Buddhadhamma Tepitaka Uposathasutta V_mixdown

Buddhadhamma Tepitaka Uposathasutta V_mixdown
Buddhadhamma Tepitaka Uposathasutta V_mixdown
Popularität:0
  • Beschreibung

Buddhadhamma Tepitaka Uposathasutta V_mixdown

ชวนโยมเรียนพระไตรปิฎก

เรื่องอุโปสถสูตร

การรักษาศีลอุโบสถ ๓ แบบ ตอนที่ ๕

คือ

๑. โคปาลอุโบสถ รักษาอุโบสถศีลเหมือนคนเลี้ยงโค

๒. นิคัณฐอุโบสถ รักษาอุโบสถศีลเหมือนนิครนถ์

๓. อริยอุโบสถ รักษาอุโบสถศีลเหมือนอริยสาวก

“อริยอุโบสถ”มีหลายประการ ดังนี้ คือ

๑. รักษาศีล เป็น “พรหมอุโบสถ”

๒. รักษาศีล เป็น “ธัมมอุโบสถ”

๓. รักษาศีล เป็น “สังฆอุโบสถ”

๔. รักษาศีล เป็น “ศีลอุโบสถ”

๕. รักษาศีล เป็น “เทวตาอุโบสถ”

วันนี้ จะกล่าวถึงการรักษาอุโบสถศีล ประการที่ ๖ (อรหันตอุโบสถ) คือ น้อมระลึกถึงพระอรหันต์เป็นกำลังใจ เป็นแรงบันดาลใจ แล้วประพฤติตามท่าน แม้เพียงวันหนึ่งกับคืนหนึ่ง ก็ถือว่าประเสริฐอย่างยิ่ง

พระอรหันต์ ท่านประพฤติตน ดังนี้

๑. ไม่ฆ่า ไม่เบียดเบียนสัตว์ และมีเมตตา กรุณาต่อสรรพสัตว์ทั้งหลาย แม้เราก็ประพฤติตามท่านได้อย่างบริบูรณ์ตลอดวันหนึ่งกับคืนหนึ่ง

๒. ไม่คดโกง ไม่ขโมย ไม่เอาเปรียบใครตลอดชีวิต แม้เราก็เป็นอย่างท่านตลอดวันหนึ่งกับคืนหนึ่ง

๓. เว้นจากเมถุนธรรมตลอดชีวิต แม้เราก็ประพฤติได้อย่างท่านตลอดวันหนึ่งกับคืนหนึ่ง

๔. เว้นขาดจากมุสาวาทตลอดชีวิต แม้เราก็เว้นได้อย่างท่านตลอดวันหนึ่งกับคืนหนึ่ง

๕. เว้นขาดจากสุราเมรัยและสิ่งเสพติดตลอดชีวิต แม้เราก็เว้นได้อย่างท่านตลอดวันหนึ่งกับคืนหนึ่ง

๖. เว้นการบริโภคอาหารในเวลาวิกาล(หลังเที่ยง) แม้เราก็ประพฤติได้อย่างท่านตลอดวันหนึ่งกับคืนหนึ่ง (พระอรรถกถาจารย์อธิบายว่า อาหารมี ๒ เวลา คือ อาหารรับประทานเวลาเช้า ๑ อาหารรับประทานในเวลาเย็น ๑ รับประทานอาหารเช้า จะรับประทานกี่ครั้ง ก็ชื่อว่า รับประทานเวลาเดียว)

๗. เว้นการร้อง รำ ทำเพลง การดูการละเล่น การประโคมดนตรี เป็นต้น ที่เป็นข้าศึกต่อความสงบแห่งจิต เกิดกิเลสอันไม่ให้เกิดความสงบ หากดูแล้วไม่เป็นข้าศึกต่อจิต(วิสูกทัสสนะ) ก็ไม่เป็นไร แต่คนมีกิเลสโดยทั่วไป เมื่อดูการละเล่น เช่นร้องรำทำเพลงแล้ว ก็จะชอบและไม่ชอบ อันเป็นสภาวะของกิเลส

ถึงอย่างไร หากเราสามารถประพฤติตามพระอรหันต์ได้ตลอดวันหนึ่งกับคืนหนึ่ง ก็ชื่อว่าทำสิ่งที่ประเสริฐอย่างยิ่งแล้ว

พระอรหันต์เว้นจากการแต่งตัว ประเทืองผิวพรรรณ ประดับตกแต่งกายตลอดชีวิต หากเราเว้นได้อย่างพระอรหันต์แม้เพียงวันหนึ่งกับคืนหนึ่ง ก็ชื่อประเสริฐแล้ว ส่วน ๖ วันที่เหลือ เราก็รักษาศีล ๕ ให้บริบูรณ์ ร้องรำทำเพลง แต่งตัวประดับตกแต่งได้อย่างเต็มที่ เป็นความประเสริฐมากมายเช่นกัน

ศีลข้อ ๗ ทำให้เรา มีกิริยาทางกายสง่างามอันเกิดจากการสำรวม ไม่เต้นแร้งเต้นกาเหมือนชาวบ้านทั่วไป

๘. เว้นการนอนบนที่นอนอันสูง ใหญ่ ตลอดชีวิต

พระอรหันต์ไม่นอนบนที่นอนที่ใหญ่สูงเกินไป การนอนบนที่นอนสูงใหญ่ อันเป็นเหตุให้เกิดการยึดติด พอใจ เพลิดเพลิน แม้เรา หากเว้นจากการนอนบนที่อันสูงใหญ่ได้เพียงวันหนึ่งกับคืนหนึ่ง ก็เป็นความประเสริฐมาก เพราะทำให้เราเป็นคนง่ายๆมากขึ้น นอนกับพื้นได้ การเป็นคนนอนง่าย ไม่ใช่ว่านอนแบบสกปรก รกรุงรัง แต่หมายถึงนอนสะอาด แม้ที่นอนไม่สวยงามใหญ่โตโออ่า แต่สะอาด

ศีล ๘ หากผู้ใดรักษาได้ โดยมีพระอรหันต์เป็นแบบอย่างในการรักษา ผู้นั้น จะมีความสุขมาก เพราะตัดเงื่อนไขสนองความสุขแบบศีล ๕ ได้มากมาย ผู้ที่หมั่นรักษาศีล ๘ แม้อาทิตย์ละ ๑ ครั้ง หรือเดือนละ ๑ ครั้ง เป็นการสร้างนิสัยแห่งความเป็นพระอรหันต์ให้เกิดแก่ตัวเองแล้ว และเราจะเป็นคนที่อดทน อดกลั้นได้สูงขึ้นเรื่อยๆในแต่ละวัน ต่อไปเราจะกลายเป็นคนที่ทำความงามแก่สังคมได้ง่าย เพราะเรางามแล้ว ความงามจากตัวเราก็จะกลายเป็นประโยชน์สุขแก่สังคมไปด้วย เราเอื้อเฟื้อต่อสังคมง่ายขึ้น

กิเลสเรายิ่งเหลือน้อย ประโยชน์มากก็จะเกิดแก่สังคม เมื่อหมดกิเลสแล้ว ชีวิตทั้งชีวิตก็จะอุทิศแก่สังคมทั้งหมด

เราสามารถรักษาอริยอุโบสถศีล ทั้ง ๕ ประการ ขณะเดียวกันได้ แต่เบื้องต้นฝึกทำทีละข้อก่อน เพราะเป็นอารมณ์ของสมถกรรมฐาน ฝึกกำหนดดังที่กล่าวแล้ว ให้ฝึกกำหนดในบทที่เราระลึกนั้น ให้จิตอยู่กับบทนั้นๆด้วยภาษาที่เราเข้าใจ หากเป็นพุทธานุสสติ ธัมมานุสสติ สังฆานุสสติ ส่วนสีลานุสสติกับเทวตานุสสติ ก็ให้กำหนดดังที่ได้อธิบายแล้ว จิตจะเป็นสมาธิ ฝึกกำหนดแต่ละข้อจนกว่าจิตจะเป็นสมาธิ แล้วจะเป็นข้ออื่นๆก็ได้

ทั้ง ๕ ประการนั้น ทำให้จิตเรางาม ข้อที่ ๕ ทำให้กายเรางาม ทำให้ได้สภาพแวดล้อมที่งามด้วย

ประการสุดท้าย ข้อที่ ๖ ที่กำลังกล่าวอยู่นี้ จะทำให้จิตหลุดพ้นจากกิเลส

เจตนาในการรักษาศีลอุโบสถแบบอริยอุโบสถนี้ จะทำให้เรามีความสุขทั้งกายและใจ และหลุดพ้นจากกิเลสด้วย

อ้างอิง

https://84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=20&siri=115

You may also like...

Popular Articles...