Buddhadhamma Tepitaka Sabbhisutta I_mixdown

Buddhadhamma Tepitaka Sabbhisutta I_mixdown
Buddhadhamma Tepitaka Sabbhisutta I_mixdown
Popularität:0
  • Beschreibung

Buddhadhamma Tepitaka Sabbhisutta I_mixdown

ชวนโยมเรียนพระไตรปิฎก

เรื่อง สัพภิสูตร

คบคนดีมีจิตสะอาดแม้เพียงคนเเดียวก็มีคุณค่ามากมาย

สมัยหนึ่งมีคนกลุ่มหนึ่ง ไปทำการค้า การเดินทางจะต้องลงทะเล คนเหล่านั้นคิดว่าพวกตนทำการค้ามานาน มีความชำนาญในเรื่องเส้นทางอย่างดี จึงขับเรือด้วยความเร็ว เพราะเรือแล่นด้วยความเร็วนั้นเอง ทำให้เกิดคลื่นใหญ่และคลื่นนั้นก็ได้ท่วมทับเรือของคนเหล่านั้น

เนื่องจากน้ำมีปริมาณมาก ไม่สามารถที่จะวิดออกทันได้ ทำให้เรือจะต้องจมลงท้องทะเลแน่นอน

ขณะที่คนเหล่านั้นจะต้องตายแน่นอน แต่ละคนต่างก็อ้อนวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ตนเคารพนับถือให้มาปกปักรักษาคุ้มครองตน ระงมท้องทะเลไปหมด

ในจำนวนคนเหล่านั้น มีบุรุษอุบาสกคนหนึ่งคิดว่า ยังไงตนก็ต้องตายเหมือนกัน จึงนึกถึงศีลนึกถึงบุญที่ตัวเองได้ทำก่อนขึ้นเรือ เมื่อนึกถึงความดีนึกถึงบุญกุศลที่ตัวเองได้ทำแล้ว ก็มีความสุข ไม่ตกใจไม่แสดงอาการกลัว

อุบาสกไม่แสดงอาการวุ่นวายเหมือนคนอื่น นั่งหลับตาขัดสมาธิเหมือนฤาษี

ภาพของบุคคลนั้นแปลกหูแปลกตาจากคนอื่น คนเหล่านั้นก็เลยถามว่าท่านไม่กลัวตายหรือ

บุรุษนั้นตอบว่า ไม่กลัว

ทำไมถึงไม่กลัว

เพราะว่าได้ทำบุญไว้และได้รักษาศีลจึงไม่กลัว

คนเหล่านั้นก็เลยขอรักษาศีลบ้าง

ด้วยคิดว่า พลังของพระรัตนตรัยและพลังศีลต้องมีแน่นอน จึงทำให้บุรุษนั้นมีความมั่นใจไม่แสดงอาการทุนรนทุราย ไม่กลัวความตาย

บุรุษอุบาสกนั้น ก็เลยให้บุคคลเหล่านั้น กล่าวถึงพระรัตนตรัยเสร็จแล้วให้รักษาศีล ทันที โดยตัวเองกล่าวนำก่อน

ในขณะที่คนเหล่านั้นกล่าวถึงพระรัตนตรัยและกล่าวคำสมาทานศีลอยู่นั้น บางกลุ่มน้ำท่วมถึงข้อเท้า บางกลุ่มน้ำท่วมถึงหัวเข่า บางกลุ่มน้ำท่วมถึงสะเอว บางกลุ่มน้ำท่วมมาถึงสะดือ บางกลุ่มน้ำท่วมถึงนม บางกลุ่มน้ำท่วมถึงคอ บางกลุ่มน้ำท่วมถึงปากกำลังเข้าปาก

พอบุรุษอุบาสกกล่าวถึงศีลข้อสุดท้าย ก็ประกาศอย่างกึกก้องว่า พวกท่านทั้งหลายไม่มีอย่างอื่นเป็นที่พึ่ง ขอให้ท่านทั้งหลายจงรักษาศีลเดี๋ยวนี้ให้ดีที่สุด

คนเหล่านั้นทั้งหมด ระงับอารมณ์ ความกระวนกระวายทั้งหมด ด้วยความมั่นใจในสรณะและศีล แล้วตายไป ทิ้งซากกายนั้นให้เป็นอาหารของทะเล

กายใหม่ที่งดงามยิ่งปรากฎขึ้นแทน พวกเขาเหล่านั้นไปเกิดเป็นเทวดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ พร้อมกับวิมานที่สวยงาม รวมกลุ่มกันอยู่ โดยมีวิมานของหัวหน้าอยู่ตรงกลางกว้างใหญ่ไพศาล ๑๐๐ โยชน์ ส่วนวิมานที่เล็กที่สุดกว้าง ๑๒ โยชน์

เป็นปกติธรรมดาทั่วไปของเทวดาทั้งหลายเมื่อเกิดแล้วก็จะพิจารณาถึงกรรมของตนว่า มาเกิดเป็นเทวดาด้วยกรรมอะไร

เมื่อพิจารณาแล้ว ก็ทราบว่าพวกตนเกิดเป็นเทวดาได้เพราะได้หัวหน้าที่ดี จึงพากันมาเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า เพื่อกล่าวถึงคุณความดีหัวหน้าของตน

เมื่อมาถึงวัดเชตวันตอนดึกคืนหนึ่ง เทวดาเหล่านั้นทำวัดเชตวันให้สว่างไสว

เทวดาองค์หนึ่ง ได้กล่าวว่า

บุคคลควรนั่งร่วมกับพวกสัตบุรุษ ควรทำความสนิทสนมกับพวกสัตบุรุษ บุคคลทราบสัทธรรมของพวกสัตบุรุษแล้ว มีแต่คุณอันประเสริฐ ไม่มีโทษอันลามกเลย ฯ

ลำดับนั้น เทวดาอีกองค์หนึ่ง ได้กล่าวว่า

บุคคลควรนั่งร่วมกับพวกสัตบุรุษ ควรทำความสนิทกับพวกสัตบุรุษ บุคคลทราบสัทธรรมของพวกสัตบุรุษแล้ว ย่อมได้ปัญญา การได้ปัญญาหาไม่ได้จากคนอันธพาลฯ

ที่นั้น เทวดาอีกองค์ก็ได้กล่าวว่า

บุคคลควรนั่งร่วมกับพวกสัตบุรุษ ควรทำความสนิทสนมกับพวกสัตบุรุษ บุคคลทราบสัทธรรมของพวกสัตบุรุษแล้ว ย่อม

ไม่เศร้าโศก ในท่ามกลางแห่งเรื่องเป็นที่ตั้งแห่งความเศร้าโศก ฯ

ลำดับนั้นแล เทวดาอีกองค์ก็ได้กล่าวว่า

บุคคลควรนั่งร่วมกับพวกสัตบุรุษ ควรทำความสนิทสนมกับพวกสัตบุรุษ บุคคลทราบสัทธรรมของพวกสัตบุรุษแล้ว ย่อม

ไพโรจน์ในท่ามกลางแห่งหมู่ญาติ ฯ

ลำดับนั้นแล เทวดาอื่นอีกได้กล่าวว่า

บุคคลควรนั่งร่วมกับพวกสัตบุรุษ ควรทำความสนิทสนมกับพวกสัตบุรุษ สัตว์ทั้งหลายทราบสัทธรรมของพวกสัตบุรุษแล้ว

ย่อมไปสู่สุคติ ฯ

ทีนั้นแล เทวดาอื่นอีก ได้กล่าวว่า

บุคคลควรนั่งร่วมกับพวกสัตบุรุษ ควรทำความสนิทสนมกับพวกสัตบุรุษ สัตว์ทั้งหลายทราบสัทธรรมของพวกสัตบุรุษแล้ว

ย่อมดำรงอยู่สบายเนืองๆ ฯ

ในลำดับนั้นแล เทวดาองค์สุดท้าย ได้กราบทูลคำนี้กะพระผู้มีพระภาคว่า

ข้าแต่พระผู้มีพระภาค คำของใครหนอแลเป็นสุภาษิต ฯ

พระผู้มีพระภาคตรัสบอกว่า

คำของพวกท่านทั้งหมดเป็นสุภาษิตโดยปริยาย ก็แต่พวกท่านจงฟังซึ่งคำของเราบ้าง

บุคคลควรนั่งร่วมกับพวกสัตบุรุษ ควรทำความสนิทสนมกับพวกสัตบุรุษ บุคคลทราบสัทธรรมของพวกสัตบุรุษแล้ว ย่อมพ้นจากทุกข์ทั้งปวง ฯ

นี้คือพลังแห่งการได้คบคนดี คนฉลาด คนใจงาม เราก็จะได้สิ่งดีงามแน่นอน เหมือนพ่อค้าทั้งหลาย เพียงแค่เชื่อคนดีคนฉลาดคนใจงามแล้วทำตาม จึงได้รับผลที่ดี

บทพิสูจน์เมื่อได้ทำตามคำแนะนำของคนดีมีศีลมีธรรม คือ

๑. มีแต่คุณอันประเสริฐ ไม่มีโทษอันลามกเลย

๒. ย่อมได้ปัญญา การได้ปัญญาหาไม่ได้จากคนอันธพาล

๓. ย่อมไม่เศร้าโศกไม่เป็นทุกข์ ในขณะที่เรื่องอันน่าทุกข์น่าเศร้าโศกเกิด

๔. ย่อมไพโรจน์ในท่ามกลางแห่งหมู่ญาติ เจริญรุ่งเรืองมาก

๕. ย่อมไปสู่สุคติ ไปไหนอยู่ที่ใดก็สุข ปลอดภัย ตายแล้วขึ้นสวรรค์

๖. ย่อมดำรงอยู่สบายเนืองๆ คือรู้จักสร้างความสุขให้ตัวเองตลอด

เทวดาองค์ที่ ๗ จึงกราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ทั้งหมดที่เทวดากล่าวมานั้น ถูกไหม พระเจ้าข้า

พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสว่า คำของท่านทั้งหลายถูกหมด แต่ยังอ้อมอยู่

ที่ถูกต้องที่สุด คือ

บุคคลควรนั่งร่วมกับพวกสัตบุรุษ ควรทำความสนิทสนมกับพวกสัตบุรุษ บุคคลทราบสัทธรรมของพวกสัตบุรุษแล้ว ย่อมพ้นจากทุกข์ทั้งปวง

คือการได้คบคนดีมีปัญญาจิตบริสุทธิ์นั้น จะทำให้เราพ้นจากทุกข์ คือพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดด้วย

อ้างอิง

https://84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=15&A=480&Z=524#attha

You may also like...

Popular Articles...

Schreibe einen Kommentar