Buddhadhamma Tepitaka Uposatha I_mixdown

Buddhadhamma Tepitaka Uposatha I_mixdown
Buddhadhamma Tepitaka Uposatha I_mixdown
Popularität:0
  • Beschreibung

Buddhadhamma Tepitaka Uposatha I_mixdown

ชวนโยมเรียนพระไตรปิฎก

เรื่องอุโปสถสูตร

การรักษาศีลอุโบสถ ๓ แบบ

วันหนึ่ง นางวิสาขาอธิษฐานศีลอุโบสถแล้ว เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า ณ วัดบุพพาราม เมืองสาวัตถี ซึ่งเป็นวัดที่นางสร้างเอง

หลังถวายความเคารพพระพุทธเจ้าแล้ว พระองค์ตรัสวิธีรักษาอุโบสถ ๓ แบบ

คือ

๑. โคปาลอุโบสถ รักษาอุโบสถศีลเหมือนคนเลี้ยงโค

๒. นิคัณฐอุโบสถ รักษาอุโบสถศีลเหมือนนิครนถ์

๓. อริยอุโบสถ รักษาอุโบสถศีลเหมือนอริยสาวก

อธิบายธรรม

๑. โคปาลอุโบสถ รักษาอุโบสถศีลเหมือนคนเลี้ยงโค

คนเลี้ยงโค หลังจากพาโคทั้งหลายเที่ยวหากินทั้งวัน ตกเย็นก็ต้อนฝูงโคคืนเจ้าของ แล้วก็คิดว่าวันนี้เราพาโคไปกินหญ้าที่ไหน ดื่มน้ำที่ไหน ภูมิใจในหน้าที่ แล้วก็ย้อนนึกว่า เราเองก็จะได้อาหารอย่างนี้ๆ ให้อร่อย วันๆคิดถึงแต่เรื่องกิน

บางคนรักษาศีลอุโบสถ ก็คิดแต่จะได้ คิดแต่จะเอาอันโน้นอันนี้ หรือรักษาอุโบสถเพราะมีข้อต่อรองกับผู้นั้นผู้นี้ ต่อรองกับเทวดาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือรักษาศีลเพราะติดหนี้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ จิตของเราก็เลยไม่มีอิสระกับการรักษาศีล ไม่ผ่องใส ไม่บริสุทธิ์จากการรักษาศีล เพราะคิดแต่จะได้ คิดปลดหนี้ทางใจ หรือกลัวเรื่องจะเกิดแก่ตน จึงรักษาศีล

การรักษาศีลอย่างนี้ จิตไม่บริสุทธิ ผลบุญจึงเกิดน้อย

๒. นิคัณฐอุโบสถ รักษาอุโบสถศีลเหมือนนิครนถ์

รักษาศีลมีข้อยกเว้น มีเงื่อนไขแบบนิครนถ์ เช่นอนุญาตให้ฆ่าสัตว์ได้ในบางพื้นที่ ในบางเวลา มีเมตตากรุณาต่อสัตว์บางพื้นที่ แต่ใจร้ายต่อสัตว์บางพื้นที่ หรือเมตตากรุณาต่อสัตว์ที่ตนรัก แต่ใจร้ายต่อสัตว์ที่ตนไม่รัก

นิครนถ์ อ้างไม่ยึดมั่น ปล่อยวางทั้งหมดแม้เสื้อผ้าก็สละสิ้น ไม่ถือมั่น จึงไม่นุ่งห่มผ้า เพราะคิดเอาเองว่า การสวมเสื้อผ้า ทำให้ยึดติด เกิดกิเลส ไม่มีญาติพี่น้อง เป็นการโกหก เพราะจริงๆแล้ว กิเลสคือจิต ไม่ใช่เสื้อผ้า เปลือยกายน่าละอาย แต่เขาเหล่านั้นไร้หิริโอตตัปปะ คือเป็นอหิริกะ ไม่อาย เป็นอโนตตัปปะ ไม่กลัวบาป มีกิเลสคืออหิริกะ อโนตัปปะ แต่คิดผิดว่า ไม่มีกิเลส

มีพ่อแม่พี่น้อง ลูกภรรยา จะบอกว่าไม่เกี่ยวข้องได้อย่างไร เป็นการโกหกอย่างหนึ่ง หยิบกินสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้ ก็เป็นบาป

บางคนรักษาศีลอุโบสถเหมือนนิครนถ์ เหมือนเคร่งแต่ใจร้าย ใจประกอบด้วยกิเลส เช่นไม่ฆ่าสัตว์ แต่ทรมานสัตว์ คิดแบบศีลของตัวเอง นุ่งขาวห่มขาวถือศีลกินเจ แต่ใจสกปรก รักษาศีลไว้อวดชาวบ้าน กินเจก็คิดเอาเองว่าตนบริสุทธิ์ เพราะงดเว้นการฆ่าสัตว์ ไม่เป็นเหตุให้คนฆ่าสัตว์ แต่จิตนั้นโอ้อวด คิดว่าดีกว่าผู้อื่น ดูถูกผู้อื่นที่ทำอย่างตนไม่ได้ หรือบอกให้ทำอย่างตนก็ไม่ทำ โกรธต่อผู้นั้น ที่ไม่ทำอย่างตน

จิตของคนรักษาศีลเหมือนนิครนถ์ หลงตนเป็นคนดี แต่แท้จริงล้วนแต่สะสมกิเลส ความทุกข์จึงเกิดมากมายแก่คนที่รักษาศีลอุโบถสแบบนี้

อานิสงส์ของศีลที่รักษาจึงน้อยมาก

วันนี้ ขอกล่าวไว้เพียงเท่านี้ก่อน เพราะเรื่องอุโปสถสูตร ค่อนข้างจะยาว จะอธิบายในวันต่อไปอีก

อ้างอิง

https://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=20&siri=115

 

…..weiter mit Dhamma Podcast Wat Dhammavihara Hannover

You may also like...

Popular Articles...

Schreibe einen Kommentar