บุญเก่าตอนบวชพระรักษาศีลดี มีเมียเป็นนางฟ้านางเปรตกลางทะเล แต่นิสัยพาล ก็ทิ้งนางฟ้าเหล่านั้นไปอีก ก็อันธพาลไม่หยุด จนถูกจับ บุญเก่าที่เคยบวชพระทำให้เจออาจารย์โดยไม่ได้ตั้งใจ อาจารย์ก็ช่วยอีก

กรรมชั่วน่ากลัวเหลือเกิน ตอนทำกรรมชั่วมันสนุก สะใจ ไม่รู้สึกผิดอะไร แต่ตอนที่ส่งผล มันทรมาน

ที่ชั่วซ้ำซ้อนคือ มันทำให้เกิดเป็นคนจน ชั่วช้า สามานย์ อันธพาลแล้ว ไม่รู้ตัวว่าเป็นคนชั่วเป็นพาล น่ากลัวเพิ่มไปอีก เพราะมันจะพาต่อยอดกรรมชั่วไปเรื่อยๆ แต่บุญที่ได้บวชเป็นพระรักษาศีลปฏิบัติกัมมฐานนี้ ช่วยไว้ได้ก่อน

ศีลและกรรมฐานนี้ สำคัญมาก เกิดมาเป็นมนุษย์ในชาตินี้แล้ว ควรใช้เวลาแห่งความเป็นมนุษย์ให้คุ้มค่า ด้วยการรักษาศีล ให้ทาน เจริญภาวนาไว้เถิด ไม่เสียหายเลย ส่วนกรรมแบบเดิมๆ เราก็ทำมาแล้วไม่รู้กี่ภพกี่ชาติ ควรเพิ่มเติม ทาน ศีล ภาวนาให้มากในชาตินี้

กรรมชั่วอย่าคิดว่าเล็กน้อย ดูพระโลสกติสสเถระเถิด ริษยาแล้วเผาอาหาร เป็นอาหารฝากให้พระอรหันต์ด้วยซ้ำ ยังไม่เป็นของท่านอย่างสมบูรณ์แบบเลย แต่กรรมชั่วนั้นทำให้ท่านพระโลสกติสสะเสวยแต่ความทุกข์จากพระพุทธเจ้าองค์ที่แล้ว พระนามว่าพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า จนถึงพระพุทธเจ้าของเรานี้

อ้างอิง

https://84000.org/tipitaka/atita100/jataka.php?i=270041

….weiter mit Dhamma Podcast vom Wat Dhammavihara Hannover

You may also like...

Popular Articles...

Schreibe einen Kommentar