Buddhadhamma Tepitaka Pathompajjannadhitu sutta_mixdown

Buddhadhamma Tepitaka Pathompajjannadhitu sutta_mixdown
Popularität:0
  • Beschreibung

Buddhadhamma Tepitaka Pathompajjannadhitu sutta_mixdown

ชวนโยมเรียนพระไตรปิฎก

เรื่อง ปฐมปัชชุนนธีตุสูตร

คนดูถูกธรรมะ หมิ่นธรรมะ ต้องตกนรกแน่นอน

นางฟ้าองค์หนึ่ง ชื่อว่า โกกนทา งดงามมาก เป็นธิดาของท้าวปัชชุนนะ เป็นวัสสวลาหกเทวดา เป็นเทวดากลุ่ม ๑ ในจำนวน ๗ กลุ่ม ของเทวดาชั้นจาตุม ทำหน้าที่คอยดูแลฝน บางครั้งเทวดาเหล่านี้ก็ทำให้ฝนตกหรือฝนแล้งได้

เทวดาชั้นจาตุมหาราช ๗ จำพวก ได้แก่ อารักขเทวดา ภุมเทวดา อากาสัฏฐเทวดา อุณหวลากเทวดา อัพภวลาหกเทวดา สีตวลาหกเทวดา และวัสสวลาหกเทวดา

นางมาเฝ้า เพื่อยืนยันถึงธรรมะว่าประเสริฐจริง นางเคยได้ฟังเทวดาองค์อื่นๆกล่าวถึงธรรมะว่าดีเลิศมาก แต่นางก็ไม่เคยได้ยินได้ฟังแบบจริงๆ สักที วันนี้ได้มาฟังธรรม นางได้เห็นประจักษ์แจ้งแล้วว่า ธรรมะประเสริฐจริงๆ ทำให้เข้าใจถึงธรรมชาติแห่งความจริงอย่างแท้จริง นางจึงได้กล่าวว่า

หม่อมฉัน ชื่อโกกนทา เป็นธิดาของท้าวปัชชุนนะ ขอถวายอภิวาทพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เลิศกว่าสัตว์

ผู้เสด็จอยู่ในป่า ใกล้กรุงเวสาลี

หม่อมฉันได้ฟังสุนทรพจน์ในกาลก่อนว่า ธรรม ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้มีพระจักษุตรัสรู้อย่างละเอียดแล้ว(หม่อมฉันเพียงแต่ได้ยินได้ฟังจากคนอื่นๆเท่านั้น) บัดนี้ เมื่อพระสุคตผู้เป็นมุนี ทรงแสดง(ธรรม)อยู่

หม่อมฉัน จึงรู้ชัด (เข้าใจชัดแล้ว)

ชนเหล่าใดมีปัญญาทราม

เที่ยวติเตียนธรรมอันประเสริฐ

ชนเหล่านั้นย่อมบังเกิดในนรกชื่อโรรุวะอันทารุณ เสวยทุกข์ตลอดกาลนาน

ชนเหล่าใดมีความอดทน

และมีความสงบ เข้าถึงธรรมอันประเสริฐ

ชนเหล่านั้นละร่างกายอันเป็นของมนุษย์แล้วจักบังเกิดเป็นเทวดาโดยสมบูรณ์

อธิบายเพิ่มเติมเล็กน้อย

คำว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้มีพระจักษุ หมายถึงพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงมี

๑. มังสจักขุ ตาเนื้อ

คือ ทรงมีพระเนตรอันงาม มีอำนาจ เห็นแจ่มใส ไว และเห็นไกล

๒. ทิพพจักขุ ตาทิพย์

คือ ทรงมีพระญาณอันเห็นหมู่สัตว์ผู้เป็นไปต่างๆ กัน ด้วยอำนาจกรรม

๓. ปัญญาจักขุ ตาปัญญา

คือ ทรงประกอบด้วยพระปัญญาคุณยิ่งใหญ่ เป็นเหตุให้สามารถตรัสรู้อริยสัจจธรรม เป็นต้น

๔. พุทธจักขุ ตาพระพุทธเจ้า

คือ ทรงประกอบด้วยอินทรีย์ปโรปริยัตตญาณ ทรงทราบว่าใครมีศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญาแก่กล้าแค่ไหน จะเริ่มธรรมอย่างไร และทรงประกอบอาสยานุสยญาณ พระองค์ทราบอัธยาศัยและอุปนิสัยแห่งเวไนยสัตว์ แล้วทรงสั่งสอนแนะนำให้บรรลุธรรมตามแก่อุปนิสัย

๕. สมันตจักขุ ตาเห็นรอบ

คือ ทรงประกอบด้วยพระสัพพัญญุตญาณ อันหยั่งรู้ธรรมทุกประการ

คำว่า โรรุวนรก

โรรุวนรก มี ๒ แบบนรก คือ

๑. ธูมโรรุวนรก

๒. ชาลโรรุวนรก คือนรกอเวจี

ชาลโรรุวนรก นรกเต็มไปด้วยเปลวไฟอันแสดงคล้ายเลือด ใครตกนรกนี้ มีอายุเป็นกัปป์

ธูมโรรุวนก นรกเต็มไปด้วยควันอันแสบร้อน นรกเปลวไฟจะแทรกเข้าไปตามปากแผลทั้ง ๙ ของพวกสัตว์นรกผู้หมกไหม้อยู่ในชาลโรรุวะ แล้วจึงเผาสรีระ ควันแสบแทรกเข้าไปตามปากแผลทั้ง ๙ ของเหล่าสัตว์นรกผู้ไหม้อยู่ในธูมโรรุวนรก แล้วทำร่างสัตว์นรกนั้นให้เป็นผงไหลออกมาเหมือนแป้ง สัตว์นรกผู้หมกไหม้อยู่ในนรก ๒ นั้น ร้องครวญดังมาก ดังนั้น นรกนี้จึงเรียกว่า โรรุวะ

คนดูถูกธรรมะ ต้องตกนรก เพราะคนดูถูกความจริงที่เป็นกฎธรรมชาติ ย่อมเป็นคนชั่วแน่นอน เขาไม่เชื่อกระบวนการของธรรมชาติว่าเป็นไปตามเหตุปัจจัย เมื่อไม่เชื่อ เขาก็ทำชั่วตามกิเลสตนเอง จึงต้องตกนรกแน่นอน เพราะ

๑.ดูถูกธรรมะ

๒.เขาไม่พฤติดีแน่นอน

แม้คนพูดธรรมะแค่เพียงปาก เอาธรรมะที่จำมานั้นเป็นอาวุธด่าว่า ทำร้ายผู้อื่น ก็ไม่พ้นนรกเหมือนกัน

อ้างอิง

https://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=15&siri=39

You may also like...

Popular Articles...

Schreibe einen Kommentar

Deine E-Mail-Adresse wird nicht veröffentlicht. Erforderliche Felder sind mit * markiert.

Diese Website verwendet Akismet, um Spam zu reduzieren. Erfahre mehr darüber, wie deine Kommentardaten verarbeitet werden.