Buddhadhamma Tepitaka Mangulitthi Peta_mixdown

Buddhadhamma Tepitaka Mangulitthi Peta_mixdown
Buddhadhamma Tepitaka Mangulitthi Peta_mixdown
Popularität:0
  • Beschreibung

Buddhadhamma Tepitaka Mangulitthi Peta_mixdown

ชวนโยมเรียนพระไตรปิฎก

เรื่อง มังคุลิตถีเปรต

หญิงเปรตมีตัวเน่าเหม็น

เพราะในสมัยเป็นมนุษย์อ้างสิ่งศักดิ์สิทธิ์บังหน้า แล้วเอาลาภสักการะใส่ตัว

สมัยนั้น พระผู้มีพระภาคประทับ ณ พระเวฬุวัน สถานที่ให้เหยื่อกระแต เขต

กรุงราชคฤห์ ครั้งนั้น ท่านพระลักขณะกับพระมหาโมคคัลลานะพักอยู่ที่เขาคิชฌกูฏ

ครั้นเวลาเช้า พระมหาโมคคัลลานะครองอันตรวาสกถือบาตรและจีวรเข้าไปหาพระ

ลักขณะจนถึงที่อยู่ เชิญชวนว่า “ท่านลักขณะ มาเถิด พวกเราจะไปบิณฑบาตในกรุงราชคฤห์ด้วยกัน”

พระลักขณะรับคำแล้ว

ขณะที่พระมหาโมคคัลลานะกำลังลงจากภูเขาคิชฌกูฏ ถึงสถานที่แห่งหนึ่งได้

แสดงอาการแย้ม

พระลักขณะถามว่า “ท่านโมคคัลลานะ อะไรเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้ท่านแสดงอาการแย้ม”

พระมหาโมคคัลลานะตอบว่า “ท่านลักขณะ ยังไม่ถึงเวลาตอบปัญหานี้ เมื่อเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคค่อยถามปัญหานี้เถิด”

ครั้นท่านทั้งสองเที่ยวบิณฑบาตในกรุงราชคฤห์ กลับจากบิณฑบาต หลังจาก

ฉันอาหาร เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายบังคมแล้วนั่งลง ณ ที่สมควร

ครั้นแล้วพระลักขณะได้กล่าวขึ้นว่า “ท่านมหาโมคคัลลานะ เมื่อท่านลงจากภูเขา

คิชฌกูฏ ในกรุงราชคฤห์นี้ ถึงสถานที่แห่งหนึ่งได้แสดงอาการแย้ม อะไรเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้ท่านแสดงอาการแย้ม”

พระมหาโมคคัลลานะตอบว่า

“ท่าน เมื่อกระผมลงจากภูเขาคิชฌกูฏได้เห็นมังคุลิเปรต กลิ่นเหม็น เพศหญิง ลอยในอากาศ ฝูงแร้ง นกกา นกเหยี่ยว พากัน

โฉบอยู่ขวักไขว่จิกทึ้งยื้อแย่งเปรตนั้นสะบัดไปมาจนมันร้องครวญคราง กระผมมีความรู้สึกว่า น่าอัศจรรย์จริงไม่เคยปรากฏ ที่มีสัตว์เช่นนี้ มียักษ์เช่นนี้ มีเปรตเช่นนี้ มีอัตภาพรูปร่างอย่างนี้ อยู่”

ภิกษุทั้งหลายพากันตำหนิ ประณาม

โพนทนาว่า “พระมหาโมคคัลลานะ

กล่าวอวดอุตตริมนุสสธรรม”

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายมารับสั่งว่า “ภิกษุทั้งหลาย

สาวกทั้งหลายที่มีจักษุญาณก็ยังมีอยู่ เพราะสาวกที่รู้ที่เห็นนี้เป็นพยานได้ เมื่อก่อนเราก็เห็นมังคุลิเปรตเพศหญิงนั้น แต่ไม่พยากรณ์ เพราะการพยากรณ์นั้นจะไม่เป็นประโยชน์เกื้อกูลซ้ำจะเป็นทุกข์ยาวนานแก่ผู้ที่ไม่เชื่อเรา

ภิกษุทั้งหลาย เปรตหญิงตนนั้น เคยเป็นแม่มดอยู่ในกรุงราชคฤห์ เพราะผลกรรมนั้น จึงตกนรกหมกไหม้อยู่หลายร้อยปี หลายพันปี หลายแสนปีแล้วได้มีอัตภาพเช่นนี้ เพราะเศษกรรมที่ยังเหลือ

โมคคัลลานะกล่าวจริงจึงไม่ต้องอาบัติ”

อธิบายเพิ่มเติม

เปรตหญิงตัวเหม็นเน่านี้ เมื่อสมัยเป็นมนุษย์เป็นแม่มด รับใช้ยักษ์ตนหนึ่ง เธอคนเดียวเท่านั้นที่เห็นยักษ์นั้น คนอื่นๆไม่เห็น ด้วยเหตุนี้เอง เธอจึงอ้างยักษ์เป็นทางหาลาภสักการะแก่ตน

เธอโฆษณาชวนเชื่อทำนองว่า “หากบูชา บวงสรวงท่านเทพเจ้าองค์นี้ ด้วยสิ่งนี้ ๆ จะได้อย่างนี้ๆ จะเจริญรุ่งเรืองอย่างนี้ๆ”

คนที่ทั้งหลาย ที่ชอบความสำเร็จ ความร่ำรวยแบบทางลัด ก็เชื่อเธอ แล้วทุ่มเทบวงสรวง บูชาด้วยสักการะต่างๆตามที่แม่มดผู้วิเศษบอกกล่าว เพราะเชื่อมั่นว่าเธอสื่อกับเทพเจ้าได้จริง

ยักษ์ ไม่ได้บอกแม่มดว่า ต้องการสิ่งนี้ๆ แต่อย่างใด ดังนั้น ลาภสักการะทั้งหมด นางแม่มดจึงกอบโกยเอาอย่างไม่เคอะเขินใจ เพราะเธอสร้างเรื่องขึ้นมาเอง เอาเทพเจ้าบังหน้าหาสักการะและลาภให้ตนเองอย่างง่ายๆ สบายๆ

มนุษย์ผู้ที่มีปัญญาน้อย หรือไม่มีเลย หวังร่ำรวย หวังประสบความสำเร็จในชีวิตแบบง่ายๆไม่ต้องคิดอะไรมาก เพียงแค่ทำให้ถูกใจเทพเจ้าแค่นั้นก็รวยแล้ว ประสบความสำเร็จในชีวิตแล้ว

คนที่ประพฤติอย่างนี้ เขาก็ประพฤติอย่างนี้มานานแสนนาน ตั้งแต่เกิดก็อาจกล่าวได้ และปัจจุบันเขาก็ยังประพฤติอย่างนี้ และมีหนี้เพิ่มอีกมาย แต่ก็ยินดีที่ติดหนี้เพราะเขามีความหวังจากการบูชาอย่างนี้

เขาเหล่านั้น ปัญญาน้อยถึงขนาดมีชีวิตแบบนี้อยู่นานแสนนาน แต่ก็คิดไม่ได้ คิดไม่ถึง คิดไม่เป็น เขาก็ยังมีความสุขและหวังจากการบูชาแบบนี้อยู่

นับวัน สังคมไทยเรา มีคนลักษณะอย่างนี้เพิ่มขึ้นทุกวันๆ จนปัจจุบันนี้ ต้องให้หมอดูกำหนดชะตาชีวิต ปัญญาและความรู้สำคัญน้อยกว่าผู้บอกโชคชะตา จะทำอะไร ต้องให้ผู้กุมชะตาชีวิตกำหนดให้ก่อน ทั้งคนชั้นปกครองและผู้อยู่ภายใต้ แล้วจึงจะลงมือทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้

เราทิ้งการไตร่ตรองด้วยปัญญาว่าอะไรคือทุกข์(สิ่งที่อยากได้)

อะไรคือสมุทัย(ได้มาอย่างไร)

อะไรคือนิโรธ(เป้าหมายแห่งสิ่งที่ได้) อะไรคือมรรค (วางแผน ดำเนินการปฏิบัติตามความเป็นจริงในสิ่งได้ ไม่ใช่คาดการณ์ ไม่ใช่เดา หากปฏิบัติแล้วผิดพลาดก็ปรับปรุงแก้ไข)

มนุษย์มีอุปกรณ์แห่งปัญญาพร้อมและสมบูรณ์ที่สุดในบรรดาสิ่งมีชีวิตทั้งหมดในทุกภูมิ แต่เราขาดกัลยาณมิตรแนะนำ และหลายท่านแม้มีกัลยาณมิตร แต่เราหมดความเชื่อถือตนเองแล้ว ชีวิตของเราจึงต้องให้ผู้อื่นกำหนดให้

คนที่ได้ประโยชน์จากความหมดศรัทธาในตัวเองของเรา คือคนอย่างแม่มดนี้แหละ ส่วนคนมีอาชีพอย่างแม่มด แต่จิตใจคิดคนละอย่างจากแม่มด ผลกรรมก็ต่างจากแม่มด แต่อย่างไรก็ตาม การกระทำที่ไร้ปัญญาทั้งคนแนะนำและผู้ถูกแนะนำ ล้วนก่อทุกข์ทั้งนั้น

แม้การทำบุญ หากยังทำเหมือนคนเชื่อแม่มดอยู่ ก็ไม่ได้แตกต่างกันนัก

การเคารพนับถือบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกต้อง คือการทำความดีด้วยตัวเอง การทำบุญด้วยตัวเอง แล้วแผ่ความดี แผ่บุญนั้นให้แก่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ คนมีบุญคนมีความดี สิ่งศักดิ์สิทธิ์ดูแลคุ้มครองแน่นอน

แต่ก็มีแตกต่างอยู่บ้างที่คนบาป สิ่งศักดิ์แบบบาปร่วมกันทำบาป แต่สุดท้ายของชีวิตแล้ว ก็จะต้องเป็นเหมือนแม่มด ตายแล้วตกนรก เศษกรรมที่เหลือนำพามาเกิดเป็นเปรตน่าเกลียด เหม็นคลุ้ง ถูกสัตว์อื่นกัดกิน ทุกข์ทรมาน

อ้างอิง พระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬาฯ

https://84000.org/tipitaka/pitaka_item/read_page.php?book=1&page=235&pages=3&edition=mcu#230

 

weiter mit Dhamma Podcast Wat Dhammavihara Hannover

You may also like...

Popular Articles...

Schreibe einen Kommentar

Deine E-Mail-Adresse wird nicht veröffentlicht. Erforderliche Felder sind mit * markiert.

Diese Website verwendet Akismet, um Spam zu reduzieren. Erfahre mehr darüber, wie deine Kommentardaten verarbeitet werden.