Buddhadhamma Tepitaka Sangkiccajataka ii_mixdown

Buddhadhamma Tepitaka Sangkiccajataka ii_mixdown
Buddhadhamma Tepitaka Sangkiccajataka ii_mixdown
Popularität:0
  • Beschreibung

Buddhadhamma Tepitaka Sangkiccajataka ii_mixdown

ชวนโยมเรียนพระไตรปิฏก

เรื่อง สังกิจจชาดก

เที่ยวชมนรกกับสังกิจจฤาษี (ฉบับมหาจุฬาฯข้อที่ ๖๙-๙๓)

ตอนที่ ๒ (สรุปจากพระอรรถกถาจารย์ ช่วงที่ ๒ )

ครั้งอดีตกาล พระเจ้าพรหมทัต ครองราชสมบัติในเมืองพาราณสี มีพระราชโอรสพระนามว่า “พรหมทัตกุมาร” พระโพธิสัตว์เกิดในตระกูลปุโรหิตในราชสำนักนั้น ชื่อว่า “สังกิจจกุมาร” ทั้งสองกุมารเป็นสหายกันแต่เกิดมา

โตเป็นหนุ่มไปศึกษาศิลปวิทยาการจากเมืองตักกสิลา เรียนศิลปหมดทุกอย่างจบแล้ว ก็กลับเมืองพาราณสี

พระเจ้าพาราณสี ตั้งพระกุมารในตำแหน่งอุปราช พระกุมารก็พาสังกิจจกุมารมาทำงานอยู่ด้วยกัน

พระกุมารโลภมาก อยากได้ราชสมบัติของพระบิดา จึงปรึกษากับสังกิจจกุมาร พระโพธิสัตว์สังกิจจะห้ามอย่างหนักแน่น แต่พระกุมารก็ชวนทำกรรมหนักถึง ๓ ครั้ง พระโพธิส้ตว์ก็ห้ามอย่างหนัก พระกุมารไม่เชื่อฟัง หันไปชวนคนอื่นแทน และคนเหล่านั้นก็เข้าข้างพระกุมาร

พระโพธิสัตว์เห็นดังนั้น รีบหนีเข้าป่าทันที ไม่อยากอยู่ร่วมกับคนพาล แล้วบวชเป็นฤาษีอยู่ในป่าหิมพานต์ ทำฌานอภิญญาได้ ต่อมากุมารอื่นๆอีก ๕๐๐ คน พอทราบว่าสังกิจจกุมารหนีเข้าป่าบวชเป็นฤาษีก็ตามสมทบ แล้วบวชเป็นฤาษี ทำฌานอภิญญาได้ทุกคน

พระกุมาร ตั้งแต่ฆ่าพระบิดาเสวยราชสมบัติแล้ว มีความสุขไม่กี่วัน หลังจากนั้นเป็นทุกข์ทรมานตลอดเวลา เหมือนตกนรกทั้งเป็น กินไม่ค่อยได้นอนไม่ค่อยหลับ จึงพร่ำเพ้อหาแต่สังกิจจกุมารว่า ถ้าเขาอยู่ เขาต้องห้ามเราไม่ให้ทำกรรมหนักได้แน่นอน

พระองค์บ่นเพ้อ ทรมานเป็นเวลา ๕๐ ปี

สังกิจจฤาษีทราบ จึงมาพร้อมกับฤาษีทั้ง ๕๐๐ พักอยู่ที่พระราชอุทยาน เป็นป่าไม้ประจำราชสำนัก

พระเจ้าพรหมทัต เมื่อทราบว่าสังกิจจฤาษีมา ก็รีบมาหาทันที ทักทายปราศัยแล้ว จึงถามผลกรรมของตน

ถึงทำกรรมหนัก แต่อย่างน้อยก็สำนึกผิดแล้ว อยากจะพ้นจากทุกข์นี้

สังกิจจฤาษี ก็แสดงธรรมตรงๆ เพื่อให้ผู้ที่ต้องการบรรเทาทุกข์เห็นความจริง และยอมรับความจริงนั้น อย่างน้อยรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ก็มุ่งมั่นบากบั่น บำเพ็ญแต่ความดีให้มาก เพื่อให้กรรมชั่วที่ทำแล้วนั้นอ่อนกำลังลง ดีกว่าซ้ำเติมด้วยการเป็นทุกข์

สังกิจจฤาษีแสดงนรกขุมต่างๆ ทรมานอย่างไร เพราะทำกรรมอะไร ให้พระเจ้าพรหมทัตฟัง

มหานรกทั้ง ๘ ขุม คือ

๑. สัญชีวนรก นรกที่ตายแล้วฟื้น สัตว์นรกในนรกนี้ถูกสับถูกฟันเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแล้วกลับฟื้นขึ้นมาบ่อยๆ

๒. กาฬสุตตนรก นรกสายบรรทัดเหล็ก สัตว์นรกวิ่งไปบนแผ่นเหล็กแดง ถ้าล้มลง จะถูกดีดด้วยสายบรรทัดเหล็กแดง

๓. สังฆาฏนรก นรกที่ถูกบดหรือหนีบ มีภูเขาเหล็กลุกเป็นไฟกลิ้งมาบดขยี้สัตว์ในนรกนี้

๔. ชาลโรรุวนรก (โรรุวนรก) นรกที่สัตว์ร้องไห้เพราะเปลวไฟ หมายถึงนรกที่มีเปลวไฟพุ่งวูบเข้าทางทวารทั้ง ๙ เผาสัตว์นรกตลอดเวลา

๕. ธูมโรรุวนรก(มหาโรรุวนรก) นรกที่สัตว์ร้องไห้เพราะควันไฟ หมายถึงนรกที่มีควันไฟรมสัตว์นรกทางทวารทั้ง ๙ อยู่ตลอดเวลา

๖. อเวจีมหานรก นรกที่ไม่มีเวลาว่าง นรกที่มีเปลวไฟพลุ่งออกมาจากทิศทั้ง ๔ เผาสัตว์นรกอยู่ตลอดเวลา

๗. ตาปนนรก นรกที่ทำให้ร้อน สัตว์นรกในนรกนี้จะถูกแทงด้วยหลาวเหล็กเท่าลำตาลลุกเป็นไฟ

๘. ปตาปนนรก นรกที่ทำให้ร้อนมาก สัตว์นรกในนรกนี้ถูกไล่ตีหนีขึ้นไปบนภูเขา บนกำแพงที่ร้อน ตกลงมาถูกหลาวเหล็กเสียบแทง

มหานรกทั้ง ๘ ขุมนี้ แต่ละขุมมีประตู ๔ ด้าน แต่ละด้าน มีอุสสุทนรก (นรกบริวาร) ทั้ง ๔ ด้านๆ ละ๔ ขุม

มหานรกแต่ละขุม จึงมีอุสสทนรก ๑๖ แห่ง มหานรก ๘ ขุมมีอุสสทนรกทั้งหมด ๑๒๘ ขุม รวมกับมหานรก ๘ เป็น ๑๓๖ ขุม

คนที่ใส่ร้ายคนดีมีศีลธรรม ใส่ร้ายคนที่ไม่มีความผิด ทำคนที่บริสุทธิ์ให้เป็นคนผิดด้วยการใช้อำนาจ ใช่เล่ห์อุบายอันสกปรก เพื่อให้ตนเองมีเกียรติมีอำนาจ มีทรัพย์สมบัติ คนทำผิดถึงจะได้อย่างที่ตนปรารถนา แต่ถึงอย่างไรคนเหล่านี้ ไม่เคยนอนเป็นสุข เพราะระแวงกลัวถูกเอาคืน ถึงจะรักษาอำนาจได้ ก็ได้เฉพาะในโลกมนุษย์เท่านั้น แต่ในนรก มีแต่ทรมาน

ทรมาน เจ็บปวดอย่างที่ไม่มีอะไรจะเปรียบเทียบได้ มหานรกก็เปิดประตูไว้ ทั้ง ๔ ด้าน ๔ ทิศ พอสัตว์นรกเห็นประตูเปิดไว้ ก็วิ่งอย่างเร็วด้วยหวังจะพ้นไป แต่พอเข้าใกล้ประตูก็ปิดทันที แล้วก็ทรมานต่ออีก

ขณะเป็นทุกข์ทรมาน ก็ร้องครวญ โหยหวน ประคองมือพร่ำเพ้อว่าจะไม่ทำชั่วอีกแล้ว มันก็เป็นเพียงแค่การกล่าวเพราะอยากพ้นจากนรกเท่านั้น เมื่อคนเหล่านั้นพ้นจากนรกแล้วก็ลืม กลับทำกรรมชั่วอีก

การมีอคติ แสดงอคติต่อคนที่ไม่ชอบ ทำได้อย่างที่ตนต้องการ มันสนุก สะใจ แต่ผลของมันในนรกนั้น ลองตรองดูตามพระฤาษีสังกิจจะดูเถิด

คนดีนั้น มีพิษแรงมาก มากกว่าสัตว์มีพิษบนโลกนี้รวมกันทุกตัว กัดคนที่พลาดท่าทำร้ายมันแล้ว ใส่พิษอันเผ็ดร้อนแก่ผู้ทำร้ายมัน อย่างมากก็ตายทันที แต่พิษของคนดีนั้น ส่งคนทำร้ายคนดี ใส่ร้ายคนดี มีอคติต่อคนดี นั้นไปทรมานในนรก นานแสนนานเหลือเกิน บางขุมนานจนโลกนี้แตกสลายแล้ว ยังถูกทรมานอยู่

ธรรมชาติไม่มีอะไรสูญหายแม้แต่นิดเดียว ไม่ว่าจิตหรือวัตถุสิ่งของเกิดขึ้นแล้วก็เดินต่อไปข้างหน้าด้วยแรงกรรมทั้งนั้น ไม่มีอะไรหยุดนิ่งแม้นิดเดียว มีปัญญารู้หรือไม่รู้ ธรรมชาติก็ทำงานของมันอยู่อย่างนั้น

อ้างอิง

https://84000.org/tipitaka/pitaka_item/m_siri.php?B=28&siri=5

You may also like...

Popular Articles...

Schreibe einen Kommentar