Buddhadhamma Tepitaka Sakalikasutta 8_mixdown

Buddhadhamma Tepitaka Sakalikasutta 8_mixdown
Buddhadhamma Tepitaka Sakalikasutta 8_mixdown
Popularität:0
  • Beschreibung

Buddhadhamma Tepitaka Sakalikasutta 8_mixdown

ชวนโยมเรียนพระไตรปิฎก

เรื่อง สกลิกสูตร

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงมีพระบาทเจ็บปวดจากสะเก็ตหินที่พระเทวทัตกลิ้งมา

ขณะที่พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จขึ้นไปพระคันธกุฏีเขาคิชฌกูฏ ในวันนั้น พระเทวทัตหลังจากล้มเหลวจากการจ้างคนต่างๆลอบทำร้ายพระพุทธเจ้า ก็ไม่สำเร็จ แม้ปล่อยช้างตกมันให้เหยียบพระองค์ก็ไม่สำเร็จ แต่นั้นมา ก็ไม่จ้างใครอีก จึงลงมือทำด้วยตัวเอง

ครั้งนี้ พระเทวทัตแอบขึ้นไปซ่อนตัวอยู่บนก้อนหินใหญ่ก้อนหนึ่ง แล้วก็ผลักหินหมายให้ถูกพระพุทธองค์พอดี แต่ด้วยพระบารมีขององค์ทำให้หินก้อนนั้นไปกระทบกับก้อนหินอื่น จึงแตกกระจัดกระจาย

ก้อนหินเล็กก้อนหนึ่งกระเด็นไปถูกพระบาทอย่างแรงมาก เหมือนเอาขวานทุบ พระโลหิตห้อขึ้นทันเหมือนน้ำครั่งขังอยู่ (ในคัมภีร์ไม่ได้บอกว่าพระบาทข้างไหน แต่เห็นภาพวาดบางภาพเขียนเป็นพระบาทข้างซ้าย)

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแลดูเบื้องบนแล้วได้ตรัสกะพระเทวทัตว่า

ท่านใดมีจิตประทุษร้ายแล้ว มีจิตฆ่าทำโลหิตของตถาคตให้ตั้งขึ้น (ให้ห้อ) ดูก่อนโมฆบุรุษ ท่านนั้นประกอบสิ่งที่มิใช่บุญเป็นอันมาก

ตั้งแต่นั้นมา ความไม่ผาสุกได้เกิดขึ้นแล้วแก่พระผู้มีพระภาคเจ้า

พระภิกษุทั้งหลายคิดว่า วิหารนี้เป็นที่ดอน ไม่เรียบ ไม่เหมาะแก่ชนจำนวนมากมีกษัตริย์เป็นต้น และแก่บรรพชิตทั้งหลาย

ภิกษุเหล่านั้นจึงช่วยกันหามพระตถาคตด้วยเสลี่ยงแห่งเตียงน้อยนำไปสู่สวนชื่อว่า มัททกุจฉิ

สวนนี้อยู่นอกเมืองราชคฤห์เล็กน้อย ไปทางชีวกอัมพวัน เป็นสวนที่หลายครั้งพระนางเวเทหิจะมาทำแท้งพระโอรสทิ้ง เพราะตั้งแต่ทรงครรภ์ ก็อยากกินแต่เลือดของพระเจ้าพิมพิสาร โหรทำนายไว้ว่า พระโอรสองค์นี้จะฆ่าพระเจ้าพิมพิสารแน่นอน ดังนั้นพระนางจึงพยายามทำแท้งหลายครั้ง แต่ทำไม่สำเร็จ จนพระเจ้าพิมพิสารทราบเรื่อง จึงห้ามพระนางไม่ให้ทำ สวนนี้จึงชื่อว่า “มัททกุจฉิ” สวนทำแท้ง

เมื่อพระภิกษุทั้งหามพระพุทธองค์ถึงสวนนี้ พระองค์ให้ปูผ้าซ้อน (ผ้าสังฆาฏิ) ๔ ชั้น แล้วทรงสำเร็จสีหไสยาส มีพระสติสัมปชญญะสมบูรณ์ แม้พระบาทจะเจ็บปวดมาก แต่พระพระองค์ก็ไม่แสดงอาการเจ็บนั้นออกมา เพราะกิเลสคือโลภะ(ราคะ) โทสะ โมหะ หมดสิ้นแล้ว

เหล่าเทวดาสตุลลปกายิกาชั้นนิมมานรดี มาเยี่ยมไข้พระผู้มีพระภาคเจ้า เห็นพระผู้มีพระภาคทรงผ่องใส แม้เจ็บปวด

ก็พวกเทวดาเหล่านั้นเห็นความอดกลั้นต่อเวทนาของพระตถาคตแล้วจึงเปล่งอุทานว่า

โอ พระพุทธเจ้าทั้งหลายมีอานุภาพมาก แม้เสวยเวทนาเจ็บปวดถึงปานนี้ แม้สักว่าการครางก็มิได้มี ทรงบรรทมด้วยพระวรกายอันไม่หวั่นไหว เหมือนรูปที่ทำด้วยทองที่บุคคลประดับแล้วตั้งไว้บนที่นอนอันเป็นสิริ บัดนี้ พระสรีระของพระผู้มีพระภาคเจ้าย่อมรุ่งโรจน์ยิ่ง ดุจพระจันทร์เพ็ญสมบูรณ์ด้วยรัศมี พระพักตร์ของพระผู้มีพระภาคเจ้าก็งดงาม ดุจดอกปทุมกำลังแย้มบาน ในขณะนี้ แม้วรรณะแห่งพระวรกายก็ผ่องใส ดุจทองคำที่หลอมดีแล้ว ดังนี้.

ในครั้งนั้นแล เทวดาองค์หนึ่งได้เปล่งอุทานนี้ในสำนักพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า

พระสมณโคดมผู้เจริญเป็นนาคหนอ(เหมือนช้างประเสริฐ) ก็แหละ

พระสมณโคดม ทรงมีพระสติสัมปชัญญะ ทรงอดกลั้นซึ่งเวทนา(ความเจ็บปวด)ทั้งหลายอันมีในพระสรีระ เป็นความลำบาก กล้าแข็ง เผ็ดร้อน ไม่สำราญ ไม่ทรงสบาย เพราะความที่พระสมณโคดมเป็นนาค จึงทรงมิได้ทรงเดือดร้อน

และเทวดาอื่นๆก็กล่าวอีก ดังนี้

พระสมณโคดมทรงเป็นสีหะหนอ…

พระสมณโคดมทรงเป็นอาชาไนยหนอ…

พระสมณโคดมทรงเป็นผู้อาจหนอ…

พระสมณโคดมทรงเป็นผู้ใฝ่ธุระหนอ…

พระสมณโคดมทรงเป็นผู้ฝึกแล้วหนอ..

จิตที่เกิดทางกายทั้งสุขและทุกข์ไม่ใช่กิเลส จึงเรียกว่าอเหตุกจิต พระอรหันต์ทั้งหลายละกิเลสสิ้นแล้ว ท่านยังมีทุกข์ทางกาย แต่ไม่ทุกข์ใจ การแสดงอาการเจ็บทางกายแล้วแต่บุญบารมีของพระอรหันต์ พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงบำเพ็ญมามากมายแม้เจ็บมาก พระองค์ข่มได้อีกทั้งพระวรกายก็เป็นอย่างที่เทวดากล่าวแล้ว

อ่านบทอ้างอิงด้วย เพราะยังไม่ได้อธิบายคาถาบทสุดท้าย

https://84000.org/tipitaka/read/v.php?B=15&A=789&Z=854

You may also like...

Popular Articles...

Schreibe einen Kommentar

Deine E-Mail-Adresse wird nicht veröffentlicht. Erforderliche Felder sind mit * markiert.

Diese Website verwendet Akismet, um Spam zu reduzieren. Erfahre mehr darüber, wie deine Kommentardaten verarbeitet werden.