Buddhadhamma Tepitaka Sallasutta

Buddhadhamma Tepitaka Sallasutta
Buddhadhamma Tepitaka Sallasutta
Popularität:0
  • Beschreibung

Buddhadhamma Tepitaka Sallasutta

ชวนโยมเรียนพระไตรปิฎก

เรื่องสัลลสูตร

เรื่องเดียวกัน คนไม่ปฏิบัติกรรมฐานกับคนปฏิบัติกรรมฐานจะคิดต่างกัน หรือคนไม่มีปัญญากับคนมีปัญญาจะคิดต่างกัน

ทุกสรรพสิ่ง

ไม่ว่าโลกนี้หรือโลกไหน ในจักรวาลนี้หรือจักรวาลไหน ล้วนมีปัญหาทั้งนั้น มนุษย์ก็เป็นส่วนหนึ่งในสรรพสิ่งทั้งหลาย ที่ต้องมีปัญหา เจอปัญหาเช่นเดียวกันกับสรรพสิ่งทั้งหลาย

สรรพสิ่งทั้งหลายเหล่านั้น เมื่อเจอปัญหาอย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว มันก็จะแก้ปัญหาด้วยตัวของมันเอง ตามเหตุตามปัจจัยของมัน เช่นต้นไม้หากเปลือกมันได้รับการกระทบ ถลอกออกไป ต้นไม้ก็จะซ่อมเปลือกของมันเอง ซ่อมอย่างถูกต้องและเหมาะสมตามเหตุตามปัจจัย

มนุษย์เป็นหนึ่งในสรรพสิ่งนั้น แต่มนุษย์มีจิตประกอบด้วย จิตของมนุษย์สลับซับซ้อน เพราะความสลับซับซ้อนนี้เอง จิตของมนุษย์จึงมีทั้งดีและชั่ว โง่และฉลาด

จิตฝ่ายชั่วและโง่ มักเป็นจิตที่ได้ใช้เสมอ อีกทั้งความชั่วและโง่นี้ ก็สลับซับซ้อนยากนักที่จะหยั่งถึง

มนุษย์จึงรู้ไม่ทัน รู้ไม่เท่าจิตชั่วจิตโง่ หรือที่เรียกว่าอกุศลจิต เพราะฉะนั้นเวลาเจอปัญหาประสบปัญหา มนุษย์ จึงให้โอกาสแก่อกุศลธรรมในการแก้ปัญหาเสมอ

มนุษย์มักคิด จินตนาการเอาเรื่องราว เหตุการณ์ที่ปรากฏขึ้นแต่ละวัน ๆ ว่าเป็นปัญหา เช่นมักคิดแบบอกุศลว่า งานมีปัญหา คนมีปัญหา ทั้งที่เหตุการณ์เหล่านั้นก็เกิดขึ้นตามเหตุตามปัจจัยของมัน แต่เพราะมนุษย์เปิดโอกาสให้อกุศลจิตเกิดขึ้นมากเกินไปจึงคิดว่าเหตุการณ์นั้น คนเหล่านั้นคือปัญหา

เมื่อมนุษย์คิดผิด จึงโมเมว่างานเป็นปัญหา เมื่อหลงผิดว่างานมีปัญหา จึงเครียดกับงานนั้น คนอย่างนี้เองที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า เหมือนคนที่ถูกยิงด้วยลูกศรสองดอกจากนายขมังธนู ซึ่งโดยปกติถูกยิงแค่ดอกเดียวก็เจ็บปวดอยู่แล้ว แต่เมื่อถูกยิงซ้ำด้วยลูกศรดอกที่สองยิ่งเจ็บปวดหนักเข้าไปอีก

ทุกสรรพสิ่งมีปัญหาทั้งนั้นทุกคนมีปัญหาทั้งนั้น แต่คนโดยส่วนใหญ่มักแก้ปัญหาด้วยราคานุสัย (โลภจิต) คิดเอาเอง ชอบอกชอบใจอย่างไรก็แก้อย่างนั้น นิสัยเดิมเคยชินอย่างไรก็แก้ไปอย่างนั้น

บางคนแก้ปัญหาโดยปฏิฆานุสัย (โทสจิต) ใช้ความทุกข์ความหงุดหงิดความทรมานเป็นเพื่อนในการคิดแก้ปัญหา

บางคนใช้ความนิ่ง เฉยเมย ไม่เดือดเนื้อร้อนใจ บางครั้งก็คิดว่าอะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดชั่งมัน ทำอะไรมันไม่ได้จะไปทุรนทุรายกับมันทำไม จึงนิ่งเฉย เฉยเมย ทำตัวอยู่เหนือปัญหา เค้าคิดว่าเค้าปล่อยวางได้ ที่แท้เขามี อวิชชานุสัยมาก(โมหจิต)

โลภะโทสะโมหะ คือลูกศรดอกที่สองที่อาบยาพิษด้วย ชีวิตของเราจึงเป็นทุกข์อยู่ร่ำไปจนถึงวันตาย เพราะอกุศลจิตนี้มันละเอียดอ่อนสลับซับซ้อนฉลาดในการอธิบายเหตุผล จนเราเพลิดเพลินในเหตุผลของมัน นี้เองเราจึงเป็นทุกข์อยู่รำ่ไป หากกล่าวโดยเสียดสีแล้ว ต้นไม้แก้ปัญหาได้ถูกต้องมากกว่าพวกเราที่เป็นมนุษย์ประเภทนี้

กิเลสจะเก่งอ้างเหตุผล อธิบายเหตุผล ทำตามเหตุผลของกิเลส ล้วนแล้วแต่ก่อปัญหาขณะทำและภายหลังทำแล้วทั้งนั้น

มีมนุษย์อีกประเภทหนึ่งที่เรียกว่าอริยะมนุษย์ เป็นมนุษย์ประเสริฐ ที่เป็นมนุษย์ประเสริฐเพราะเป็นสุตะมนุษย์ คือ เป็นมนุษย์ไฝ่ธรรม จึงตั้งใจศึกษาธรรมะ ตั้งใจฟังธรรมะ ตั้งใจอบรมตนด้วยธรรมะ ตั้งใจปฏิบัติธรรมะมา แม้ประสบพบเจอเรื่องอย่างเดียวกัน ก็ไม่เป็นทุกข์เป็นร้อน เพราะไม่ให้ราคานุสัย ปฏิฆานุสัย อวิชชานุสัย เสวยอารมณ์ แต่ให้กุศลธรรมคือสติและปัญญาเสวยอารมณ์นั้น

มีสติปัญญารู้ทันธรรมชาติ ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดตามเหตุตามปัจจัย ยอมรับเหตุปัจจัยที่เกิดแล้ว และกล้าที่จะสร้างเหตุปัจจัยที่งดงามให้เกิดขึ้น ดังนั้นอริยะมนุษย์จึงมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุข ในท่ามกลางปัญหาในท่ามกลางความเกิดแก่เจ็บตายนี้ ก็มีความสุขได้

สุขถาวรคือ ได้บรรลุอริยมรรคอริยผล เป็นนิพพาน

อ้างอิง

https://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=18&siri=200

more Dhamma Podcast Wat Dhammavihara Hannover

You may also like...

Popular Articles...