Buddhadhamma Tepitaka Nagasutta vol 21_mixdown

Buddhadhamma Tepitaka Nagasutta vol 21_mixdown
Buddhadhamma Tepitaka Nagasutta vol 21_mixdown
Popularität:0
  • Beschreibung

Buddhadhamma Tepitaka Nagasutta vol 21_mixdown

ชวนโยมเรียนพระไตรปิฎก

เรื่อง นาคสูตร

กว่าจะเป็นคนดีที่บริสุทธิได้ ยากจริง

ช้างที่ดีที่จะคู่ควรแก่พระราชา ต้องมีลักษณะดี ดังนี้

เป็นช้างที่

๑. เชื่อฟังง่าย ต่อคำสั่งของควาญช้าง

๒. ฆ่าศัตรูได้ สามารถทำลายศรัตรูได้ในสงคราม

๓. อดทน ในสงครามนั้น มีศัตรูรอบทิศทาง เช่นเสียงกลองและเสียงประโคมดนตรีอื่น ที่ดังกระหึ่มเพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่ทหาร อีกทั้งดาบ ง้าว ลูกธนู หอก หลาวเป็นต้น ช้างนักรบนั้น ต้องทนได้

๔. ไปได้ทุกแห่งหน

เมื่อใดนายควาญช้างสั่งให้ไปทางใด ก็ต้องไปทางนั้นโดยไม่ลังเลใจ

นี้คือช้างที่ยิ่งใหญ่ และด้วยความยิ่งใหญ่ของตนนั้น จะทำให้พระราชายิ่งใหญ่ ทำให้พระเทศชาติยิ่งใหญ่

คนที่จะเป็นคนดีแท้จริง และคนดีบริสุทธิ์กระทั่งหมดกิเลส ก็ต้องมีคุณธรรม ดั่งช้าง คือ ต้องเป็นคนที่

๑. เชื่อฟังง่าย

๒. ฆ่ากิเลสได้

๓. อดทนได้

๔. ไปได้ในทิศที่ไม่เคยไป

อธิบายธรรม ดังนี้

คนที่

๑. เชื่อฟังง่าย

เชื่อฟังสิ่งดีงาม คือธรรมะที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสสั่งสอนไว้ อะไรควรละ อะไรควรเจริญทำให้เกิดแก่ตน การเป็นคนเชื่อง่ายในธรรมะนั้น ต้องเป็นคนที่เชื่อว่าธรรมะนั้น สามารถพิสูจน์ปฏิบัติได้และให้ผลได้

๒. ฆ่ากิเลสได้

กิเลสที่เกิดแล้ว ทำให้ตนเดือดร้อน คือ

ก. กามวิตก คิดจะเอา จะมี ตามที่ตา หู จมูก ลิ้น กาย ต้องการโดยไม่คำนึงพลังความสามารถของตน ความเหมาะสมของตน

คนไม่มีสติ จะให้กิเลสนำหน้า กิเลสพาไปไหน พาทำอะไร ก็ทำตามกิเลสอย่างง่ายดาย ผู้นั้นจึงเดือดร้อนไม่จบสิ้น คิดง่ายๆว่า “กามวิตก” ได้อย่างที่ต้องการแล้วน่าจะสุข แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ เพราะมันไม่ใช่สุขจริง

ข. พยาบาทวิตก

คิดแต่เรื่องที่ทำให้เกิดความไม่สบายใจ โกรธ เป็นทุกข์

ค.วิหิงสาวิตก

คิดแต่เรื่องเบียดเบียน อันเกิดจากไม่สมใจอยาก ก็โกรธ แล้วก็จะเอาให้ได้ จะมีให้ได้ จึงเกิดความคิดเบียดเบียน

อุศลธรรมเหล่านี้ ล้วนเป็นอุปสรรคต่อจิตสะอาดทั้งนั้น

คนไม่มีสติ มักมองธรรมะเป็นอุปสรรคต่อชีวิตที่ดีงามเจริญรุ่งเรืองในแบบของตน

การที่จะรู้ทันกิเลสตนเองนั้น มันยากจริงๆ เพราะเราแยกไม่ออกว่าอะไรคือกุศลธรรม อะไรคืออกุศลธรรม

คนมีสติเท่านั้น จึงจะให้ธรรมะนำหน้า เดินตามธรรมะ เพราะยิ่งเดินตาม ก็ยิ่งปลอดภัย มีความสุข

แม้ทำลายกิเลสไม่ได้เลยที่เดียว อย่างน้อยรู้ทันกิเลสบ้างก็ยังดี หรือพยายามข่ม พยายามทำลาย ก็ดียิ่ง ประเสริฐอย่างมาก

๓. อดทนได้

ความอดทน เป็นความยาก เป็นความลำบาก เป็นความทรมานอย่างยิ่ง แต่หากเมื่อใดเราทนได้แล้ว เราจะภูมิใจตัวเองมาก

ตัววัดความอดทนของเรา คือ

ความหนาว ความร้อน ความหิว ความกระหาย

อดทนต่อสัตว์ คนรบกวน

อดทนต่อคำพูดของคน ทั้งที่เป็นคำเท็จ คำส่อเสียด คำหยาบ คำเพ้อเจอ

อดทนต่อทุกข์ต่างๆที่เกิดจากกายของเราเอง

อดทนต่อสิ่งที่ไม่น่าพอใจ ไม่น่ายินดี ที่ไหลเข้าหาชีวิตเรา

บางครั้ง การอดทนของเรามันแทบจะสิ้นชีวิตเลย

การอดทน ไม่ใช่ความโง่ แต่เพราะปัญญาเห็นว่าการเป็นทาสของความไม่อดทนแล้วทำตามความไม่อดทน ก็คือความโกรธ จะเกิดความเสียหายมากมาย

บางครั้งดูเหมือนเสียเปรียบ ถูกเอาเปรียบ แต่ก็ไม่เกิดประโยชน์อันใดที่จะเอาชนะผู้อื่น สิ่งอื่นด้วยความโกรธ เอาชนะด้วยสติ ด้วยปัญญา ด้วยเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขาก็ได้

การชนะความไม่อดทนด้วยความอดทนคือความไม่โกรธ อันเกิดจากสติ ปัญญา เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา นี้เอง คือเครื่องยืนยันว่า เราอดทนได้ เราคือคนดีจริงๆ

๔. ไปได้ในทิศที่ไม่เคยไป

การทำกรรมฐานกระทั่งจิตเป็นสมาธิในระดับต่างๆ คือปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌาน (อภิธรรม ปัญจมฌาน) เป็นการไปในสถานที่เราไม่เคยไป เพราะจิตเป็นสมาธินี้ สะอาด สุข เบา สบาย ที่ไม่ต้องอาศัยเงื่อนไขทางวัตถุมาสร้างสุขให้

การทำวิปัสสนา จนกระทั่งปัญญาอยู่เหนือกิเลส หรือบรรลุอริยมรรคอริยผล มีโสดาบันเป็นต้น ดับกิเลสได้ ยิ่งจะมีความสุขมาก เพราะอุศลธรรมที่ละได้ ไม่เกิด หรือที่เหลืออยู่ก็อ่อนกำลังลงด้วยปัญญาคือวิปัสสนา

นี้คือการได้ไปในทิศในสถานที่ที่ไม่เคยไป

หลักธรรม ๔ ประการนี้ แม้เรามีเพียงข้อใดข้อหนึ่ง ก็นับว่าประเสริฐอย่างยิ่ง ไม่ต้องกล่าวถึงท่านที่มีธรรมนี้ทั้ง ๔ ประการว่าจะประเสริฐปานใด

ผู้มีคุณธรรมนี้ จะมีอายุเท่าไหร่ก็ตาม ก็เป็นคนประเสริฐ เป็นคนดีเหลือประมาณจริงๆ

คนที่ต้องการความสุขจากความดีจริงๆ จึงปฏิบัติตามธรรมนี้เพื่อให้ความดีอันประเสริฐนั้นเกิดแก่ตนเอง ความดีแห่งธรรมนี้ หากเป็นของเรา เราก็เป็นผู้ประเสริฐ เป็นของผู้อื่น ผู้นั้นก็ประเสริฐ

การได้สัมผัสคนประเสริฐ เช่นด้วยการเห็น การได้ยิน ได้สนทนา การได้เข้าใกล้ ความประเสริฐดีงามก็พลอยเข้ามาสู่ใจของเราด้วย ใจเราสุข กายก็พลอยสุขไปด้วย

คนที่ผ่านความลำบากทางกาย ทางใจด้วยธรรมะได้ คือคนดีจริงๆ

คุณธรรมเหล่านี้ มีอยู่ในกายเราแล้ว คอยเวลาแห่งสติปัญญาเกิดเท่านั้น ธรรมะ ๔ ประการก็จะเกิดขึ้น

อ้างอิง

https://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=21&siri=113

 

….weiter mit Dhamma Podcast Wat Dhammavihara Hannover

You may also like...

Popular Articles...

Schreibe einen Kommentar