Buddhadhamma Tepitaka Pitisutta_mixdown

Buddhadhamma Tepitaka Pitisutta_mixdown
Buddhadhamma Tepitaka Pitisutta_mixdown
Popularität:0
  • Beschreibung

Buddhadhamma Tepitaka Pitisutta_mixdown

ชวนโยมเรียนพระไตรปิฎก

เรื่อง ปีติสูตร

ไม่ควรอิ่มใจอยู่แค่เพียงการได้ถวายสังฆทาน แต่ควรพยายามให้เกิดความอิ่มใจในจิตที่เป็นสมาธิด้วย

วันหนึ่ง ขณะที่ท่านอุบาสกอนาถบิณฑิกคหบดีและคณะอุบากสกเพื่อนๆ ประมาณ ๕๐๐ คน ได้ถวายปัจจัยสี่ อันเป็นสังฆทานแด่พระภิกษุสงฆ์ ต่างก็มีความสุขกันมาก ขณะนั้นอุบาสกทั้งหลาย นั่งอยู่ใกล้ๆพระพุทธเจ้า

พระพุทธเจ้า เห็นอุบาสกเหล่านั้นเกิดปีติอิ่มใจที่ได้ทำบุญแล้ว พระองค์ต้องการให้อุบาสกทั้งหลาย มีความสุขที่ละเอียดยิ่งขึ้น จึงตรัสให้อุบาสกเหล่านั้นหาความสุขจากสมาธิด้วย เพราะปีติในสมาธินั้น ลึกซึ้งละเอียด สามารถทำให้เกิดได้ทุกเวลาที่ต้องการ

เมื่อพระพุทธองค์ตรัสไว้เพียงแค่นี้ พระ สารีบุตรเถระ ก็ขยายความต่อเพื่อให้เห็นว่า เมื่อจิตเป็นสมาธิ มีปีติเกิดนั้น ทำไมจึงเป็นสุขมาก

ที่เมื่อจิตเป็นสมาธิแล้วเกิดปีติ มีความสุขมาก เพราะกิเลสดับ ดังนี้

๑. ไม่มีทุกข์ โทมนัสอันประกอบด้วยกาม

๒. ไม่มีสุขโสมนัสอันประกอบด้วยกาม

๓. ไม่มีทุกข์โทมนัสอันประกอบด้วยอกุศล

๔. ไม่มีสุขโสมนัสอันประกอบด้วยอกุศล

๕. ไม่มีทุกข์โทมนัสอันประกอบด้วยกุศล

อธิบายธรรม

๑. ไม่มีทุกข์ โทมนัสอันประกอบด้วยกาม

คือทุกข์เพราะความอยากทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ดับ และโทมนัส ทุกข์ใจก็ดับ หมายถึงโทสจิตดับ

๒. ไม่มีสุขโสมนัสอันประกอบด้วยกาม

แม้สมใจอยาก เคยสมสมปรารถนาทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ก็ดับ และโสมนัส สุขใจก็ดับ หมายถึงโลภจิตดับ

๓. ไม่มีทุกข์โทมนัสอันประกอบด้วยอกุศล

ปกติแล้วทุกข์โทมสันก็เป็นอกุศลอยู่แล้ว แต่ในที่นี้หมายถึงเคยเป็นทุกข์คิดทำบาปกรรมแต่ทำไม่สำเร็จ ก็เสียดาย คิดถึงทีไรก็เสียดาย ดังนั้น ขณะที่จิตเป็นสมาธิความทุกข์แม้นี้ก็ดับ

๔. ไม่มีสุขโสมนัสอันประกอบด้วยอกุศล

สุขกายสุขใจที่ทำบาปสำเร็จ มีคนมากมายบนโลกใบนี้ มีความสุขกับการละเมิดศีลห้า แต่มันเป็นอกุศลจิตล้วนๆ ขณะจิตเป็นสมาธิ กิเลสพวกนี้ดับ

๕. ไม่มีทุกขโทมนัสอันประกอบด้วยกุศล

เช่นทำบุญด้วยความศรัทธาเลื่อมใส แต่อันนี้ยังขาดอันโน้นยังขาด บางทีก็หงุดหงิด หรือพยายามทำสิ่งที่ดีงามเต็มที่ แต่ผิดพลาดไม่ได้อย่างที่ปรารถนา

ทุกข์กายทุกข์ใจเพราะขวนขวายทำความดีถือว่าเป็นกุศล ทุกข์กายทุกข์ใจเพราะเพียรพยายามดับกิเลส ถือว่าเป็นกุศล

ขณะที่จิตเป็นสมาธิ ปีติเกิด ความรู้สึกทุกข์นี้ดับ

นี้คือพลังของปีติ ความอิ่มใจอันเกิดจากฌาน หรือเกิดจากวิเวก คำว่าวิเวกคือสมาธิ คำว่าฌานคือสมาธิ คือระดับฌานที่ ๑ และ ๒ (ปฐมฌาน ทุติยฌาน)

การได้ทำบุญด้วยปัจจัยสี่เป็นสังฆทานแล้วสุขใจ หากมีอะไรมากระทบขณะนั้น ก็เกิดทุกข์ แต่หากฝึกจิตจนเกิดสมาธิ ในสมาธินั้นมีปีติ เมื่อปีติเกิด ก็จะดับทุกข์ ๕ ประการนี้

ตลอดเวลาของชีวิต วันหนึ่งๆ ทุกข์ ๕ ประการนี้เท่านั้น ครองพื้นที่ของชีวิต เรายอมยกเวลาของชีวิตให้จิตพวกนี้ใช้จนไม่มีความรู้ว่ามันเสียหายตรงไหน ผิดตรงไหน

ปีติสุข อันเกิดจากสมาธินั้น ถวายสังฆทานทั้งโลกใบนี้ ก็เกิดไม่ได้ ต้องบำเพ็ญเพียรทางจิตเท่านั้น ปีติสุขนี้จึงจะเกิดขึ้นได้

อิ่มในทานที่ให้ หากตายขณะอิ่มใจจะเกิดเป็นเทวดา เป็นสถานที่ที่กามคุณห้าพรั่งพร้อมที่สุด แต่ความอยากของเทวดากลายเป็นตัวปัญหา โดยเฉพาะเทวดาก็หานางฟ้า แม้นางฟ้าเองก็หาเทวดา บางทีเทวดายังแย่งนางกันก็มี

หากฝึกจิตจนเป็นสมาธิ มีปีติเกิด เป็นจิตสะอาดจากกิเลส ๕ ประการ เมื่อตายขณะจิตเป็นสมาธิ จะเกิดเป็นพรหม มีทุกอย่างเหมือนเทวดา แต่ละเอียดกว่าเทวดา จิตคิดโหยหาพรหมเพศตรงกันข้ามไม่มี เพราะพลังของสมาธิไม่มีเพศ เมื่อตายแล้วเกิดเป็นพรหม พรหมทุกองค์รูปร่างเหมือนผู้ชาย ไม่ว่าก่อนตายจากมนุษย์ จะเป็นมนุษย์ผู้หญิงหรือชายก็ตาม

สมาธิจิตนี้ ดับร้อนในมนุษย์แล้ว ยังตามดับร้อนในพรหมโลกอีก

อ้างอิง

https://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=22&siri=176

You may also like...

Popular Articles...

Schreibe einen Kommentar