Buddhadhamma Tepitaka Thanasutta kam_mixdown-1

Buddhadhamma Tepitaka Thanasutta kam_mixdown-1
Buddhadhamma Tepitaka Thanasutta kam_mixdown-1
Popularität:0
  • Beschreibung

Buddhadhamma Tepitaka Thanasutta kam_mixdown-1

ชวนโยมเรียนพระไตรปิฎก

เรื่อง ฐานสูตร (วรรคที่ ๑กับวรรคที่ ๒)

มองเห็นร่างกายตามที่มันเป็น แล้วเราจะไม่ประมาท

ร่างกายหรือชีวิตนี้ มีความจริงปรากฎอยู่ในตัวตลอดเวลา ดังนี้

๑. แก่

๒. เจ็บป่วย

๓. ตาย

๔. ทิ้งทุกอย่าง

๕. อยู่ได้เพราะการกระทำ คือกรรม ทุกการกระทำทางกาย ทางวาจา ทางใจ(คือความคิดจิตเป็นเจตนา) เป็นกรรมทั้งสิ้น

ทำไม พระพุทธเจ้า จึงทรงให้เราพิจารณา

ที่ต้องพิจารณา เพราะว่าสรรพสัตว์ทั้งมวลมักหลงตนว่า จะเป็นผู้หนุ่มสาว จะเป็นผู้แข็งแรงอยู่ตลอดเวลา เมื่อหลงดังนี้ เราจึงเพลิดเพลินกับการทำกรรมชั่วทั้งที่รู้ว่าชั่วหรือไม่ก็ตาม ทางกาย ทางวาจา ทางใจ เราไม่รู้ว่าทุกการกระทำมันมีผลตามมาทั้งหมด ไม่มีอะไรสูญหายแม้แต่นิดเดียว นี้คือการดำเนินไปข้างหน้าเรื่อยๆของธรรมชาติ

เราจะเพลิดเพลินในความเก่งหรือความไม่เก่ง อย่างไรก็ต้องแก่ เราจะเพลิดเพลินในความจนหรือความรวย อย่างไรก็ต้องแก่ เราจะเพลิดเพลินกับความเกียจคร้านหรือขยัน อย่างไรก็ต้องแก่ เราจะเพลิดเพลินกับความสุขหรือความทุกข์ อย่างไรก็ต้องแก่

เราจะสนุกกับงานหรือทุกข์กับงาน อย่างไรก็ต้องแก่ เราจะเพลิดเพลินกับการทำงานดีทำงานแย่ อย่างไรก็ต้องแก่

ไม่มีทางหลีกเลี่ยงเลยที่จะไม่แก่ แต่ทำไมเราจึงไม่สังเวชกับความแก่ที่มันครอบงำกายนี้ทุกพื้นที่ ที่เป็นดังนี้ เพราะเรามัวเมา เราประมาท เราหลง ถึงแม้ว่าเรากลัวความแก่ แต่เราไม่เคยสังเวชในความแก่ เราไม่เคยสลดใจในความแก่ ไม่เคยเบื่อหน่ายในความแก่ เราจึงเพลิดเพลินกับการใช้ชีวิตนี้เหมือนกับว่าจะไม่แก่

เราจึงมักต่อรองกับปีศาจแก่นี้ อย่างมัวเมาและหลงผิดคิดว่า ความแก่ผ่อนผันให้ เรามักพูดว่า “เดี๋ยวก่อน ไว้ก่อน ยังไม่ถึงเวลา ถึงเวลามันก็ได้เอง เป็นเอง ถึงเวลาเกิดมันก็เกิดเอง เราจะทำอะไรได้” มาหลอกตัวเอง จนป่านนี้ก็ยังถูกปีศาจแก่นี้หลอกด้วยคำนี้อยู่

เราไม่รู้ว่า ปีศาจแก่นี้มันมาพร้อมกันตั้งแต่เกิด เมื่อเกิดแล้วก็ต้องแก่ ต้องเจ็บ ต้องตาย ต้องทิ้งทุกอย่างที่ความเกิดนี้หามาได้หามาไว้ ทิ้งภาพลวงตาว่า เราเป็นนั่น เป็นนี่

เราไม่รู้ว่า การทำทางกาย วาจา ใจ คือพลังขับเคลื่อนให้ยานคือกายนี้ดำเนินไปข้างหน้า

นอกจากความแก่ ความเจ็บ ความตายที่มันคอยบีบคั้นคอยขย้ำกายนี้อยู่ตลอดเวลาแล้ว ผลกรรมอันเกิดจากกายคือชีวิตนี้ทำไว้ ก็ส่งผลอยู่ตลอดเวลา ไม่มีการหยุดให้ผลเลย กรรมเกิดจากตนทำ ตนก็ต้องเป็นเจ้าของกรรม ตนก็ต้องเป็นสถานที่ให้กรรมแสดงผล ผลกรรมมันจะผุดขึ้นมาเรื่อยๆ เรียกว่ามีกรรมทำให้เกิด และกรรมเป็นพลังงานส่งออกมาไม่มีวันหมดสิ้น เป็นสายๆ เรียกว่าเป็นพันธุ ต่อยอดไปเรื่อยๆ และกรรมคือการกระทำนี้เองมันหล่อเลี้ยงมันอุ้มชูให้กายคือชีวิตนี้อยู่ได้ เราทำกรรมตลอดเวลา

การหมั่นมองให้เห็นตามที่กายนี้เป็น นอกจากเห็นตามที่มันเป็น คือ เกิด แก่ เจ็บ ตาย และดำเนินไปเพราะกรรมแล้ว ต้องเห็นว่า ธรรมชาติทั้งปวง ไม่มีอะไรสูญสลายหายไปไหน มันมีแต่เปลี่ยนรูปของมัน แปลงรูปของมันแล้ว กลับเป็นอย่างอื่นต่อไปอีกเรื่อยๆ เช่นเสื้อผ้า เกิดจากต้นไม้ ต้นไม้เกิดจากดิน จากดินก็จะเป็นวัว เป็นกระบือได้อีก ไม่มีอะไรเลยที่ธรรมชาติเป็นไม่ได้ และที่สุดของดิน น้ำ ไฟ ลม ไม่มี ชีวิตเราคือดิน น้ำ ไฟ ลม เห็นอย่างนี้แล้ว ก็ต้องยอมรับความจริงว่า เราเคยเกิด แก่ เจ็บ ตาย เคยเป็นอะไรต่างๆนานา สารพัดตามกรรมมาแล้วมากมาย นับเป็นเลขของการเกิดแก่เจ็บตายของเราไม่ได้เลย

หมั่นมองอย่างนี้ แล้วเราจะสังเวช สลดใจ ระอาการเกิด แก่ เจ็บ ตาย การเป็นสัตว์สารพัดสัตว์มาแล้วนั้น

เราจะหมั่นทำความดี เราจะทุ่มเททำความดี เพราะความดีจะทำให้เราพ้นการเกิดแก่ เจ็บตายได้ เราจะไม่ปล่อยให้กายนี้ เป็นทุกข์เพราะกิเลสเอาไปใช้ตามที่มันต้องการ เพราะหลงมัน เราเสียเวลาให้ความแก่ครองชีวิตไปฟรีๆ ไร้สาระประโยชน์ เพราะไปเชื่อกิเลส เราจึงหลงทำกรรมชั่วทางกาย วาจา ใจ และหลงแก่ด้วย

อ้างอิง

https://84000.org/tipitaka/read/r.php?B=22&A=1649

You may also like...

Popular Articles...

Schreibe einen Kommentar