Buddhadhamma Tepitaka Upsenathera_mixdown-1

Buddhadhamma Tepitaka Upsenathera_mixdown-1
Popularität:0
  • Beschreibung

Buddhadhamma Tepitaka Upsenathera_mixdown-1

ชวนโยมเรียนพระไตรปิฎก

เรื่อง อุปเสนสูตร

พระอุปเสนเถระ ถูกงูกัดจนถึงปรินิพพาน

พระเถระเป็นพระน้องชายของพระสารีบุตรเถระ เป็นพระอรหันต์แล้ว

หลังจากเสร็จภัตกิจแล้ว พระเถระก็นั่งพักให้ลมโชยพัดผ่านกาย ข้างหน้าต่างเงื้อมเขาพังพานงู (สัปปโสณฑิกะ) กรุงราชคฤห์ ทำกิจธุระไปด้วย ขณะนั้นเอง ลูกงูพิษร้ายหลายตัวเลี้อยเล่นอยู่บนถ้ำ ตรงหน้าต่างถ้ำพอดี ทันใดนั้น ลูกงูตัวหนึ่งก็พล้ดตกลงมา ตรงไหล่ของพระเถระ ด้วยความตกใจ งูก็กัดพระเถระทันที

พิษอันร้ายแรงก็วิ่งพล่านไปทั่วสรีระของพระเถระ เหมือนเปลียวไฟลามไปตามไส้ตะเกียงฉันนั้น พระเถระเป็นพระผู้ทรงฌานอภิญญาสูง เห็นพิษนั้นแล่นไปตามร่างกาย เจ็บปวด แผดร้อนอย่างมาก ต้องปรินิพพานแน่นอน

ท่านจึงขอให้พระทั้งหลาย ยกตัวท่านขึ้นเตียง แล้วไปวางข้างนอกถ้ำให้เร็ว ก่อนที่ร่างของท่านจะทนพิษงูไม่ไหวแล้วปรินิพพานทันที เหมือนแกลบกระจายเรี่ยราย

พระสารีบุตรเถระ พระพี่ชายก็อยู่ตรงนั้นด้วย เห็นท่านไม่แสดงอาการทุกข์ทุรนทุราย ก็เลยถามว่า “ไม่เห็นท่านเป็นอะไรเลย ทำไมต้องให้รีบเร่งยกท่านออกจากถ้ำโดยเร็วไว”

พระอุปเสนเถระ จึงแสดงธรรมว่า “ท่านไม่เป็นจักษุ และจักษุก็ไม่ได้เป็นของท่าน หมายความว่า ท่านไม่ใช่ผู้เห็น และผู้เห็นก็ไม่ใช่เป็นของท่าน ท่านไม่เป็นโสตะ และโสตะก็ไม่ใช่เป็นของท่าน หมายความว่า ท่านไม่ใช่เป็นผู้ได้ยิน และผู้ได้ยินก็ไม่ใช่เป็นของท่าน

ท่านไม่ใช่เป็นฆานะผู้รู้กลิ่น และฆานะก็ไม่ใช่เป็นของท่าน ท่านไม่เป็นชิวหาผู้รู้รส และชิวหาก็ไม่ใช่เป็นของท่าน ท่านไม่เป็นโผฏฐัพพะการสัมผัสทางกาย และโผฏฐัพพะก็ไม่ใช่เป็นของท่าน ท่านไม่เป็นมโนใจ และมโนก็ไม่ใช่เป็นของท่าน

เมื่อท่านไม่ใช่เป็นตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ และตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ก็ไม่ใช่เป็นของท่าน ความทุรนทุรายจึงไม่มี เพราะไม่มีอะไรที่จะให้ความทุรนทุรายเกิด

เมื่อพระภิกษุสงฆ์ยกท่านขึ้นเตียงแล้ว ไปวางท่านไว้นอกถ้ำ ทันใดนั้นเอง สรีระของท่านก็แตกกระจายเหมือนแกลบที่เรี่ยรายกระจายฉันนั้น แต่สรีระของพระอรหันต์ไม่ได้น่าเกลียด มีแต่ความงามเกิดขึ้น

อธิบายธรรม

พระอรหันต์ ท่านหมดกิเลสแล้ว หมดความทุกข์ทางใจสิ้นซากแล้ว เพราะกิเลสที่จะให้เกิดทุกข์ไม่มี แต่ความทุกข์ทางกาย ท่านยังมีเหมือนพวกเรา เรารู้สึกทุกข์ทางกาย ๑๐๐ เปอร์เซ็น ท่านก็ยังมีทุกข์ทางกาย ๑๐๐ เปอร์เซ็น เราเหนื่อยเป็น ท่านก็เหนื่อยเป็น เป็นเรื่องของกาย เป็นเรื่องของเนื้อหนังมังสา

บางท่านอาจจะสงสัยว่า ท่านมีอิทธิฤทธิ์มากขนาดนั้น ทำไมท่านไม่ขับพิษงูออกด้วยฤทธิ์ของท่าน ความคิดแบบนี้เป็นความคิดของคนมีกิเลสอย่างเราคิด ส่วนพระอรหันต์หมดภาระแล้ว ร่างกายมีอายุอยู่แค่ไหน หรือทนอยู่ได้แค่ไหนก็แค่นั้น กฎแห่งกรรมไม่ได้ยกเว้นใครแม้กระทั่งพระอรหันต์

งูมีพิษร้ายแรงมาก กัดท่าน ความเจ็บปวดเกิดแก่ท่านมาก เป็นความเจ็บปวดแค่ทางกายเท่านั้น และพิษนั้นแรงจนถึงทำให้ตายทันที พระอรหันต์ก็จะนิพพานทันทีเพราะพิษแรงมาก ท่านเห็นว่าอย่างไรต้องนิพพานแน่นอน จึงรีบให้พระยกท่านออกจากถ้ำโดยเร็ว ก่อนที่ท่านจะนิพพานตรงนั้น

อาจจะเป็นเพราะว่า หากท่านนิพพานภายในถ้ำ พระภิกษุสงฆ์เป็นจำนวนมาก ก็จะกุลีกุจอจัดการสรีระของท่าน งูพิษก็เยอะ พระสงฆ์อาจจะเกิดอันตรายจากงูพิษก็เป็นได้ ท่านก็เลยรีบให้พระยกท่านออกจากถ้ำ ก่อนที่สรีระของท่านจะดับเพราะทนพิษงูร้ายไม่ได้

กายเจ็บปวดมาก แต่ความทุกข์ทางใจไม่มี เพราะอัตตา ตัวตนไม่มีให้ยึดถือ เป็นเพียงแค่ธาตุ ดิน น้ำ ไฟ ลม ประกอบกัน เวลานี้ก็ถึงเวลาที่ธาตุสี่นี้จะแตกสลาย

เราไม่ใช่ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ไม่ใช่เราจริงๆ และตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ก็ไม่ใช่เป็นของเราจริงๆ เช่น ไม่มีใครสั่งตาได้ เช่นสั่งให้ตางามๆ ไม่มัว ไม่พร่า ให้มองเห็นทะลุปรุโปร่ง ไม่แก่ ไม่เหี่ยว ไม่เจ็บ ไม่ป่วย สั่งไม่ได้ บังคับไม่ได้เลยแม้แต่น้อย หรือใจก็เช่นกัน สั่งไม่ให้เป็นทุกข์ สั่งไม่ให้ทุกข์เกิด สั่งให้มันหมดกิเลส สั่งให้มีแต่กุศลจิตเกิดตลอดเวลา ก็สั่งไม่ได้ เพราะมันไม่ใช่เรา และเราก็ไม่ใช่มัน เพราะหลงเข้าใจผิด จึงสร้างตัวตน แล้วเป็นทุกข์เพราะมีตัวตน เจ็บปวดเพราะมีตัวตน

สติปัญญาเท่านั้น จะทำให้เห็นตามความเป็นจริงของธรรมชาติ

อ้างอิง

https://84000.org/tipitaka/read/r.php?B=18&A=885

You may also like...

Popular Articles...

Schreibe einen Kommentar