Buddhadhamma Tepitaka Veranja BRAHM_mixdown

Buddhadhamma Tepitaka Veranja BRAHM_mixdown
Buddhadhamma Tepitaka Veranja BRAHM_mixdown
Popularität:0
  • Beschreibung

Buddhadhamma Tepitaka Veranja BRAHM_mixdown

ชวนโยมเรียนพระไตรปิฎก

เรื่อง เวรัญชพราหมณ์

เมื่อพระพุทธเจ้าและพระภิกษุสงฆ์ต้องอยู่กับชาวบ้านที่อดอยาก…..

พระมหาทองนาค นาควโร ประธานสงฆ์วัดธรรมวิหาร ฮันโนเฟอร์ เยอรมัน

(พระธรรมเทศนา ; การเทน์ )

Sprecher ist Phra Maha Thongnark Nagawaro , Abt des

Wat Dhammavihara Hannover . ( hier hören wir eine Predikt / Vortrag v. Abt )

กลิคที่ Download

www.wathannover.de

ชวนโยมเรียนพระไตรปิฎก

เรื่อง เวรัญชพราหมณ์

เมื่อพระพุทธเจ้าและพระภิกษุสงฆ์ต้องอยู่กับชาวบ้านที่อดอยาก

ครั้งหนึ่ง เวรัญชพราหมณ์ หลังจากโต้เถียงข้อกล่าวหาพระพุทธเจ้าหลายประการแล้ว พอได้ฟังคำตอบที่พระพุทธองค์ตรัสตอบให้ ก็เลื่อมใส และแสดงตนเป็นอุบาสก แล้วทูลนิมนต์พระพุทธเจ้าพร้อมภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ ให้จำพรรษา ณ เมืองเวรัญชา นั้น

แต่ หลังจากนิมนต์แล้ว พราหมณ์ก็ลืมสนิทเลย ไม่เคยนึกพระพุทธเจ้าและพระภิกษุสงฆ์และเป็นจังหวะที่สถานการณ์ของเมืองเวรัญชา ขาดแคลนอาหาร เกิดภัย ข้าวยากหมากแพง ประชาชนอยู่กันยากลำบากมาก ต้องจัดบัดคิวซื้ออาหารตามร้านค้าต่างๆ คนจนอดอยาก ขาดอาหาร ล้มตายกันเป็นจำนวนมาก เผาศพไม่ทัน ต้องปล่อยทิ้งซากศพตามจุดต่างๆ สัตว์มาแทะกินศพจนเหลือแต่กระดูก กลื่นเมือง

พระภิกษุสงฆ์ ลำบากมาก บิณฑบาตไม่ได้ ไม่มีใครใส่ข้าวให้ฉันเลย ออกไปบิณฑบาตนอกเมืองเวรัญชาไกลออกไปอีก ถึง ๗-๘ หมู่บ้าน ก็ไม่ได้อาหารพอเลี้ยงอัตภาพเลย

ขณะนั้น พ่อค้าขายม้า ชาวอุตราปถชนบท เอาม้าประมาณ ๕๐๐ ตัวไปขายต่างเมือง แต่แวะตั้งค่ายพัก ณ เมืองเวรัญชา เพราะเป็นช่วงเข้าฤดูฝน เดินทางลำบาก เป็นจังหวะที่อาหารหายาก พวกเขาจึงต้องประทังชีวิตด้วยการกินข้าวแดง เป็นข้าวสารเหนียวตากแห้งสำหรับให้ม้ากิน

พ่อค้าเหล่านั้น เห็นพระภิกษุสงฆ์ไม่ได้อาหารฉันเลย จึงทำข้าวแดงเป็นแล่งๆสำหรับพระภิกษุรูปหนึ่งๆ คือหนึ่งแล่งก็พอแก่พระรูปเดียว พวกพ่อค้าจึงจัดให้เพียงพอแก่พระภิกษุทุกรูป ทุกวัน

พระภิกษุสงฆ์ เมื่อบิณฑบาตไม่ได้ ท่านก็จะไปที่โรงม้า ค่ายพักแรมชั่วคราวของพ่อค้าม้า รับบิณฑบาตข้าวแดงนั้น เป็นข้าวเหนียวแห้ง ที่แข็งมาก ฉันไม่ได้ ท่านจึงต้องตำในครก บางท่านเอาอะไรก็ได้ที่พอตำได้ บางท่านก็บดกับหิน ให้ข้าวเป็นแป้งแล้วผสมน้ำพอเป็นก้อนๆ แล้วฉัน

พระอานนท์ ตอนนั้น ยังไม่ได้รับตำแหน่งเป็นพระอุปัฏฐากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ช่วงที่ไม่มีพระรูปอื่นดูแลพระพุทธองค์ ท่านพระอานนท์ก็ทำหน้าที่ดูแลแทน ท่านก็เอาข้าวแดงนั้นไปบดกับหินแล้วผสมเนยใสและอื่นๆที่พอให้น่าฉันมากขึ้น พยายามทำให้ประณีตที่สุด ถวายพระพุทธเจ้า

พระพุทธองค์ ฉันข้าวแดงไปพลาง ก็ได้ยินเสียงครกพลาง ที่พระภิกษุสงฆ์ตำข้าวแดง จึงตรัสถามว่า “อานนท์ นั่นเสียงครกหรือ” พระอานนท์ก็กราบทูลว่าใช่

พระพุทธองค์ตรัสว่า “ดีละ ดีละ อานนท์ พวกเธอเป็นสัตบุรุษ (คนดี ฉลาด) ชนะวิเศษแล้ว พวกเพื่อนสพรหมจารีชั้นหลังจักดูหมิ่นข้าวสาลีและสุกที่ระคนด้วยเนื้อ” อธิบายว่า “ดูก่อน อานนท์ ในคราวทุพภิกขภัย คือในคราวอาหารหายากอย่างนี้ พวกเธอเป็นสัตบุรุษชนะวิเศษแล้ว ด้วยความประพฤติเบานี้และด้วยธรรมอันเป็นเครื่องขูดเกลานี้”

อันที่จริง มีพระวินัย ห้ามพระภิกษุสงฆ์หุงข้าวทำแกงฉันเอง เพราะเหมือนชาวบ้านเกินไป แต่ยามลำบากอย่างนี้ พระภิกษุท่านก็หลบวินัยด้วยการบดข้าวเหนียวผสมน้ำฉัน พอประทังชีวิตให้รอดไปมื้อหนึ่งๆ พระพุทธองค์หลังจากทราบจากพระอานนท์แล้ว จึงทรงสรรเสริญว่า พวกเธอเป็นสัตบุรุษ (เป็นคนดีที่ฉลาดไม่ผิดศีลธรรม) คำว่า “ชนะวิเศษ”คือชนะใจตัวเอง ไม่โวยวาย ไม่อ้างกฎว่าเป็นอุปสรรคต่อการเป็นคนดี แม้ต้องลำบากขนาดนี้ ก็ไม่ผิดศีลธรรม คือไม่ทำผิดศีลธรรมเพื่อความอยู่สุขสบาย

อีกอย่างเพื่อเป็นบทสอนสั่งแก่พระภิกษุคนรุ่นหลัง ที่อยู่สุขสบาย บางครั้งได้อาหารไม่ถูกใจไม่ถูกปากก็บ่นว่า “ไม่อร่อย เค็ม จืด เปรี้ยว ไม่เอาละ ทิ้งดีกว่า” ให้ท่านเหล่านั้นได้ระลึกว่า ขนาดพระพุทธเจ้าและพระภิกษุสงฆ์ ครั้งหนึ่งต้องฉันข้าวเลี้ยงมา ยังฉันได้ เราอยู่สุขสบายทำไมฉันไม่ได้

แม้พระโมคคัลลานเถระ ท่านสงสารพระ อยากจะช่วยให้พระภิกษุสงฆ์มีอาหารฉันอย่างดี โดยจะใช้ฤทธิ์ของท่านช่วย แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่อนุญาต ถึงแม้ว่า ท่านพระโมคคัลลานเถระ จะทำได้จริง เพราะฤทธิ์ของท่านเป็นรองแต่พระพุทธเจ้าเท่านั้น ซึ่งบำเพ็ญบารมีมา ๑ อสงไขยบริบูรณ์

ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่อนุญาต เพราะจะทำให้หมู่มนุษย์สัตว์แตกตื่น อีกทั้งมีผลกระทบถึงอนุชนรุ่นหลัง เช่นเวลาเกิดปัญหา จะไม่อดทน มักบ่นว่า “หากมีฤทธิ์เหมือนพระโมคคัลลานะก็ดีนะ จะได้แก้ปัญหาได้ไวๆ” แล้วก็ไม่คิดแก้ปัญหา เอาแต่แสวงหาผู้วิเศษมาช่วยแก้ปัญหาชีวิต ดูอย่างปัจจุบันเถิด คนเรา โดยเฉพาะคนไทย ดิ้นรนหาแต่ผู้วิเศษช่วยให้ตัวเองอยู่ดีกินดี รำ่รวย ไม่มีโรคภัย ไม่ใช้ปัญญาแก้ปัญหาชีวิต หาแต่ผู้วิเศษ ประเทศไทยของเรา จึงเต็มไปด้วยผู้วิเศษและผู้พึ่งผู้วิเศษ พระที่ให้ปัญญาพาปฏิบัติเพื่อให้เกิดปัญญา คนนับถือน้อยกว่ารู้จักน้อยกว่าพระวิเศษ เราก็ไม่สนใจกฎระเบียบ กติกา กฎหมายเหมือนมีไว้ใช้ตอนที่อยากใช้

ในเรื่องนี้ ยามลำบากอย่างนี้ เราเห็นน้ำใจของพ่อค้าม้า ตนเองก็ลำบาก ไม่มีอาหารดีๆกิน ต้องแบ่งอาหารม้ากิน นอกจากแบ่งอาหารม้าแล้ว ต้องแบ่งทั้งอาหารที่ตนเอาจากม้าและแบ่งอาหารของม้าถวายพระภิกษุสงฆ์อีก ทำอยู่อย่างนี้เกือบ ๔ เดือน ผ่านความลำบากด้วยกัน ส่วนชาวเมืองเวรัญชานั้น ถูกมารดลใจหมดสิ้นไม่ให้นึกพระภิกษุสงฆ์แม้กระทั่งพระพุทธเจ้า

ยาม COVID-19 เบียดเบียนหมู่มนุษย์ทั้งหลายทั้งโลกอย่างนี้ เป็นเวลาที่เราต้องมีน้ำใจต่อกันอย่างไม่มีเงื่อนไข และเป็นเวลาที่เราต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของหมอของผู้รู้ และต้องปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กฎหมาย แล้วเราจะผ่านปัญหาอุปสรรคไปด้วยกันอย่างภาคภูมิใจและปลอดภัย

การอ้างความสบายส่วนตนแล้วผิดกฎ นั่นนิสัยของคนทุศีล จะทำให้ตนและผู้อื่นเดือดร้อน

พระพุทธเจ้า พระภิกษุสงฆ์และพ่อค้าม้า และแม้กระทั่งม้า ประพฤติดีงามเป็นตัวอย่างให้เราดูให้เราทำตาม

อ้างอิง

บางตอนจากเรื่องเวรัญชพราหมณ์ พระไตรปิเล่มที่ ๑ ข้อที่ ๕-๖ ขออภัยพระไตรปิฎกที่อ้างประจำ ยังขัดข้องทางเทคนิคอยู่

ขออ้างจากเวบอื่น http://etipitaka.com/compare/thai/thaimc/1/2/?keywords=

You may also like...

Popular Articles...

Schreibe einen Kommentar

Deine E-Mail-Adresse wird nicht veröffentlicht. Erforderliche Felder sind mit * markiert.

Diese Website verwendet Akismet, um Spam zu reduzieren. Erfahre mehr darüber, wie deine Kommentardaten verarbeitet werden.