Buddhadhamma Tepitaka Therasutta 10_mixdown

Buddhadhamma Tepitaka Therasutta 10_mixdown
Buddhadhamma Tepitaka Therasutta 10_mixdown
Popularität:0
  • Beschreibung

Buddhadhamma Tepitaka Therasutta 10_mixdown

ชวนโยมเรียนพระไตรปิฎก

เรื่องเถรสูตร

ผู้ใหญ่ที่น่ารัก

ธรรมะนี้พระพุทธเจ้าตรัสกับพระภิกษุก็จริง แต่ก็เป็นธรรมะที่พุทธบริษัทประพฤติปฏิบัติได้อย่างดี

ผู้ที่เกิดมาก่อน มีอายุมากก่อน มีประสบการณ์ก่อน ก็ใช่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่ที่น่าเคารพนับถือเลย หากท่านที่เกิดมาก่อนนั้น ไม่มีคุณธรรม

ธรรมะ หรือหลักประพฤติของผู้ใหญ่ที่จะประเสริฐนั้น ดังนี้

๑. รัตตัญญู มีประสบการณ์และทรงจำประสบการณ์นั้นอย่างดี

๒. สีลวา เป็นคนมีศีล มีระเบียบกติกาในชีวิต

๓. พหูสูต มีความรู้มาก

๔. ทรงปาฏิโมกข์

๕. ฉลาดการระงับเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้น

๖. เป็นผู้ใฝ่ธรรม

๗. สันโดษ ฉลาดการใช้ปัจจัยแห่งชีวิต

๘. ปาสาทิก มารยาทงาม

๙. ฌานลาภี มีสมาธิกรรมฐานอย่างดี

๑๐.มีเจโตวิมุตติปัญญาวิมุตติ

ระงับและข่มกิเลสได้

อธิบายธรรม

๑. รัตตัญญู

มีประสบการณ์และทรงจำประสบการณ์นั้นอย่างดี

คนเกิดก่อน ย่อมประสบการณ์ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจมากแน่นอน แต่การประสบกับสิ่งเหล่านั้นมากมาย ก็ใช่ว่าผู้นั้นจะเกิดปัญญา ได้ความรู้จากสิ่งที่ประสบนั้น เพราะเขาเป็นเพียงแค่ประสบเฉยๆเท่านั้น แต่ไม่จดจำ ไม่เรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเองจากสิ่งเหล่านั้นเลย เขาอายุมากก็จริง แต่กลับเป็นคนไม่ฉลาด อีกทั้งหลงตนเอง เอาเรื่องราวสิ่งที่ประสบนั้นมาพอกพูนทิฏฐิมานะ ประสบการณ์อย่างนี้ ทำให้ผู้ใหญ่ที่เกิดมาก่อนนั้น เป็นคนว่ายากสอนยาก เพราะทิฏฐิมานะนี้เอง ทำให้ผู้นั้นจมปลักอยู่กับความรู้เดิมๆ

คนเกิดก่อน หรือผู้ใหญ่ที่จะน่ารักน่าเคารพ ต้องหมั่นฝึกสติเรียนรู้ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เสมอๆ เพราะตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ นั้นเองจะทำให้เราฉลาด

๒. สีลวา

เป็นคนมีศีล มีระเบียบกติกาในชีวิต

คนมีศีล คนมีระเบียบวินัย จะเป็นคนมีอายุเท่าไหร่ ล้วนน่ารัก น่าเคารพ น่านับถืออย่างมาก ยิ่งถ้าผู้นั้นเกิดมาก่อน มีศีลมีระเบียบวินัยมานาน จะบ่มพลังแห่งความงามมาก

คนมีศีล มีระเบียบ จะองอาจ สง่า งดงาม จะเข้าสู่ อยู่ในสังคมใดก็งาม

คนไร้ศีล ไร้ระเบียบ แม้เกิดนาน ก็เป็นตัวปัญหาของสังคม ความวุ่นวายเกิดในสังคมไม่หยุดหย่อนเพราะคนเกิดก่อนเกิดนานไร้ศีลไร้วินัย เพราะเขาไม่สามารถเป็นพ่อแม่ที่ดีได้ เป็นเพื่อนที่ดีได้ เป็นครูอาจารย์ที่ดีได้ เป็นเจ้านายที่ดีได้ เป็นลูกน้องที่ดีได้ เป็นนักปกครองระดับชาติที่ดีได้เลย

คนไม่ศีล ไม่มีวินัย มักพูดให้ตนมีศีลมีวินัยเพื่อทำลายผู้อื่นด้วยศีลด้วยวินัยจากปากผู้นั้นเท่านั้นเอง ความวุ่นวายจะกระจายมากยิ่งขึ้น

๓. พหูสูต มีความรู้มาก

ความรู้สำคัญมากในการครองชีวิตของมนุษย์เทวดาพรหมทั้งหลาย

คนเกิดก่อนเกิดนาน ได้ประสบการณ์มากมาย แต่ประสบการณ์นั้นไม่ใช่ความรู้ของเขา กลับเป็นตัวเสริมทิฏฐิมานะ เวลาสนทนาด้วยแทนที่จะได้ความรู้ กลับได้แต่กิเลส ได้แต่ความโง่มัวเมามัวหมอง

หลายท่านเกิดมานมนาน ไม่มีหลักธรรมอะไรยึดเลย ใช้ชีวิตไปตามสัญชาตญาณในแต่ละวันเท่านั้น สูญเสียเวลาความเป็นมนุษย์มาก อายุมากก็จริง แต่ก็ไม่น่าเคารพนับถืออะไรเลย

ความรู้มีกับคนอายุเท่าไหร่ ก็ทำให้ผู้นั้น น่าเข้าใกล้ น่าเรียนรู้ ความรู้แปลงคนให้น่าเคารพ

๔. ทรงปาฏิโมกข์

เก่งหลักการ ชำนาญกฏหมาย กฎระเบียบต่างๆ ทำให้ผู้นั้นเป็นผู้วิเศษเลยเพราะรู้ช่องรู้ทาง สำหรับพวกเราชาวบ้านธรรมดา หากรู้ไม่ได้มากมาย อย่างน้อยก็ควรรู้กฏหมายพื้นฐานสำหรับครองชีวิตบ้าง ไม่เช่นนั้น เราก็จะถูกเอารัดเอาเปรียบ บางทีเจตนาอยากทำดี แต่กลับผิดกฏหมายก็มี หรืออย่างน้อยก่อนทำอะไรก็ควรรู้กฏหมายว่าห้ามหรืออนุญาตอย่างไรกับการกระทำกิจการนี้ หรือการทำอย่างนี้

อยู่ถิ่นใด ประเทศใด อย่างน้อยก็ต้องรู้กฎหมายพื้นฐานของสังคมนั้นๆ ไม่รู้กฏหมายพื้นฐานเหมือนเป็นคนตาบอดสีแยกสีไม่ออก ไม่รู้ว่าตนทำถูกกฏหมายของสังคมนั้นๆหรือเปล่า บางทีเรามีสิทธิที่จะได้มากมายทางกฏหมาย แต่เพราะความไม่รู้เราก็เลยทิ้งไป และมีคนมากมายแสวงหาผลประโยชน์จากความไม่รู้กฎหมายของเรา

เกิดมานาน หากไม่รู้กฎตนเอง ไม่รู้กฎผู้อื่นบ้าง อาจจะทำให้เราพลาดได้

๕. ฉลาดการระงับเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้น

ผู้ใหญ่ที่ไม่มีอคติ มีเมตตาธรรม จะก่อให้เกิดความสงบสุขในสังคมนั้นๆ เวลาเกิดเรื่องราวอะไรขึ้นมาในความรับผิดชอบของตน ก็สามารถระงับได้ ผู้ใหญ่อย่างนี้ จะได้รับความเคารพนับถือทั้งจากฝ่ายโจทก์ฝ่ายจำเลย

แต่ผู้ใหญ่ที่มีอคติ ไร้เมตตาธรรมะ มืดบอด มักพูด ทำ คิดเพื่อประโยชน์ตน อย่างน้อยก็เพื่อสนองอคติของตน ผู้ใหญ่มีอคติมักใช้อารมณ์อำนาจปกครอง คนมีอคติอย่างเดียวกันกับผู้ใหญ่ท่านนั้นก็จะเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย อคตินี้แม้จะเป็นฝ่ายเดียวกัน แต่ถึงอย่างไรก็จะแตกกัน จะมีอะไรทำให้ไม่ชอบกันก่อนแล้วแยกแตกไปเรื่อยๆ เพราะมันเป็นอธรรมะ

ผู้ใหญ่มีอคติจะทำให้ระบบการปกครองเสีย ระบบการบริหารเสีย ทำให้เกิดการแตกแยก ทำให้เกิดความอ่อนแอในสังคมนั้นๆ

ความฉลาดที่ประกอบด้วยธรรมในการระงับเรื่องราวต่างๆของผู้ใหญ่ จะทำให้เกิดความสงบ ความรักความสามัคคี

ความรัก ความชัง มันเป็นเรื่องของกิเลส เมื่อไหร่เราปล่อยมันออกมาทางกาย วาจา จะสร้างความแตกแยกทันที ก่อการทะเลาะ ก่อการบาดหมาง เพราะฉะนั้นควรเก็บความรักความชังนี้ไว้ในใจเท่านั้น เก็บด้วยปัญญา อย่างน้อยสอนตัวเองว่า ทำไปแล้ว พูดไปแล้วด้วยความรักความชังนี้ จะทำให้กิเลสเราเพิ่มพูน บาปก็จะเกิดแก่คนที่เชื่อเรา บาปเป็นของใคร ผู้นั้นก็เป็นคนบาป คนบาปเยอะมาก สังคมก็เดือดร้อน เราจะเป็นคนหนึ่งที่ทำให้สังคมเดือดร้อน

๖. เป็นผู้ใฝ่ธรรม

ภาษาพระว่า “ธัมมกาโม” แปลว่าใฝ่ธรรม ไม่อิ่มในธรรม แม้เป็นพระอรหันต์แล้ว ก็ยังชอบที่จะฟังธรรม

ผู้ใหญ่เป็นผู้ใคร่ธรรม รักความรู้ รักความจริง รู้จักรับฟังและรู้จักพูดทำให้เป็นที่ชื่นชมสนิทสนมสบายใจ น่าเข้าไปปรึกษาสนทนา และชอบศึกษา ยินดีปรีดาในหลักธรรมหลักวินัยที่ยิ่งๆ ขึ้นไป ส่วนผู้ใหญ่ที่ตรงกันข้ามกับธรรมนี้ จะเป็นผู้ใหญ่น่ารังเกียจของคนมีใจเป็นธรรม แต่ก็เป็นผู้ใหญ่ที่คนมีใจไม่ใฝ่ธรรมชอบ

๗. สันโดษ ฉลาดการใช้ปัจจัยแห่งชีวิต

เป็นพระภิกษุ ยิ่งสันโดษในบริขารสิ่งของเครื่องใช้ ยิ่งน่าเคารพนับถือ ส่วนอุบาสกอุบาสิกา รู้จักประมาณในการใช้สิ่งของเครื่องใช้คือปัจจัยแห่งชีวิต ก็จะไม่เดือดร้อน ไม่วิงไล่หาวัตถุสิ่งของมาสนองความอยากด้วยการหลอกตนเองว่า มันคือความสุข

หากเรารู้ประโยชน์รู้ประมาณของวัตถุในการใช้แล้ว เราจะมีความสุข และสุขนั้นจะผลักดันให้เราสูงขึ้นด้วยปัญญา

ความสันโดษ คือปัญญา เป็นปัญญาที่ฉลาดในการวัดพละกำลัง ความสามารถ ความเหมาะสม เป็นปัญญาที่สมดุลย์งดงามมาก เช่นหากเรามีปัญญาเลือกชุดเสื้อผ้าที่เหมาะสมกับตนเองทั้งสีสันต์ ขนาด เวลาสวมใส่ก็เหมาะกับเรา ไม่หลวมไม่แน่น เหมาะกับวัย เหมาะกับเพศ เกิดความสัปปายะ สบาย เราจะทำอะไรได้มากมาย เพราะความสัปปายะนั้น

สันโดษคือการพัฒนาที่ถูกต้องเหมาะสม

๘. ปาสาทิก มารยาทงาม

ผู้ใหญ่ที่วางตัวเป็น จะสง่างามมาก

การรู้มารยาท การมีมารยาท เป็นความฉลาดของผู้นั้น ดังนั้นคนมีมารยาทงาม คือคนมีปัญญาเท่านั้น คนมีปัญญาเท่านั้นจึงจะมีมารยาท

คนมีปัญญาเท่านั้น จึงจะรู้ว่าควรมีมารยาทอย่างไรกับคนที่เกี่ยวข้อง เพราะคนที่มาเกี่ยวข้องกับเรามีมากมาย ต่างเพศ ต่างฐานะ

คนวางตัวเป็นจึงเป็นความงามอย่างยิ่ง คนเกิดนานอย่างเดียว ขาดปัญญามักมารยาทไม่งาม ยิ่งเข้าสู่วัยชรา ยิ่งทำตัวน่ารังเกียจ ความแก่น่ากลัวแล้ว มารยาทยังพาให้น่ากลัวอีก

สำหรับพระภิกษุสงฆ์ มีสติสำรวมเพิ่มขึ้นในมารยาทนั้นอีก พระจึงต้องสำรวมในทุกๆเรื่องๆที่เกี่ยวข้อง

๙. ฌานลาภี มีสมาธิกรรมฐานอย่างดี

ผู้ใหญ่ที่ทำกรรมฐานเสมอๆ ถึงไม่ได้ฌานอะไร ก็น่าสรรเสริญ หากไม่ทำกรรมฐานเลย ผู้ใหญ่เกิดนานท่านนั้น จะหลงลืมตนเอง ไม่รู้จักหักห้ามใจ ไม่รู้จักจิตตนเอง ไม่รู้ว่าอะไรคืออกุศลจิต อะไรคือกุศลจิต อะไรคือสมาธิ

คนมีสติได้สมาธิจิต จะเป็นคนที่มีความสุขเสมอ จะไม่เป็นคนขี้บ่น ไม่พูดมากพรำ่เพรื่อ ไม่เพ้อตาย หากผู้ใหญ่ท่านนั้นได้สมาธิ จะเป็นคนที่น่าเคารพนับถือน่ากราบไหว้ ไม่ว่าจะเป็นพระหรือเป็นโยม สมาธิจิตจะทำให้ผู้นั้นขลังทันที

๑๐.มีเจโตวิมุตติปัญญาวิมุตติ

ระงับข่มกิเลส หรือละกิเลสได้

ผู้ใหญ่ที่จิตสะอาด บริสุทธิ์ จะทำให้ท่านสมบูรณ์ด้วยหลักธรรมทั้ง ๙ ข้อ ข้างตนหมดเลย เราได้พูด ได้คุย ได้สนทนากับท่าน จะมีพลังมากมายเข้ามาในตัวเรา โดยเฉพาะพลังแห่งธรรมะ

ถึงแม้ว่า ท่านยังละกิเลสไม่ได้ แต่ท่านก็ไม่ทำตามกิเลส มีคุณธรรม ๙ ข้อข้างต้นด้วยการฝึกฝนอบรม ก็นับว่าท่านประเสริฐมาก เราได้เข้าใกล้ ได้สนทนา ได้รับคำแห่งธรรมจากท่านก็ประเสริฐเช่นกัน

ธรรมะสำหรับทำคนเกิดก่อน เกิดนานให้เป็นผู้ใหญ่ที่น่ารักน่าเคารพน่าถือนี้ มีอยู่กับผู้ใด ผู้นั้นเป็นประเสริฐแน่นอน

พบผู้ประเสริฐแล้วปฏิบัติตามท่านย่อมประเสริฐเหมือนท่าน

ทำตัวเองให้ประเสริฐดีกว่าหาผู้ประเสริฐมาคุ้มครองตน เป็นผู้ประเสริฐแล้วพาผู้อื่นให้ประเสริฐด้วย ยิ่งประเสริฐกว่า

อ้างอิง

https://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=24&siri=96

 

weiter mit Dhamma Podcast vom Wat Dhammavihara Hannover

You may also like...

Popular Articles...

Schreibe einen Kommentar