Buddhadhamma Tepitaka Pathom Ayusutta_mixdown

Buddhadhamma Tepitaka Pathom Ayusutta_mixdown
Buddhadhamma Tepitaka Pathom Ayusutta_mixdown
Popularität:0
  • Beschreibung

Buddhadhamma Tepitaka Pathom Ayusutta_mixdown

ชวนโยมเรียนพระไตรปิฎก

เรื่องปฐมอายุสูตร

คนคิดอย่างมาร

สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเวฬุวัน อันเป็นสถานที่พระราชทานเหยื่อแก่กระแต เขตกรุงราชคฤห์

ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายว่า

ดูกรภิกษุทั้งหลาย อายุของมนุษย์ทั้งหลายนี้น้อยนัก จำต้องไปสู่สัมปรายภพ จึงควรทำกุศล ควรประพฤติพรหมจรรย์ สัตว์ผู้เกิดมาแล้วจะไม่ตายไม่มี ดูกรภิกษุทั้งหลาย คนที่เป็นอยู่นาน ย่อมเป็นอยู่ได้เพียงร้อยปี หรือจะอยู่เกินไปได้บ้าง ก็มีน้อย

ครั้งนั้นแล มารผู้มีบาปได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับแล้วได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคด้วยคาถาว่า

อายุของมนุษย์ทั้งหลายยืนยาว คนดีไม่ควรดูหมิ่นอายุนั้นเลยควรประพฤติดุจเด็กอ่อนที่มุ่งแต่จะกินนม ฉะนั้น ความตายยังอยู่ไกลมาก

ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคทรงทราบว่า นี่มารผู้มีบาป จึงได้ตรัสกะมารผู้มีบาปด้วยพระคาถาว่า

อายุของมนุษย์ทั้งหลายน้อย คนดีควรดูหมิ่นอายุนั้นเสีย ควรทำตนเหมือนคนที่ถูกไฟไหม้ศีรษะ ฉะนั้น เพราะความไม่ตายไม่มี

มารผู้มีบาป เป็นทุกข์ เสียใจด้วยคิดว่า พระผู้มีพระภาคทรงรู้ทันตน จึงได้อันตรธานหายตัวไปในที่นั้นแล

อธิบายธรรม

มนุษย์โดยส่วนใหญ่บนโลกใบนี้มักคิดเหมือนมาร ทั้งที่อายุของตัวเองก็น้อย อย่างมากก็อยู่ประมาณ ๑๐๐ ปี หรือมากกว่านั้น ก็นิดหน่อย แล้วก็น้อยคนนักที่จะเกิน ๑๐๐ ปี

บางคนก็คิดเหมือนมาร มักผัดเพี้ยนเวลาทำความดีว่า เดี๋ยวก่อนเดี๋ยวก่อน เอาให้แก่กว่านี้ก่อน แล้วค่อยเข้าวัดเข้าวา ค่อยฟังเทศน์ฟังธรรม ค่อยปฎิบัติธรรม

มนุษย์ที่คิดเหมือนมารนี้ คิดว่าการฟังเทศน์ฟังธรรม การปฎิบัติธรรมสวนทางกับการทำมาหากิน มนุษย์เรานั้นจึงตะเกียกตะกายดิ้นรนทุรนทุรายเป็นทุกข์ต่างๆในขณะที่ทำมาหากิน

เพราะเขาไม่ปฏิบัติธรรม จึงไม่รู้ว่า ความทุกข์ ปัญหา อุปสรรคนั้นคือจิต ไม่ใช่สถานการณ์ แต่มันคือจิต จิตที่เป็นอกุศลเท่านั้น

แล้วมนุษย์ที่คิดเหมือนมาร มักหลงผิดคิดว่า เมื่อแก่แล้ว จะทำอย่างโน้นจะได้ทำอย่างนี้อย่างคนปลดเกษียรแล้ว แต่เขาลืมไปว่า ช่วงที่กำลังแก่และแก่แล้วนั้น เรี่ยวแรงจะหมดไปเรื่อยๆ ถึงแม้อายุยืนยาวถึง ๑๐๐ ปีก็ตาม แต่เรี่ยวแรงจะหมดไปทุกขณะที่เขาผัดเพี้ยนเวลา บางคนเรี่ยวแรงเริ่มทดถอยลงอย่างมากตอนอายุ ๖๐ แต่ก็มีคนมากมายทีเดียวแรงทดถอยไปก่อนที่อายุจะถึง ๖๐

มนุษย์ทั้งหลายจึงใช้เวลาในช่วงที่มีเรี่ยวแรงนั้น เพลิดเพลินเมามันกับหนุ่มวัยสาว วัยที่มีแรง แต่มนุษย์เหล่านั้นจะเสียดายเวลามาก เมื่อตนก้าวเข้าสู่วัยที่กำลังจะหมดแรงหรือวัยที่อ่อนแรง จึงอยู่กับอดีตอย่างทรมาน

มนุษย์เหล่านั้นจึงคอยเวลาตายอย่างทรมาน บางคนทรมานเพราะอารมณ์ของตัวเอง ที่คิดแต่เรื่องทุกข์ พูดแต่เรื่องทุกข์ ทำแต่เรื่องทุกข์ แต่เขาก็ไม่รู้ว่าจิตตนเองกำลังเป็นตัวทุกข์ เมื่อไม่รู้ว่าจิตคือตัวทุกข์ ก็ย่อมไม่รู้วิธีการจัดการกับจิ

เป็นคนแก่ก็เหมือนดอกไม้ที่เหี่ยวเฉา อยากจะกลับไปเบ่งบานเต่งตึง ดูงดงามดูผ่องใสเหมือนอย่างตอนต้น ก็เป็นไปไม่ได้ มีแต่จะเหี่ยวเฉาและร่วงโรยตายไปในที่สุด

มนุษย์ทั้งที่รู้อยู่ว่าจะต้องตายแต่เพราะเขาคิดเหมือนมาร จึงประมาทในวัย สุดท้ายความประมาทนั้นก็จะกลายเป็นศัตรู เป็นภัยที่อันตรายมาทำลายตัวเอง ตอนปลายของชีวิตก็อยู่เป็นทุกข์ตายไปแล้วก็ไปเกิดในสถานที่เป็นทุกข์ น่าเสียดายเวลาของชีวิตที่หลงคิดเหมือนมาร

พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า มนุษย์ไหน ๆ ก็ต้องตายแน่นอน ดังนั้นจึงควรทำบุญทำกุศลไว้ และด้วยการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ช่วยเหลือสังคม ประพฤติพรหมจรรย์เพื่อชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ เช่นทำกรรมฐานเป็นต้น เพราะมนุษย์ถึงอยู่นานก็ไม่เกิน ๑๐๐ ปี แต่จริงๆแล้วน้อยคนนักที่จะอยู่ถึง ๑๐๐ ปีส่วนใหญ่ก็ตายก่อนทั้งนั้น

จงนึกถึงวันตายบ่อยๆ แล้วจะทำให้เรากระตือรือร้นทำความดี เร่งรีบทำการงาน ใช้หน้าที่การงานเป็นทางแห่งการทำความดี เป็นทางแห่งการทำบุญกุศล ใช้หน้าที่การงานเป็นทางแห่งการประพฤติธรรม ปฏิบัติธรรมกรรมฐาน กระตือรือร้นตื่นตัวอยู่เสมอเหมือนไฟที่กำลังไหม้อยู่บนศีรษะ ต้องรีบดับ ด้วยความดีด้วยจิตสะอาดบริสุทธิ์คือการปฏิบัติธรรมะ

อ้างอิง

https://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=15&siri=145

 

weiter mit Dhamma Podcast Wat Dhammavihara Hannover

You may also like...

Popular Articles...

Schreibe einen Kommentar

Deine E-Mail-Adresse wird nicht veröffentlicht. Erforderliche Felder sind mit * markiert.

Diese Website verwendet Akismet, um Spam zu reduzieren. Erfahre mehr darüber, wie deine Kommentardaten verarbeitet werden.