Buddhadhamma Tepitaka Paduma pubbasutta_mixdown

Buddhadhamma Tepitaka Paduma pubbasutta_mixdown
Buddhadhamma Tepitaka Paduma pubbasutta_mixdown
Popularität:0
  • Beschreibung

Buddhadhamma Tepitaka Paduma pubbasutta_mixdown

ชวนโยมเรียนพระไตรปิฎก

เรื่อง ปทุมปุปผสูตร

พระหอมดอกบัว เทวดาตำหนิ…….

พระมหาทองนาค นาควโร ประธานสงฆ์วัดธรรมวิหาร ฮันโนเฟอร์ เยอรมัน

(พระธรรมเทศนา ; การเทน์ )

Sprecher ist Phra Maha Thongnark Nagawaro , Abt des

Wat Dhammavihara Hannover . ( hier hören wir eine Predikt / Vortrag v. Abt )

กลิคที่ Download

www.wathannover.de

ชวนโยมเรียนพระไตรปิฎก

เรื่อง ปทุมปุปผสูตร

พระหอมดอกบัว เทวดาตำหนิ

พระภิกษุรูปหนึ่ง ปฏิบัติธรรมกรรมฐานอยู่ในป่า วันหนึ่งฉันภัตตาหารเสร็จแล้ว พักผ่อนพอประมาณแล้ว ท่านก็ลงไปในสระน้ำ สรงน้ำคลายร้อน เห็นดอกบัวงาม จึงดมกลิ่นดอกบัวอยู่ห่างๆ

จังหวะนั้น ยักษ์ประเภทเทวดา องค์หนึ่ง เห็นเข้า จึงกล่าวว่า

“ท่านดมดอกบัวที่ไม่มีใครถวาย ได้อย่างไร อย่างนี้เข้าข่ายขโมยแล้วนะ ท่าน”

“อาตมา ไม่ได้เอาดอกไป ไม่ได้หักดอก เพียงแค่ดมอยู่ห่างๆ จะเป็นขโมยได้อย่างไร ทำไม ท่านไม่ไปตำหนิว่ากล่าวคนที่ขุดถอน หักดอกบัว ซึ่งทำไม่ถูกต้องว่าเป็นขโมยเล่า” พระโต้ตอบ

เทวดา กล่าวว่า

“คนบาปหนา เต็มไปด้วยกิเลส โยมไม่พูดถึง แต่โยมอยากพูดกับท่าน ผู้ไม่มีกิเลสเหมือนเนิน (เดินขึ้นเนินยากลำบาก จึงเหมือนกิเลสทำให้เสียเวลา) ผู้หาทางพ้นทุกข์ แม้มีบาปเล็กน้อยเท่าปลายขนเนื้อทราย มันก็เหมือนบาปใหญ่เท่าก้อนเมฆในอากาศ”

“ท่านยักษ์ (เป็นเทวดาชั้นหนึ่ง ไม่ใช่ยักษ์กินสัตว์) ท่านต้องรู้จักเราแน่แท้ ท่านคงอนุเคราะห์เรา ท่านจงเตือนเราอีกนะ หากเห็นเราทำไม่เหมาะสมอีก” พระดีใจมากที่เทวดาชม จึงขอให้เทวดาตักเตือนอีก หากเห็นว่าตนทำไม่เหมาะสม

เทวดากล่าวเชิงว่า กรรมใครกรรมมัน ว่า

“ข้าพเจ้า ไม่ได้อาศัยท่านเลี้ยงชีพ และข้าพเจ้ามีความเจริญรุ่งเรือง ก็ไม่ได้อาศัยท่าน ข้าแต่ท่านพระภิกษุ ท่านจะอยู่สุขสบายก็เพราะการกระทำของท่าน (ไม่เกี่ยวกับผู้อื่น)”

พระภิกษุรูปนั้น เกิดความสลดใจ ได้ข้อคิดจากการตักเตือนของเทวดา แล้วตั้งใจปฏิบัติธรรมให้เต็มที่ยิ่งขึ้น

คนดีจริง เวลาทำผิด มีคนตักเตือน จะดีใจมาก เพราะเห็นแล้วว่าตนบกพร่อง จะได้ปรับปรุงต่อไป ยิ่งปรับปรุง ความดียิ่งเพิ่มปริมาณมากยิ่งขึ้น และความดีนี้เองจะทำให้เราชนะความชั่วได้เร็วขี้น ง่ายขึ้น

แต่คนชั่ว อ้างตนเป็นคนดี ทำชั่วอยู่ก็ไม่รู้ว่าตนกำลังทำชั่ว เพราะไม่รู้เขาจึงเพลิดเพลินกับความชั่ว ใครเตือนก็ไม่ได้ นอกจากเตือนไม่ได้แล้ว ยังหาเรื่องคนเตือนด้วยวิธีการต่างๆอีก สกัดทุกวิธีการที่จะไม่ให้ใครตำหนิ แม้เทวดาก็ไม่อยากเข้าใกล้คนบาปหนาประเภทนี้ ไม่อยากกล่าวถึง เพราะมันชั่วเกินที่จะเตือน หากเตือนคนชั่ว ย่อมเกิดอันตรายแน่นอน แต่การตักเตือนคนดีนั้น ตักเตือนด้วยความสุข เพราะคนดีเห็นข้อบกพร่องของตนแล้ว จะรีบแก้ไข คนเตือนก็มีกำลังใจ

เราเอง ก็ไม่มั่นใจ เวลาจะเตือนใคร มันเหมือนทำสงครามอะไรสักอย่าง ไม่รู้ว่าเขาจะคิดอย่างไร หากเราไปเตือนเขา ก็เดาใจไม่ถูก เขาจะเห็นดีด้วยหรือเปล่าที่เราเตือน หรือเขาจะคิดว่าเราอิจฉา เราใส่ร้ายเขา หากเป็นดังประการหลัง เราแย่แน่เลย จึงทำให้เราไม่อยากเตือนใคร เพราะไม่มั่นใจผลที่จะเกิดขึ้น

เราประสบปัญหาทั้งสองฝ่าย คือ คนทำผิดเมื่อไม่มีคนเตือน ก็เข้าใจว่าสิ่งที่ตนทำนั้นถูก ยิ่งปล่อยให้ความคิดอย่างนี้เกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ เสมอๆ จะกลายเป็นมิจฉาทิฐิอย่างรุนแรง เราจะไม่รู้ว่าอะไรดีอะไรชั่ว ยิ่งหากผู้นั้นมีตำแหน่ง แล้วก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงขึ้น ตำแหน่งใหญ่ขึ้น ความเสียหายจะเกิดสูงมากและแรงมาก

ปัญหาอีกประการหนึ่ง คือคนเตือน ไม่กล้าบ้าง เพราะกลัวบ้าง เพราะโกรธบ้าง (อยากให้มันฉิบหายวายวอด) เพราะโง่บ้าง คนเตือน ขาดคุณธรรมบ้าง

สังคมขาดคนเตือนที่เป็นกัลยาณมิตร คนที่ทำผิดก็จะผิดไปเรื่อยๆ และคนที่ทำผิดก็ไม่ยอมรับการตักเตือนด้วย สังคมนั้นเป็นสังคมที่เลวร้ายมาก เป็นสังคมที่เห็นถูกเป็นผิด เห็นผิดเป็นถูก น่ากลัวมาก

หากเรามุ่งความเจริญ ความดีงามที่เป็นสัมมาทิฐิ จะพ้นทุกข์ได้ไว จงเป็นยอมรับคำตักเตือนของกัลยาณมิต และไม่โกรธ ถึงโกรธก็รีบระงับกับคำดูถูกเหยียดหยามของคนชั่ว

คนดีงาม อยู่สุขสบายจริงๆ ชีวิตอบอุ่น

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๕ ข้อ ๒๓๔

https://tripitaka-online.blogspot.com/2016/07/tpd15-06.html

You may also like...

Popular Articles...

Schreibe einen Kommentar

Deine E-Mail-Adresse wird nicht veröffentlicht. Erforderliche Felder sind mit * markiert.

Diese Website verwendet Akismet, um Spam zu reduzieren. Erfahre mehr darüber, wie deine Kommentardaten verarbeitet werden.