Buddhadhamma Tepitaka Sankiccajataka iii_mixdown

Buddhadhamma Tepitaka Sankiccajataka iii_mixdown
Buddhadhamma Tepitaka Sankiccajataka iii_mixdown
Popularität:0
  • Beschreibung

Buddhadhamma Tepitaka Sankiccajataka iii_mixdown

ชวนโยมเรียนพระไตรปิฏก

เรื่อง สังกิจจชาดก

เที่ยวชมนรกกับสังกิจจฤาษี (ฉบับมหาจุฬาฯข้อที่ ๙๓-๑๓๔ ยาวพอสมควร)

ตอนที่ ๓ (ยกพระไตรปิฎกมาให้อ่านเลย ขอปรับสำนวนเพื่อให้อ่านง่าย)

เรื่องนรกสวรรค์นั้น เชื่อกันทั่วโลก แล้วมีคนที่ไม่เชื่อก็มีทั่วโลกเช่นกัน คนที่ไม่เชื่อ อย่างไรก็ไม่เชื่อ ต่อเมื่อได้เจอด้วยตัวเองแล้วจึงจะเชื่อ แต่กฎธรรมชาติหรือกฎแห่งกรรม(การกระทำ)นั้น มันก็เดินทางด้วยเหตุและผลไปเรื่อยๆ และผลนั้นก็จะเป็นเงื่อนไขคือเป็นเหตุต่อไปอีก เบื้องต้นและเบื้องปลายของธรรมชาติไม่มี คือหาจุดกำเนิดและจุดสุดท้ายของธรรมไม่มี

สังเกตุดูแอปเปิลที่เรากินสักลูกหนึ่งก็ได้ ว่ามันเกิดขึ้นมาอย่างไร หลังจากเรากินแล้ว มันจะไปไหนต่อ เราก็จะเห็นว่าแอปเปิล ผ่านการเป็นฝุ่น เป็นดิน เป็นน้ำ ผ่านการเป็นราก การเป็นลำต้น การเป็นกิ่ง การเป็นดอก เป็นผลจากเล็กแล้วเติบใหญ่ จนมาถึงปากเรา เข้าท้องเรา เป็นร่างกายเรา แล้วออกจากกายเรา ไปเป็นดิน เป็นน้ำ เป็นลม เป็นไฟ แล้วเป็นอะไรต่อมิอะไรจนนับการเดินทางของมันไม่ได้

นี่คือกฎธรรมชาติ ที่เปลี่ยนแปลงตัวมันเองตามเหตุปัจจัยที่บีบให้เปลี่ยน ธรรมชาติทั้งหมดเป็นอย่างนี้

จิตใจก็เป็นอย่างนี้ รู้สึกและเป็นอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัยที่ทำให้มันเปลี่ยนเป็นความรู้สึกอย่างไร แล้วจะเป็นอะไรต่อ การเดินทางของจิตก็ไม่มีที่สุดเช่นกัน แต่ทะลายมันให้แยกออกจากการเป็นขันธ์ห้าได้ จบการเป็นขันธ์ห้า

ต่อไปเชิญเที่ยวดูนรกต่อ กับท่านสังกิจจฤาษี

พระเจ้าอัชชุนะ ทรงเป็นใหญ่ในแคว้นเกตกะ มีพระวรกายกำยำล่ำสัน ทรงเป็นนายขมังธนูผู้ยิ่งใหญ่ ยกธนูหนักที่คนพันคนจึงจะยกได้ แต่พระองค์ก็ยกได้คนเดียว ก็หายสาบสูญไปเพราะระรานโคตมฤๅษี

พระเจ้าทัณฑกี ทรงโปรยฝุ่นใส่กีสวัจฉฤๅษี ผู้ไม่มีกิเลสเพียงดังธุลี พระองค์ก็พินาศเหมือนต้นตาลถูกตัดราก(หาความเจริญไม่ได้)

พระเจ้ามัชฌะได้หายสาบสูญไปพร้อมกับประชาชน แคว้นของพระองค์ก็กลายเป็นป่าไม้

ชาวเมืองอันธกเวณฑยะ ระรานรังแกกัณหทีปายนฤๅษี แล้วคนเหล่านั้นต่างก็ถือไม้พลองตีกันเอง ตายแล้วก็ตกนรก

พระเจ้าเจจจะพระองค์ เมื่อก่อนทรงเหาะได้ จึงอวดดีใส่ฤาษีกบิล แล้วเสื่อมสิ้นฤทธิ์ ถูกกบิลดาบสสาป ถูกแผ่นดินสูบสิ้นพระชนม์แล้วตกนรก

เพราะเหตุนั้น บัณฑิตทั้งหลายอย่าเป็นคนลำเอียงเพราะความชอบ (ความชัง ความกลัว ความหลง) อย่าคิดรร้าย จงกล่าววาจาที่เป็นความจริง

หากคนใดคิดทำร้ายใส่ร้ายมุนีคนดีมีกิเลสน้อย เพียบพร้อมพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ เขาผู้นั้นก็จะตกสู่นรกเบื้องต่ำ

คนที่ชอบพูดคำหยาบคาย ด่าว่าคนดีมีคุณธรรม ก็จะไม่มีที่พึ่ง ไม่มีทายาท เป็นเหมือนต้นตาลที่ถูกตัดรากถอนโคน

อนึ่ง คนใดฆ่าบรรพชิตผู้ทำกิจเสร็จแล้ว ผู้เป็นพระอรหันต์ หรือผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ คือพระนิพพาน คนนั้นย่อมหมกไหม้อยู่ในกาฬสุตตนรกตลอดราตรีนาน

อนึ่ง พระราชาพระองค์ใดไม่ตั้งอยู่ในธรรม ทรงมีอคติ ระรานชาวบ้านชาวเมือง เบียดเบียนให้เดือดร้อน สิ้นพระชนม์แล้วจะหมกไหม้อยู่ในตาปนนรก (ถูกแทงด้วยเหล็กหลาวใหญ่)

และท้าวเธอผู้เป็นสัตว์นรกจะต้องหมกไหม้อยู่ตลอดแสนปีทิพย์ ถูกกลุ่มเปลวเพลิงโอบล้อมเผา เสวยทุกขเวทนาอย่างหนัก เปลวเพลิงแผ่รัศมีเปลวพวยพุ่งออกจากกายของสัตว์นรกนั่น

ทั่วกาย ทั้งขนและเล็บของสัตว์นรกนั้น

ผู้มีไฟเป็นอาหาร (หล่อเลี้ยงให้มีชีวิตอยู่ด้วยความทุกข์)จะลุกโชนเป็นอันเดียวกัน (ร่างกายสัตว์นรกกับเปลวเพลงมองเป็นอันเดียวกันเลย

กายของสัตว์นรกนั้น ถูกไฟครอกไหม้ทั้งภายในกายและภายนอกกายอยู่เนืองนิตย์ เป็นทุกข์ ร้องครวญครางอยู่เหมือนช้างถูกสับด้วยตะขอ

คนใดเป็นคนชั่วต่ำช้า ฆ่าบิดาเพราะความโลภหรือความโกรธ คนนั้นย่อมหมกไหม้ในกาฬสุตตนรก(นรกด้ายดำ)ตลอดราตรีนาน

คนที่ฆ่าบิดา จะต้องหมกไหม้อยู่ในโลหกุมภีนรก(หม้อนรก)และนายนิรยบาลทั้งหลายจะใช้หอกแทงเขาที่ถูกต้มจนเปื่อยไม่มีหนัง จนตาบอด แล้วให้กินปัสสาวะและอุจจาระเป็นอาหาร แล้วก็กดสัตว์นรกนั้นให้จมลงในน้ำกรดที่แสบร้อน

นายนิรยบาลบังคับให้สัตว์นรกกินน้ำอุจจาระที่ร้อนเดือดพล่าน และก้อนเหล็กแดงที่มีไฟลุกโชน ถือเอาผาลยาวและร้อนอยู่ตลอดราตรีนาน งัดปาก ให้เปิดอ้า เอาเบ็ดผูกด้วยเชือก(เกี่ยวลิ้นสัตว์นรกนั้นแล้วดึงลิ้นออกมา) จากนั้นก็ยัด(เหล็กแดง)เข้าไป

ฝูงสุนัขดำ ฝูงสุนัขด่าง ฝูงนกแร้ง ฝูงกาป่าและฝูงนกปากเหล็กพากันรุมจิกกัดสัตว์นรกผู้กำลังดิ้นทุรนทุราย

แย่งกันกินเป็นอาหาร ทั้งเนื้อและเลือด

กายสัตว์นรกที่ฆ่าบิดานั้น แตกปริทั่ว เหมือนต้นตาลที่ถูกไฟไหม้ นายนิรยบาลทั้งหลายจะไล่ตาม ทุบ ตี (สัตว์นรกที่วิ่งหนี)อย่างเมามัน อย่างกับว่านายนิรยบาลเหล่านั้นทำอย่างสนุกสนานกับสัตว์นรก แต่พวกสัตว์นรกกลับรับทุกข์ทรมาน

คนที่ฆ่าบิดาทุกคนในโลกนี้ต้องตกนรกอย่างนี้

บุตรฆ่ามารดาก็เหมือนกัน ตายจากโลกนี้ไปแล้ว ต้องเผชิญหน้ากับพญายมต้องเสวยทุกข์อย่างร้ายแรงเพราะผลกรรมของตัวเอง

นายนิรยบาลทั้งหลายซึ่งมีพละกำลังมาก

จะใช้ขนหางสัตว์ที่เป็นลวดเหล็กแดง มัด บีบคั้นสัตว์นรกที่ฆ่ามารดาผู้ให้กำเนิด อยู่เรื่อยๆ บังคับให้สัตว์นรกนั้นดื่มเลือดที่ไหลออกจากร่างกายของตนเอง

ที่ร้อนเหมือนน้ำทองแดงที่ละลาย

สัตว์นรกนั้นลงสู่ห้วงน้ำ ซึ่งห้วงน้ำนั้นคล้ายน้ำหนองน้ำเลือด มีโคลนตม คูถที่น่าเกลียดน่าขยะแขยง ส่งกลิ่นเหม็นเน่าเหมือนซากศพ แล้วสัตว์นั้นก็ยืนอยู่

ที่ห้วงน้ำนั้น พวกหมู่หนอนนรกปากเหล็กตัวใหญ่โตมาก ก็เจาะผิวหนังชอนไชเข้าไปในเนื้อและเลือด กัดกินสัตว์นรกนั้น

ก็สัตว์นรกเหล่านั้นอยู่ในนรกแล้ว จะจมดิ่งลงไปอีกประมาณ ๑๐๐ ช่วงคน ซากศพที่เน่า ก็เหม็นฟุ้งตลบอบอ่วนไปทั่วบริเวณนั้น ประมาณ ๑๐๐ โยชน์

กลิ่นเหม็นนั้น สามารถทำตาทั้ง ๒ ข้างให้บอดได้

ขอถวายพระพรพระเจ้าพรหมทัต คนฆ่ามารดาย่อมได้รับความทุกข์เช่นนั้นแหละ

หญิงที่ทำแท้งทั้งหลาย จะต้องย่างเหยียบ

บนปลายคมมีดโกนที่คมกริบในนรก(สะพานปลายมีด) ที่น่ากลัว แล้วก็ตกไปในแม่น้ำเวตตรณี ซึ่งข้ามไปได้ยากมาก

(เพราะมี)ต้นงิ้วเหล็กทั้งหลาย มีหนามยาว ๑๖ นิ้ว ห้อยย้อยปกคลุมแม่น้ำเวตตรณีทั้ง ๒ ฝั่ง

สัตว์นรกเหล่านั้น ตัวสูงใหญ่ มีเปลวเพลิงลุกโชนเกิดจากตัวสัตว์นรกนั้น พวยพุ่งขึ้นไปบนฟ้าหนึ่งโยชน์ เห็นเหมือนกองไฟ(ใหญ่)แต่ไกล

หญิงผู้นอกใจสามีก็ดี ชายผู้คบชู้กับภรรยาคนอื่นก็ดี พวกเขาเหล่านั้นต้องตกอยู่ในนรกอันเร่าร้อนมีหนามแหลมคม

สัตว์นรกเหล่านั้นถูกแทงด้วยอาวุธ (ติดอยู่ตามกิ่งต้นงิ้ว) ก็ห้อยหัวลง แล้วก็ตกลงไป(ถึงพื้นด้านล่าง)เป็นจำนวนมาก

ถูกหลาวเหล็ก(ด้านล่าง)ทิ่มแทงร่างกาย(ตลอดคืน)จนนอน(ไม่ได้)ตื่นอยู่ตลอดกาลอันยาวนาน

เมื่อราตรีสว่าง สัตว์นรกทั้งหลาย ก็ถูกนายนิรยบาล จับโยนเข้าไปในโลหกุมภี (หม้อนรก)เป็นหม้อนรกใหญ่เหมือนภูเขา น้ำร้อนมากเหมือนไฟ

คนที่ผิดศีล เพราะถูกโมหะครอบงำ

ย่อมเสวยกรรมของตนที่กระทำชั่วไว้แล้วในปางก่อน หมกไหม้อยู่

ตลอดวันตลอดคืนอย่างนี้

อนึ่ง ภรรยา(บางคน)ที่เขาซื้อมา

(แต่เธอเนรคุณกลับ)ดูหมิ่นสามี หรือแม่ผัว พ่อผัวหรือดูถูกพี่ชาย พี่สาวของสามี หญิงนั้น ตายไปแล้วจะหมกไหม้อยู่ในตาปนนรก นายนิรยบาลทั้งหลายจะเอาเบ็ดเกี่ยวปลายลิ้นของเธอ แล้วดึงออกมา เธอเห็นลิ้นของตนยาวประมาณ ๑ วา เต็มไปด้วยหนอน อ้อนวอนให้ใครช่วยไม่ได้

พวกคนฆ่าแกะ ฆ่าสุกร จับปลา ดักสัตว์

พวกโจร พวกคนฆ่าวัว พวกนายพราน

และพวกที่กล่าวความผิดให้เป็นความถูกของตน

(คนเหล่านั้นตายแล้วตกนรก) จะถูกนายนิรยบาลทั้งหลายเข่นฆ่าด้วยหอก ด้วยค้อนเหล็ก ด้วยดาบ ด้วยลูกศร และจะมีหัวปักดิ่งลงไปแม่น้ำนรกที่เจ็บแสบ

ส่วนคนผู้ตัดสินคดีไม่เป็นธรรม จะถูกพวกนายนิรยบาลทุบตีด้วยค้อนเหล็กทุกเย็นทุกเช้า จากนั้นก็จะต้องกินอาเจียน (อวก)ของสัตว์นรกตัวอื่นที่ทุกข์ทรมาน อวกออกมา

ฝูงกา ฝูงสุนัขจิ้งจอก ฝูงแร้ง และฝูงกาป่าปากเหล็ก ก็พากันรุมจิกกัดกินสัตว์นรก ผู้กระทำกรรมหยาบช้าซึ่งกำลังดิ้นรนอยู่

เหล่าชนผู้เป็นคนชั่วชั่ว ทาทัวด้วยฝุ่นแอบ

ฆ่าเนื้อด้วยเนื้อต่อ หรือฆ่านกด้วยนกต่อ

ชนเหล่านั้นต้องไปตกอุสสทนรก (นรกบริวารของอเวจีนรก)

ส่วนคนดีทั้งหลายย่อมไปเกิดบนสวรรค์เบื้องบน เพราะกรรมที่ตนประพฤติดีแล้วในโลกนี้

ขอมหาบพิตรโปรดทอดพระเนตรผลกรรมที่บุคคลประพฤติดีแล้วเถิด (ทำให้เป็น)เทวดาทั้งหลาย พร้อมทั้งพระอินทร์และพระพรหมก็มีอยู่

ดูกรมหาบพิตร เพราะเหตุนั้น

อาตมภาพขอถวายพระพร

ขอพระองค์ผู้เป็นเจ้าแห่งแคว้น

จงทรงประพฤติธรรม

เหมือนอย่างที่บุคคลประพฤติธรรมดีแล้ว

ไม่พึงเดือดร้อนในภายหลังเถิด

อ้างอิง

https://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=28&siri=5

You may also like...

Popular Articles...

Schreibe einen Kommentar