Buddhadhamma Tepitaka Upadhasutta _mixdown

Buddhadhamma Tepitaka Upadhasutta _mixdown
Buddhadhamma Tepitaka Upadhasutta _mixdown
Popularität:0
  • Beschreibung

Buddhadhamma Tepitaka Upadhasutta _mixdown

ชวนโยมเรียนพระไตรปิฏก

เรื่อง อุปัฑฒสูตร

ผู้มีมิตรสหายดี คือผู้มีความดีทั้งหมดในชีวิต

(ขอเว้นระยะการอธิบายอานาปานสติ ๑๖ ขั้น)

สมัยหนึ่ง ขณะที่พระอานนท์เถระพักอยู่ในที่เงียบสงัดแห่งหนึ่ง ได้เกิดความคิดขึ้นมาว่า เมื่อมีมิตรดี มีสหายดี มีเพื่อนดี คอยพร่ำสอนมีอยู่ กับทั้งความเพียรพยายามของตนเองมีอยู่พร้อม เมื่อสองอย่างรวมกันแล้วก็จะสำเร็จประโยชน์อย่างสูงสุดได้

พระเถระจึงคิดว่า ประโยชน์สูงสุดที่ได้นี้ ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากได้มิตรดีคือกัลยาณมิตร แต่ท่านก็ไม่สามารถตกลงใจด้วยตัวเองได้ จึงเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงประทับอยู่ที่เมืองสักระ แคว้นสักกะของชาวศากยะทั้งหลาย

แล้วได้ทูลถามถึงข้อสงสัยในธรรม ที่ตนตกลงใจยังไม่ได้ ว่าการมีกัลยาณมิตร ผู้คอยพร่ำสอนกับการเพียรพยายามของตนเองสองอย่างนี้รวมกันแล้ว ประโยชน์สูงสุดจึงเกิดขึ้นได้ในชีวิต

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า การมีมิตรดีมีสหายดีมีเพื่อนดีนี้เป็นทั้งหมดของความดีคือเป็นทั้งหมดของพรหมจรรย์เลย

เพราะว่าผู้ที่มีมิตรดีมีสหายดีมีเพื่อนดีคอยแนะนำตักเตือนสั่งสอนในทางที่ถูกต้อง ผู้ปฏิบัติตามคำสั่งสอนของกัลยาณมิตรนั้น ย่อมได้อริยมรรค ๔ อริยผล ๔ วิชชา ๓ อภิญญา ๖ หรือ

คุณธรรมอื่นๆอีกมากมาย คุณธรรมสูงสุดทั้งหลายเหล่านี้เกิดได้จากการมีมิตรดี มีสหายดี มีเพื่อนดีเท่านั้น

การมีมิตรดีมีสหายดีมีเพื่อนดีเท่านั้น เราจึงจะพ้นจากการเกิดการแก่การเจ็บการตาย และพ้นจากความเศร้าโศก พ้นจากความคร่ำครวญ พ้นจากความทุกข์กาย พ้นจากความทุกข์ใจ พ้นจากความคับแค้นใจ

นี่คือพลังของการมีมิตรดีมีสหายดีมีเพื่อนดี ย่อมพ้นจากทุกข์ทุกประการ

เป็นไปได้ยากมากหรือเป็นไปไม่ได้เลยที่มนุษย์เกิดมาแล้วจะมีความรู้ได้ด้วยตัวเอง หากไม่อาศัยพ่อแม่ครูบาอาจารย์เพื่อนฝูงสภาพแวดล้อม และค้นคว้าจากแหล่งความรู้อื่นๆ โดยเฉพาะความรู้ ที่นำไปสู่ความพ้นทุกข์ ทั้งปวง

ดังนั้นสภาพแวดล้อมทั้งคนและธรรมชาติคือตัวกำหนดชีวิตของผู้นั้นโดยตรง ความเพียรพยายามหรือการกระทำของเราก็เป็นเพียงตัวขับเคลื่อนไปตามสภาพแวดล้อมที่เป็นตัวบุคคลและสภาพแวดล้อมธรรมชาติเท่านั้นเอง ดังนั้นสภาพแวดล้อมทั้งบุคคลและธรรมชาติคือทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของผู้นั้น

ท่านที่ต้องการพ้นจากการเกิดแก่เจ็บตาย จากความเศร้าโศกคร่ำครวญรำพัน จากความทุกข์ทางกาย จากความทุกข์ทางใจ จากความคับแค้นใจทั้งหลายทั้งปวงจึงควรมีกัลยาณมิตรที่ดีเป็นเพื่อนเป็นสหายเท่านั้น

หรือผู้ที่ต้องการมีความสุขอย่างสะอาดบริสุทธิ์ก็ต้องอาศัยกัลยาณมิตรเป็นผู้แนะนำ ถึงแม้ว่าจะยังไม่พ้นจากการเกิดแก่เจ็บตาย แต่อย่างน้อยก็มีความสุขที่สะอาดบริสุทธิ์ไม่เป็นพิษต่อตัวเองไม่เป็นพิษต่อผู้อื่นไม่เป็นพิษต่อสภาพแวดล้อมต่อสังคม

การมีมิตรดีมีสหายดีมีเพื่อนดีนั้น จะทำให้เรารู้จักธรรมะ โดยเฉพาะมรรคมีองค์ ๘ คือทางเดินที่ถูกต้อง สำหรับท่านที่ต้องการมีความสุขอย่างสะอาดบริสุทธิ์และสำหรับท่านที่ต้องการพ้นจากความทุกข์ต่างๆของชีวิต

เส้นทางที่สะอาดคือมรรคมีองค์ ๘ ดังนี้

สัมมาทิฏฐิ เห็นธรรมชาติตามที่มันเป็น

เห็นผลเห็นเหตุ เห็นเหตุเห็นผล ไม่ใช่คิดอยากให้มันเป็นอย่างที่ต้องการ

สัมมาสังกัปปะ ตั้งใจที่จะปฏิบัติสัมมาทิฏฐิอย่างถูกต้อง

สัมมาวาจา กำหนดอารมณ์

คือ กำหนดสัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะนั่นเอง เมื่อเห็นเหตุเห็นผล เห็นผลเห็นเหตุแล้วตั้งใจปฏิบัติตามเหตุผลนั้น ก็จะไม่อยากที่จะกล่าววจีทุจริต

สัมมากัมมันตะ ตั้งตนไว้ชอบ

คือกำหนดอยู่ในสัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ สัมมาวาจาแล้ว ก็จะงดเว้นการกระทำผิดทางกาย ๓ อย่าง คือ ปาณาติบาต อทินนาทาน กาเมสุมิจฉาจารอย่างแน่นอน

สัมมาอาชีวะ ทำอารมณ์ให้ผ่องแผ้วผ่องใส

เมื่อองค์แห่งมรรค ๔ ประการข้างต้นเกิดขึ้นแล้ว การดำเนินชีวิตของเราก็บริสุทธิ์ผุดผ่องเองโดยปริยาย

สัมมาวายามะ ประคองธรรมไว้

คือประคององค์มรรคข้างต้นให้เป็นอารมณ์เสร็จแล้ว เพียรพยายามเพื่อกำจัดทุกข์ คืออกุศล และให้ความสุข คือ กุศลธรรมธรรมเกิดขึ้น

สัมมาสติ ผู้ควบคุมองค์มรรคดังกล่าวข้างต้นนั้น โดยมีสัมมาสมาธิ เป็นหลักยึดไม่ให้ธรรมะทั้งหลายข้างต้นนั้นซัดส่ายไปมา

ขณะที่องค์แห่งมรรคนี้เกิดขึ้น ความสุขก็เกิดแล้ว ฝึกบ่อยๆ เสมอๆ ธรรมะทั้ง ๘ จะเกิดขึ้นเพียงแค่การมีองค์มรรคใดมรรคหนึ่งเท่านั้น

องค์แห่งมรรค ๘ ประการนี้ จะเกิดขึ้นได้เฉพาะท่านที่มีสัมมาทิฏฐิเท่านั้น คือรู้เห็นตามความเป็นจริงและเบื่อหน่ายกับความทุกข์ต่างๆ และมีสัมมาสังกัปปะตั้งใจที่จะพ้นจากทุกข์ตามที่สัมมาทิฏฐิเห็นนั้น เกิดตามมา แล้วองค์มรรคอื่นๆก็จะเกิดตามไปด้วย

ส่วนท่านที่ยังชอบอกชอบใจกับความเกิดแก่เจ็บตาย กับความเศร้าโศกคร่ำครวญ เป็นทุกข์ทางกาย เป็นทุกข์ทางใจ เสียอกเสียใจ คับแค้นใจทั้งหลาย องค์แห่งมรรค ๘ ประการ ย่อมไม่เกิด ถึงแม้จะมีกัลยาณมิตรที่ดีอย่างไรก็ตาม หากไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำตักเตือนสั่งสอน ก็ไม่เกิดประโยชน์ เหมือนหมอที่ดีจัดยาที่ถูกกับโรคให้แก่คนป่วย แต่ถ้าคนป่วยไม่รับประทานยาอย่างนั้น ก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร

การรู้จักคบคน การรู้จักเลือกสรรสภาพแวดล้อมที่ถูกต้องนั้น เราจะได้ชีวิตที่ประเสริฐ เพราะสภาพแวดล้อมที่ดีคือกัลยาณมิตรที่ประเสริฐ สภาพแวดล้อมที่ดีคือทุกอย่างของชีวิต พันธุ์ไม้ที่ดีแล้ว หากปลูกบนดินไม่ดี ปุ๋ยไม่ดี น้ำไม่ดี อากาศไม่ดี อย่างไรก็ต้องตาย นี้คือพลังแห่งแห่งสภาพแวดล้อม อย่ามองข้ามว่าไม่สำคัญ

อ้างอิง

https://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=19&siri=2

weiter mit Dhamma Podcast Wat Dhammavihara Hannover

You may also like...

Popular Articles...

Schreibe einen Kommentar