Buddhadhamma Tepitaka Mala sutta_mixdown-1

Buddhadhamma Tepitaka Mala sutta_mixdown-1
Buddhadhamma Tepitaka Mala sutta_mixdown-1
Popularität:0
  • Beschreibung

Buddhadhamma Tepitaka Mala sutta_mixdown-1

ชวนโยมเรียนพระไตรปิฎก

เรื่อง มลสูตร

ชีวิตที่เป็นมลทิน มัวหมองเจริญยาก

มลทิน สิ่งมัวหมองชีวิต คือ……..

พระมหาทองนาค นาควโร ประธานสงฆ์วัดธรรมวิหาร ฮันโนเฟอร์ เยอรมัน

(พระธรรมเทศนา ; การเทน์ )

Sprecher ist Phra Maha Thongnark Nagawaro , Abt des

Wat Dhammavihara Hannover . ( hier hören wir eine Predikt / Vortrag v. Abt )

กลิคที่ Download

www.wathannover.de

ชวนโยมเรียนพระไตรปิฎก

เรื่อง มลสูตร

ชีวิตที่เป็นมลทิน มัวหมองเจริญยาก

มลทิน สิ่งมัวหมองชีวิต คือ

๑. วิชาความรู้ ไม่ทบทวน ก็เสื่อมหาย

๒. บ้านเรือน ไม่หมั่นทำความสะอาด ไม่จัดระเบียบก็สกปรก รกรุงรัง

๓. ความเกียจคร้านเป็นมลทินของผิวพรรณ

๔. ระวังรักษาสิ่งใด ยามพลังเผลอก็เสียหาย

๕. ผู้หญิงประพฤติชั่วเป็นมลทิน

๖. คนที่จะให้ทาน มีความตระหนี่เป็นมลทิน

๗. อกุศลธรรมเป็นมลทินติดตัวทั้งปัจจุบันและอนาคตถึงโลกหน้า

๘. อวิชชา ความไม่รู้ดีรู้ชั่ว เป็นมลทินที่ยิ่งกว่ามลทินใดๆ

อธิบาย

๑. วิชาความรู้ไม่ทบทวน ก็เสื่อมหาย

อะไรก็ตามที่ได้แล้ว หากประมาทไม่หมั่นทบทวนบ่อยๆ ก็ลืมหมดสิ้น เวลาจะใช้ก็ยาก แม้คนก็เหมือนกัน รู้จักกันแล้ว ไม่หมั่นติดต่อก็เหินห่าง ว่าไปแล้วก็ทุกสิ่งทุกอย่างนั่นเอง ต้องหมั่น

๒. บ้านเรือน ไม่หมั่นทำความสะอาด ไม่จัดระเบียบก็สกปรก รกรุงรัง

บ้านเรือนของเรา เป็นสถานที่สำคัญมากและสำคัญที่สุดเลยก็ว่าได้ บ้านนั้นบ่งบอกแทบทุกอย่างของผู้อยู่อาศัย บ้านยิ่งสะอาดยิ่งบ่งบอกถึงฐานะของผู้นั้น

บ้านที่สวยมากหรือสะอาดมากที่สุด เหมือนวิมาน ก็เป็นพระราชวัง เป็นที่อยู่ของราชามหากษัตริย์ บ้านที่รองลงมาก็เป็นคฤหาสน์หรู สวยงาม สะอาดสะอ้าน สวยงาม กลิ่นหอม เป็นที่อยู่อาศัยของผู้ดี บ้านสวยสะอาดรองลงมาเรื่อยๆตามลำดับ ก็บ่งบอกถึงฐานะของผู้นั้น

ลงมาเรื่อยๆจนถึงบ้านก็ไม่ใช่โรงขยะก็ไม่ใช่ แต่มันก็เป็นที่อยู่ของคน ผู้อาศัยสถานที่นั้น ก็จะมอมแมมสกปรก กลิ่นเหม็น

บ้านของคนที่ใจสะอาด ถึงไม่ใหญ่โต หรือไม่หรูหราอะไร จะสะอาด เป็นระเบียบ งดงาม วางสิ่งของเป็นระเบียบ กลิ่นไม่อับ ไม่เหม็น

คนมีอันจะกินจริงๆ ไม่เก็บสิ่งของจนล้นบ้าน ใช้ไปพอสมควรแล้วก็ทิ้ง แต่คนที่กลางๆเริ่มสะสมสิ่งของแล้ว คนระดับล่างเลย บางคนเก็บสิ่งของทับทมกองๆกันไว้จนน่ารังเกียจ

การเก็บสิ่งของไว้มากๆ ไม่ใช่บ่งบอกว่าเป็นคนประหยัด แต่นั่นมันคือมลทินของจิต ทำกรรมฐาน สมาธิก็เกิดยาก

บ้านนี้สำคัญมาก ถึงขนาดที่เป็นธรรมะข้อหนึ่งเลยที่เดียว ที่เป็นมลทินชีวิต

๓. ความเกียจคร้านเป็นมลทินของผิวพรรณ

ร่างกายเรา เป็นสิ่งที่เราได้มาด้วยบุญ มีคนมากมายได้มาแล้ว ไม่สนใจไม่เหลียวแล ไม่หมั่นอาบน้ำชำระล้างสิ่งสกปรกออกไป ไม่หมั่นประเทืองผิว ปล่อยให้แห้ง ให้เหี่ยวเฉา ไม่ทาครีม ผมเผ้าก็ปล่อยปละละเลย

รูปร่างหน้าตาของเรา จะสวยจะหล่อหรือไม่ก็ตาม หากไม่หมั่นดูแลรักษา ก็น่าเกลียด ไม่น่าเลื่อมใสไม่น่าศรัทธา การดูแลร่างกายให้ดูดีเสมอ ดูน่าเลื่อมใสศรัทธา แต่งตัวให้งาม แต่งตัวให้ดูดี จะเชื่อมมิตร เชื่อมกิจการได้ง่ายยิ่งขึ้น

กายจะแก่จะเฒ่า นั่นเป็นธรรมชาติ แต่คนที่ปล่อยปละละเลยการดูแลกายให้ดี ให้งาม ให้สง่างาม เป็นคนมีมลทิน เป็นสกปรกมัวหมอง ชื่อว่าไม่ประพฤติธรรม

๔. ระวังรักษาสิ่งใด ยามพลังเผลอก็เสียหาย

คนที่ต้องระวังรักษาอะไรก็ตาม หากเผลอแล้วก็เกิดอันตรายได้ เช่นขับรถ หากขาดสติก็เกิดอุบัติเหตุ บ้านระวังไม่ดี สิ่งของอาจะเสียหาย จากโจรบ้าง ผุพังบ้าง หรือมีหน้าที่ยามรักษาอะไรสักอย่าง หากเผลอประมาทก็เสียได้ แม้คนระวังไม่ดีก็เสียหายได้

๕. ผู้หญิงประพฤติชั่วเป็นมลทิน

ผู้หญิง ถึงเป็นมนุษย์ก็จริง แต่ผู้หญิงเป็นเหมือนนางฟ้าโดยธรรมชาติ เป็นอะไรที่ต้องถนอม จะเห็นว่าในหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา มีหลายที่หลายแห่งที่ให้คุ้มครองดูแลผู้หญิง ให้เกียรติผู้หญิ่ง ยกย่องผู้หญิง ผู้ละเมิดเบียดผู้หญิง ถือว่าเลวร้ายมาก สังเกตดูบนโลกใบนี้ ครอบครัวใดให้เกียรติผู้หญิง ครอบครัวนั้นอบอุ่น สังคมใดให้เกียรติผู้หญิงสังคมนั้นเจริญ ประเทศใดให้เกียรติผู้หญิงประเทศนั้นเจริญ ประเทศที่เจริญโดยทั่วไปในโลกนี้ เป็นประเทศที่ให้เกียรติผู้หญิง

ทำงานแบบกรรมกรที่ใช้แรงงานหนัก ประเทศที่เจริญแล้ว ไม่ให้ผู้หญิงทำเลย ตรงกันข้ามกับประเทศที่ไม่เจริญ เราจะเห็นผู้หญิงใช้แรงงานเหมือนผู้ชาย

ผู้หญิง ในทางพระพุทธศาสนา เป็นที่เพศที่ต้องเคารพ ให้เกียรติ ยกย่อง แต่ก็ไม่ใช่ปล่อยให้เธอเป็นคนชั่วที่ลอยนวลได้

ดังนั้น ผู้หญิงเวลาทำผิด ประพฤติผิดธรรมเนียมประเพณี จึงน่ารังเกียจ ยิ่งผิดศีล ยิ่งน่ารังเกียจ คนที่ถูกรังเกียจ จะเสียหายแทบทุกอย่าง

๖. คนที่จะให้ทาน มีความตระหนี่เป็นมลทิน

คนตระหนี่ให้ทานไม่ได้ ช่วยเหลือผู้อื่นไม่ได้ มีน้ำใจไม่ได้ เพราะเสียดายทรัพย์ ช่วยผู้อื่นก็กลัวเสียเปรียบ คนตระหนี่ น่ารังเกียจ คนไม่อยากคบ ใครติดหนี้คนตระหนี่ ทุกข์หนักหนา

๗. อกุศลธรรมเป็นมลทินติดตัวทั้งปัจจุบันและอนาคตถึงโลกหน้า

จิตชั่ว จิตสกปรก จิตคิดแต่เรื่องทุกข์ คิดแต่จะเอา จะได้ จนไม่มีศีลธรรม น่ารังเกียจที่สุด เขาจะทุกข์ในปัจจุบันจนถึงอนาคตไปถึงโลกหน้าด้วย บางคนชั่วจนไม่รู้ว่าตนชั่ว เพราะมันสนุกสนานกับความชั่วจนชิน เหมือนหนอนอยู่กินกับซากเน่าเหม็นอย่างเอร็ดอร่อย

๘. อวิชชา ความไม่รู้ดีรู้ชั่ว เป็นมลทินที่ยิ่งกว่ามลทินใดๆ

ไม่มีอะไรที่มืดมน อนธกาลเท่าอวิชชา เพราะจิตตัวนี้ตัวเดียว เราจึงท่องเที่ยวไปในภพภูมิต่างๆ อย่างไม่รู้จักเบื่อ เราเกิดเป็นสัตว์นรก เปรต อสุรกาย เดรัจฉาน มนุษย์ชั้นเลว อย่างสนุกสนาน เราก็ท่องไปสวรรค์ชั้นต่างๆ อย่างสนุกสนาน เราใช้ชีวิตเหมือนว่าเราเกิดแค่ชาตินี้ก็จบกันแค่นี้

ความคิดที่ไม่ปฏิบัติเพื่อพ้นจาก การเกิด แก่ เจ็บ ตาย นั่นคือวิชชา

อ้างอิง

http://www.84000.org/tipitaka/read/r.php?B=23&A=3983

You may also like...

Popular Articles...

Schreibe einen Kommentar

Deine E-Mail-Adresse wird nicht veröffentlicht. Erforderliche Felder sind mit * markiert.

Diese Website verwendet Akismet, um Spam zu reduzieren. Erfahre mehr darüber, wie deine Kommentardaten verarbeitet werden.