Buddhadhamma Tepitaka Pataliputtapeta_mixdown

Buddhadhamma Tepitaka Pataliputtapeta_mixdown
Buddhadhamma Tepitaka Pataliputtapeta_mixdown
Popularität:0
  • Beschreibung

Buddhadhamma Tepitaka Pataliputtapeta_mixdown

ชวนโยมเรียนพระไตรปิฎก

เรื่องปาฏลิปุตตเปตวัตถุ

คนรับแลชาวเมืองปาฏลีบุตร

พ่อค้าชาวกรุงสาวัตถีและชาวกรุงปาฏลีบุตรเป็นอันมาก แล่นเรือไปค้าขายเมืองสุวรรณภูมิ ในบรรดาพ่อค้าเหล่านั้น มีพ่อค้าคนหนึ่งเป็นอุบาสก มีศีล ชอบทำบุญเสมอ เกิดป่วยไข้กะทันหันระหว่างแล่นเรือนั้น เขามีจิตปฏิพัทธ์หลงรักหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งแล่นเรือไปด้วยกัน เขาทนพิษไข้ไม่ไหว ได้ทำกาละแล้ว

เขาแม้ได้ทำกุศลไว้มา ก็ไม่สามารถขึ้นสวรรค์ได้ แต่เกิดเป็นวิมานเปรตในท่ามกลางมหาสมุทรนั้นเอง เพราะเป็นผู้มีจิตปฏิพัทธ์หลงรักในหญิงสาวมาก

แม้เป็นเทวดาแล้ว แต่ความรักของเขาไม่เสื่อมคลายจากหญิงสาวนั้นเลย ประสงค์จะรั้งหญิงสาวนั้นให้อยู่กับตน จึงปิดกั้นไม่ให้เรือไป

ลำดับนั้น พ่อค้าทั้งหลายปรึกษาพิจารณากันว่า เพราะเหตุอะไรหนอ เรือนี้จึงแล่นไปไม่ได้ จึงให้จับสลากหาคนกาฬกิณี (คนที่เป็นเสนียดจัญไร) หญิงสาวนั้นจับได้ฉลากกาฬกิณี ถึง ๓ ครั้ง โดยการดลบันดาลของอมนุษย์นั้น

พวกพ่อค้าจึงให้หญิงสาวนั้นลงจากเรือ เพื่อรักษาชีวิตของผู้อื่นที่เป็นคนสวนใหญ่ แล้วหย่อนแพไม้ไผ่ลงในสมุทร ให้หญิงนั้นลงไปอยู่บนแพไม้ไผ่นั้น พอหญิงสาวนั้นลงไป เรือก็แล่นบ่ายหน้าไปยังสุวรรณภูมิโดยเร็ว

อมนุษย์ดั่งเทวดานั้น ยกหญิงนั้นขึ้นวิมานของตนอภิรมย์กับหญิงนั้น

ล่วงไป ๑ ปี หญิงนั้นเกิดเบื่อหน่าย เพราะนางไปไหนมาไหนไม่ได้ด้วยตัวเอง ต้องคอยให้เทวดานั้น ช่วยตลอด

ระหว่าง ๑ ปีนั้น เทวดานั้น ได้พาเธอไปดูสัตว์นรก เปรต อสุรกาย เดรัจฉานอื่นๆ และพาขึ้นดูสวรรค์ชั้นจาตุม เพราะฤทธิ์ของเปรตนั้น ทำได้แค่นั้น

เมื่อผ่านไป ๑ ปี นางขอร้องเปรตนั้นว่า ดิฉันอยู่ในที่นี้ก็ไม่ได้สร้างประโยชน์ไว้ในสัมปรายภพ ท่านผู้นิรทุกข์ ขอท่านจงนำดิฉันไปเมืองปาฏลีบุตรด้วยเถิด

ตอนนี้นางอยากทำบุญมาก เพราะเห็นสัมปรายภพมามากมาย แต่บุญของนางมีน้อยมาก หากเทวดาไม่ช่วยแล้ว บุญอื่นๆของนางก็เหลือน้อยมาก จึงอยากบำเพ็ญบุญไว้เยอะๆ จึงขอร้องให้เทวดาพาเธอกลับไปเมืองปาฏลีบุตร

เทวดานั้นจึงกล่าวว่า

สัตว์นรกบางพวกท่านก็เห็นแล้ว สัตว์เดียรัจฉาน เปรต อสุรกาย มนุษย์หรือเทวดาบางพวก ท่านก็เห็นแล้ว ผลกรรมของตน ท่านก็เห็นประจักษ์ด้วยตนเองแล้ว เราจะนำท่านไปส่งยังเมืองปาฏลีบุตร ท่านไปถึงเมืองปาฏลีบุตรแล้วจงทำกุศลกรรมให้มากเถิด

ลำดับนั้น หญิงนั้น ครั้นได้ฟังคำของเปรตนั้นแล้ว มีความดีใจกล่าวว่า

ข้าแต่เทพเจ้าผู้อันบุคคลพึงบูชา ท่านปรารถนาความเจริญแก่ดิฉัน ปรารถนาประโยชน์เกื้อกูลแก่ดิฉัน ดิฉันจักทำตามคำของท่าน ท่านเป็นอาจารย์ของดิฉัน สัตว์นรกบางพวก ดิฉันก็เห็นแล้ว สัตว์ดิรัจฉาน เปรต อสูร มนุษย์ หรือเทพดาบางพวก ดิฉันก็เห็นแล้ว ผลกรรมของตน ดิฉันก็ได้เห็นด้วยตนเองแล้ว ดิฉันจักทำบุญไว้ให้มาก.

ลำดับนั้น เปรตนั้นจึงพาหญิงนั้นไปทางอากาศ แล้ววางไว้กลางเมืองปาฏลีบุตร แล้วตนเองก็หลีกไป

ลำดับ ญาติและมิตรเป็นต้นของหญิงนั้น เห็นหญิงนั้นแล้ว ดีใจยิ่งนัก ต่างก็ถามว่า เมื่อก่อน พวกเราได้ฟังมาว่า เจ้าถูกเขาโยนลงไปในมหาสมุทรตายแล้ว เจ้านั้นคือหญิงคนนั้นใช่ไหม แล้วมีคนมากมายมาประชุมกันถามถึงประวัติของนาง

จำเดิมแต่นั้น นางก็ได้เล่าเรื่องทั้งหมดที่ตนเห็นและที่ตนเสวยมาแก่พวกญาติและมิตรและแก่คนที่มาถามเธอ

เมื่อพ่อค้าชาวกรุงสาวัตถีเหล่านั้นกลับมาเมืองสาวัตถีแล้ว ก็เข้าไปเฝ้าพระศาสดา ถวายบังคมแล้วนั่ง ณ ที่ส่วนข้างหนึ่ง กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงกระทำเรื่องนั้นให้ตัวอย่างแล้ว แสดงธรรมแก่บริษัท ๔ มหาชนได้ฟังธรรมนั้นแล้ว เกิดความสังเวช ได้ยินดีในกุศลธรรมมีทานเป็นต้น ฉะนี้แล

อธิบายธรรม

เมืองลับแล เราได้ยินได้ฟังตั้งแต่เกิด ชาวลับแล ก็เป็นเปรตประเภทหนึ่ง เป็นเปรตเหมือนเทวดา ดังในเรื่องนี้ แต่เปรตเทวดานี้ มีชีวิตที่สุขสบายเหมือนเทวดา เป็นเทวดาชั้นต่ำ มีฤทธิ์มากมาย ด้วยพลังบุญของตนที่ทำไว้ครั้งเป็นมนุษย์ แต่เกิดเป็นเทวดาชั้นสูงไม่ได้ เพราะจิตนั้นผูกพันธ์หญิงสาวที่ตนหลงรักมาก หายใจเข้าออกมีแต่เธอ แม้ก่อนตายก็มีแต่เธอเป็นอารมณ์ของจิต

ใจนี้ ทำได้ทุกอย่างจริงๆ ตายแล้ว ก็พยายามหาทางอยู่กับคนรักให้ได้ และทำได้จริงๆ เนื่องจากเป็นเทวดาที่เป็นคนดีมีศีลธรรม สมัยเป็นมนุษย์ แม้ตายแล้ว เขาก็เป็นเทวดาหรือเปรตที่ดีมาก พาคนรักไปดูนรกสวรรค์เปรต อสุรกาย สัตว์ทิพย์ต่างๆ เพื่อให้คนรักมั่นใจในความดี มั่นใจว่า นรกสวรรค์มีจริงนะ อย่าประมาท เนื่องจากหญิงสาวของเขามีบุญน้อย ทำบุญไว้น้อย

เมื่อหญิงสาว ได้ท่องเที่ยวดูนรกสวรรค์ ดูเปรตอสุรกาย เห็นประจักษ์ด้วยตนเองแล้ว นางจึงอยากทำบุญไว้เยอะๆ จึงขอร้องให้เทวดามาส่งเธอในโลกมนุษย์ เพื่อนางจะได้บำเพ็ญบุญไว้เยอะๆ

เราเคยได้ยินได้ฟังมานานว่า คนกับผีอยู่กินกันเป็นสามีภรรยากันมามากมาย และมีอยู่ทั่วทุกมุมโลก แต่เรื่องเหล่านั้น คนไม่เชื่อ ก็ไม่เชื่อนั่นเอง อาจจะเย้ยหยันด้วยซ้ำไป เราตัดสินใจเชื่อตามประสาทรับรู้อันมีข้อจำกัดของเราแค่นั้น เราไม่เชื่อว่าคนอื่นจะมีประสาทรับรู้เหนือเราไปได้ และเรามักเอาวิทยาศาสตร์เป็นสรณะว่าวิทยาศาสตร์พิสูจน์ไม่ได้ ก็แสดงว่าไม่ใช่เป็นความจริง แต่เราก็ไม่ยอมรับความจริงว่า วิทยาศาสตร์ยังมีข้อจำกัดมากเหลือเกิน

ปัจจุบันมีคนมากมายประกาศตนว่า ไปโลกมนุษย์ต่างดาวมาแล้ว บางคนก็ไปอยู่กินเป็นสามีภรรยากับมนุษย์ต่างดาวมาแล้ว บางคนไปเที่ยวโลกอนาคตมาแล้ว เขาเหล่านั้นเล่าสภาพแวดล้อม ความสวยงาม ความล้ำยุคที่เหนือมนุษย์มากมายให้เราทั้งหลายได้รับทราบ

และปัจจุบัน นักพิสูจน์หลังความตายมากมายทั่วโลก พิสูจน์การมีอยู่จริงของผู้ที่ตายไปแล้ว เราเข้าถึงเทคโนโลยีด้วยตัวเองมากขึ้น เทคโนโลยีทำให้เราใกล้ชิดโลกวิญญาณมากขึ้น

จงใช้วิทยาศาสตร์ด้วยโยนิโสมนสิการ และจงใช้โยนิโสมนสิการเหนือวิทยาศาสตร์

อ้างอิง

https://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=26&A=4853&Z=4866

…….weiter mit Dhamma Podcast Wat Dhammavihara Hannover

You may also like...

Popular Articles...

Schreibe einen Kommentar

Deine E-Mail-Adresse wird nicht veröffentlicht. Erforderliche Felder sind mit * markiert.

Diese Website verwendet Akismet, um Spam zu reduzieren. Erfahre mehr darüber, wie deine Kommentardaten verarbeitet werden.