Buddhadhamma Tepitaka Pathom Ajaniyasutta_mixdown-1

Buddhadhamma Tepitaka Pathom Ajaniyasutta_mixdown-1
Buddhadhamma Tepitaka Pathom Ajaniyasutta_mixdown-1
Popularität:0
  • Beschreibung

Buddhadhamma Tepitaka Pathom Ajaniyasutta_mixdown-1

ชวนโยมเรียนพระไตรปิฎก

เรื่องปฐมอาชานียสูตร

ม้าดีย่อมองอาจ คนดีย่อมสง่างาม

ม้าดี มีลักษณะดังนี้

๑.รูปงาม

๒. แข็งแรง

๓.เชาวน์ดี คือวิ่งเร็ว

๔.ทรวดทรงงาม

ม้าที่สมบูรณ์ด้วยลักษณะดังนี้ ย่อมถูกคัดเลือกให้เป็นม้าพระราชา ให้เป็นมาช่วยรบ ให้เป็นม้ารับใช้ชาติ หรือได้รับคัดเลือกให้เป็นม้าเข้าแข็งขันต่างๆ หรือแม้ให้เป็นม้าประดับบารมี และย่อมเป็นม้าที่ได้รับการดูแลอย่างดีแน่นอน

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเปรียบเทียบกับพระภิกษุ หากมีดีเหมือนอย่างม้านี้ ก็จะเป็นพระที่ประเสริฐเช่นกัน ดังนี้

๑. รูปงาม

คือเป็นพระภิกษุที่มีศีลงดงาม มีมารยาทงดงาม ฉลาดในขนบธรรมเนียม ฉลาดในการวางตน ฉลาดในการประพฤติตนกับสังคม กับคนต่างๆ

๒. แข็งแรง

คือเป็นพระภิกษุที่หมั่นเพียรอบรมจิตเองเสมอ เพียรทำกรรมฐาน เพียรเพื่อละกิเลส ไม่ย่อท้อ ไม่ท้อถอย ง่ายหรือยาก สบายหรือลำบาก ก็ต่อสู้ในการบำเพียรเพื่อละกิเลส

๓. เชาวน์ดี

คือภิกษุ ที่หมั่นใช้ปัญญาในการดูและศึกษาปัญหา คือทุกข์ หมั่นใช้ปัญญาตรวจสอบหาสาเหตุของปัญหา คือสมุทัย หมั่นใช้ปัญญามองให้เห็นความดับทุกข์ คือดับปัญหา คือมองให้เห็นจุดจบของปัญหา เพราะหากเห็นเหตุของปัญหาแล้ว การดับเหตุก็ตัองมี และหมั่นปฏิบัติตนด้วยวิธีของมรรคมีองค์ ๘ ประการ เอามรรค ๘ ประการนั้นฝึกให้เกิดเสมอๆ เพราะเป็นธรรมที่ไม่ผิดเลย

๔. ทรวดทรงดี

คือภิกษุ หาปัจจัยสี่ได้ง่าย อันเป็นผลจากการที่เป็นผู้มีรูปงาม แข็งแรง เชาวน์ดีนั้นเอง

ธรรมะนี้ย่อมควรแก่อุบาสกอุบาสิกาที่จะปฏิบัติอย่างยิ่ง ดังนี้

๑.รูปงาม

หมั่นดูแลร่างกายตนสม่ำเสมอ ให้ดีน่าเลื่อมใส คือหมั่นรักษาความสะอาด หมั่นแต่งตัวให้เหมาะงามเสมอ อย่าคิดว่า ไม่มีใครเห็น ไม่รู้จะดูแล แต่งตัวไปอวดใคร แต่อย่างน้อยตนเองจะภูมิใจ

ความงามที่ประเสริฐนั้น คือเพียบพร้อมด้วยศีล ด้วยมารยาท จะยิ่งงามประเสริฐและมีเกียรติสูงยิ่ง

๒. แข็งแรง

หมั่นออกกำลังกาย เพื่อขจัดโรคทางกาย และหมั่นอบรมจิตให้สงบเพื่อขจัดโรคทางใจ เช่นหมั่นทำกรรมฐาน หมั่นฝึกจิตให้ปล่อยวาง อย่าเก็บความทุกข์ไว้เพราะมันไม่เกิดประโยชน์

๓. เชาวน์ดี

หมั่นใช้ปัญญาคิดมากๆ อย่าปล่อยให้กิเลสเป็นตัวคิดอยู่ฝ่ายเดียว โดยไม่ยอมให้โอกาสแก่ปัญญาบ้าง

เวลาเกิดอะไรขึ้นมา ให้หมั่นใช้ปัญญามองปัญหา ตรวจสอบ จนรู้จนเข้าใจว่า ปัญหาคืออะไร

ต่อไปหมั่นใช้ปัญญาสืบค้นหาเหตุ ต้นตอของเรื่องราวต่างๆ ของปัญหาต่างๆ เพราะปัญหาหรือความทุกข์ที่เกิดอยู่ขณะนี้ ล้วนมีเหตุเกิดทั้งนั้น

เมื่อเห็นเหตุปัญหา เหตุของความทุกข์ ก็หมั่นฝึกจิตให้เห็นว่าความดับของปัญหามีอยู่แน่นอน เพราะเห็นเหตุของปัญหา เห็นเหตุของความทุกข์แล้ว จะปล่อยให้เหตุนั้นก่อผลให้เป็นทุกข์ทำไม ต้องดับมัน

และหมั่นเอามรรคมีองค์ ๘ ประการที่มีอยู่แล้วในจิตของเราออกมาใช้ เมื่อฝึกเอามรรคมีองค์ ๘ ออกมาใช้ จิตของเราจะกลายเป็นมรรคมีองค์ ๘ อยู่ตลอดเวลา กลายเป็นคนที่แก้ปัญหาอยู่ตลอดเวลา เพราะปัญหาจะเกิดในจิตอยู่แทบตลอดเวลา

๔.ทรวดทรงดี

หมั่นเพียร ขยันทำมาหากินด้วยคุณธรรม ด้วยปัญญา ไม่ควรใช้แต่แรงกายทำมาหากิน เพราะแรงกายนั้น วันหนึ่งก็จะหมด แต่หากใช้ธรรมะใช้ปัญญาในการทำมาหากินด้วยจะเจริญงอกงาม แข็งแรงทั้งกายและเป็นสุขทั้งใจด้วย

ธรรมะปัญญาที่ช่วยเราประกอบอาชีพของชีวิต คือ ข้อที่ ๑,๒,๓ ที่กล่าวแล้วนั่นเอง

อ้างอิง

https://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=21&A=6644&Z=6668&pagebreak=0

….weiter mit Dhamma Podcast vom Wat Dhammavihara Hannover

You may also like...

Popular Articles...

Schreibe einen Kommentar

Deine E-Mail-Adresse wird nicht veröffentlicht. Erforderliche Felder sind mit * markiert.

Diese Website verwendet Akismet, um Spam zu reduzieren. Erfahre mehr darüber, wie deine Kommentardaten verarbeitet werden.