Buddhadhamma Tepitaka Vesalisutta Marana_mixdown

Buddhadhamma Tepitaka Vesalisutta Marana_mixdown
Buddhadhamma Tepitaka Vesalisutta Marana_mixdown
Popularität:0
  • Beschreibung

Buddhadhamma Tepitaka Vesalisutta Marana_mixdown

ชวนโยมเรียนพระไตรปิฎก

เรื่องเวสาลีสูตร

พระภิกษุสงฆ์ ๕๐๐ รูป ฆ่าตัวตาย

ณ กูฏาคารสาลา

ในอดีตกาล มีพวกพรานเนื้อ ๕๐๐ คน ใช้ท่อนไม้และบ่วง ทำการฆ่าเนื้อและนกอย่างสนุกสนานตลอดชีวิตมาด้วยกัน เมื่อคนเหล่านั้นตายแล้วก็เกิดไปในนรก พวกเขาไหม้ในนรกอย่างทรมาน เมื่อพ้นจากนรกแล้ว ก็มาเกิดในหมู่มนุษย์ด้วยกรรมดีที่มีอยู่ในภพก่อนๆ มีอุปนิสัยอันงาม ทุกคนจึงได้บรรพชาและอุปสมบทในพระพุทธศาสนา

เพราะอกุศลกรรมเดิมที่ฆ่าสัตว์อย่างสนุกสนานเลี้ยงชีพตลอดชีวิตของท่านเหล่านั้น แม้ตกนรกหมกไหม้เสวยทุกข์อย่างทรมาน แต่กรรมก็ยังไม่หมด กรรมนั้นส่งผลให้ท่านเหล่านั้นจะต้องฆ่าตัวตาย ด้วยความพยายามของตัวเอง และให้คนอื่นฆ่าตนเอง ภายใน ๑๕ วันต่อจากนี้

อนึ่ง ขึ้นชื่อว่าวิบากของกรรมแล้ว ไม่มีใครจะสามารถป้องกันได้เลย พระพุทธเจ้าทรงเห็นผลกรรมของพระภิกษุเหล่านั้น จะต้องฆ่าตัวเองตายและให้พระภิกษุรูปอื่นฆ่าตัวเองภายใน ๑๕ ต่อจากนี้ พระภิกษุเหล่านั้น ยังไม่มีคุณธรรมที่พอจะประกันชีวิตไม่ให้ตกนรก

พระพุทธองค์ทรงเห็นว่า อสุภกรรมฐาน(ชีวิตเหมือนซากศพ)เหมาะแก่ภิกษุเหล่านี้ จึงทรงแสดงธรรมนั้นอย่างละเอียดแก่ภิกษุเหล่านั้น

แสดงพระธรรมเทศนาเสร็จ พระผู้มีพระภาคเจ้า ก็ลาภิกษุทั้งหมดที่อยู่ในเมืองเวสาลีนั้น ปลีกวิเวก ๑๕ วัน ทรงกำชับว่า ห้ามใครเข้าไปหาพระองค์ ยกเว้นแต่ภิกษุที่นำภัตตาหารไปถวายพระองค์เพียงรูปเดียวเท่านั้น จึงจะเข้าไปได้

เพราะภายใน ๑๕ วันนี้ พระเหล่านี้ จะฆ่าตัวตาย ไม่มีใครห้ามได้ แม้พระองค์ก็ห้ามกรรมนี้ไม่ได้ เป็นวิบากกรรมของภิกษุเหล่านี้ ที่เคยฆ่าสัตว์เลี้ยงชีพอย่างสนุกสนานอย่างไม่รู้ไม่กลัวบาปกรรม

เป็นเรื่องที่น่าเศร้า สะเทือนสะท้านแน่นอนที่พระภิกษุถึง ๕๐๐ รูปจะต้องตายภายใน ๑๕ วัน ด้วยการฆ่าตัวเอง และฆ่ากันเอง ถึงแม้พระองค์อยู่ก็ห้ามไม่ได้ เพราะพระเหล่านั้น จะหาโอกาสฆ่าตัวเองให้ได้ คิดดูเถิด ภายใน ๑๕ วันนี้ หากพระพุทธองค์อยู่ท่ามกลางพระภิกษุไม่ปลีกวิเวก พระภิกษุหรือพุทธบริษัท จะต้องมากราบทูลให้พระองค์ทราบว่า วันนี้ มีพระตาย ๑ รูป วันนี้ ตาย ๒ รูป เป็นต้น จนถึง วันนี้ พระตาย ๕๐ รูป วันนี้ ตาย ๖๐ รูป แล้วพระองค์ห้ามพระเหล่านั้นไม่ให้ฆ่าตัวตายไม่ได้ เรื่องคงอลหม่านมาก แต่เมื่อพระองค์ปลีกวิเวกด้วยคำดำรัสห้ามเยี่ยม ก็ไม่มีใครกล้าเข้าไป

เมื่อพระภิกษุเหล่านั้น เจริญอสุภกรรมฐาน เกิดเบื่อหน่ายรังเกียจกายตนเองมาก มากถึงขนาดอยากจะตายในบัดเดี๋ยวนี้เลย เพราะอึดอัดเอือมระอา

พระที่ทนเบื่อไม่ไหวก็หาอาวุธมาฆ่าตัวเองทันที บางรูปก็ให้เพื่อนฆ่าตนเอง ในระหว่างนั้นเอง ก็เป็นจังหวะเหมาะอย่างยิ่ง มีตาเถนมิคลัณฑิกะ (คนที่ถือเพศคล้ายสมณะ เพียงแต่ศึกษาธรรม โกนผม นุ่งผ้ากาสายะผืน

หนึ่ง เอาผืนหนึ่งพาดบ่า อาศัยอยู่ในวัด กินข้าวก้นบาตร ประชาชนทั่วไปนิยมเรียกว่า “ตาเถน”)อยู่ในวัด พระภิกษุเหล่านั้น จึงให้ตาเถนนั้น ฆ่าตนเอง แล้วให้เอาบาตรจีวรไปเป็นของส่วนตัวได้

ตาเถนนั้น ฆ่าพระแล้ว ก็ถือเอาบาตรจีวรเป็นของตน ออกจากูฏาคารไป ถึงแม่น้ำวัคคุมุทา ก็เอาดาบเปื้อนเลือดล้างน้ำ ขณะที่เลือดละลายเป็นสีแดงกับน้ำ ก็สลดใจ ร้อนรนในใจว่าเราทำบาปหนักเสียแล้ว ฆ่าพระผู้ทรงศีลธรรม มีธรรมงามทั้งนั้นเลย กลัวบาปขึ้นมาอย่างแรงกล้า

ขณะนั้น เทวดาผู้งดงาม เปล่งรัศมีสว่างไสว เดินเหนือน้ำแบบน้ำไม่กระเพื่อมเลย มาหาตาเถน แล้วเปล่งวาว่า “ท่านสัตบุรุษษ ท่านทำถูกแล้ว เป็นลาภ เป็นโชคดีของท่านเลย เป็นการสั่งบุญอันยิ่งใหญ่ ที่ได้ช่วยคนให้พ้นทุกข์”

ตาเถน ได้ยินดังนั้น เกิดกำลังขึ้นอย่างมากมาย รีบถือดาบกลับวัดทันที พร้อมประกาศลั่นว่า “ใครอยากพ้นทุกข์ มา

มา เราจะช่วยให้ท่านพ้นทุกข์เอง”

เป็นโอกาสเหมาะเลย ในหมู่พระภิกษุ ๕๐๐ รูป นั้น หลายรูป เป็นโสดาบัน หลายรูปเป็นสกทาคามี หลายรูปเป็นอนาคามี หลายรูปเป็นอรหันต์ หลายรูปยังเป็นปุถุชนอยู ท่านที่ยังเป็นปุชุชนทั้งกลัวทั้งกล้า แต่กรรมนั้นก็ผลักให้ท่านอยากตาย

พระอริยบุคคล เป็นผู้ประเสริฐแล้ว เป็นไปไม่ได้ที่คิดอยากตาย แต่กรรมนั้นแรงเหลือเกิน ทำให้ท่านเสนอตัวตายต่อตาเถนอย่างง่ายดาย ยิ่งพระอรหันต์หมดกิเลสสิ้นเชิงแล้ว แต่เมื่อถูกถามว่า จะตายไหมท่าน พระอรหันต์นั้นก็รับง่ายดาย ที่จะให้ตาเถนฆ่า เพราะท่านไม่มีอะไรต้องห่วง

ตาเถนฆ่าพระ จากวันละรูป ๒ รูป ก็เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงวันละ ๖๐ รูป ภายใน ๑๕ วันนี้ พระ ๕๐๐ รูป ตายสิ้น

ไม่มีใครอยู่เหนือกรรมได้เลย แม้พระอรหันต์ กรรมก็ยัดเยียดความตายให้ แต่ท่านนิพพานแล้ว ส่วนอริยบุคคลชั้นอื่นๆ ก็ไปสู่สุคติภูมิหมด แม้พระปุถุชนก็ตายด้วยการเจริญกรรมฐาน ไปสู่สุคติภูมิเหมือนกัน

เมื่อพระทั้งหลายเหล่านั้นมรณภาพสิ้นหมดแล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้า ก็ครบกำหนด ๑๕ วันพอดี พระองค์ทราบอยู่แล้วว่ามีอะไรเกิดขึ้น แต่พระองค์ถามพระอานนท์ไปว่า “เหมือนพระจะเบาบางไปนะ ไปไหนกันหมดหรือ” พระอานนท์ได้กราบทูลให้ทราบถึงเรื่องที่เกิดขึ้น แล้วทูลอาราธนาพระองค์ให้แสดงธรรมหัวข้ออื่นด้วยเถิด

พระพุทธเจ้าจึงแสดงอานาปานสติกรรมฐาน การใช้ลมหายใจเข้าออกเป็นอารมณ์กรรมฐาน มีสมาธิถึงขั้นจตุตถฌาน ส่วนอสุภกรรมฐาน ทำจิตเป็นสมาธิขั้นปฐมฌานเท่านั้น พระภิกษุสงฆ์ ๕๐๐ รูป ท่านได้สมาธิขั้นปฐมฌาน แล้วเจริญวิปัสสนาต่อแล้วบรรลุอริยมรรค เป็นโสดาบัน สกทาคามี อนาคามี และอรหันตบุคคล

อานาปานสติกรรมฐาน เป็นกรรมฐานที่นิยมทำทั่วไป จึงขอยกไว้อธิบายเฉพาะต่างหาก เพื่อความเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งยิ่งขึ้น

อธิบายเพิ่มเติมเล็กน้อยในเรื่องนี้อีก

กรรมเก่าของพระภิกษุเหล่านี้ พระพุทธองค์ทราบตั้งแต่วันที่ท่านเหล่านี้บวชแล้ว เพื่ออนุเคราะห์พระภิกษุทั้งหลายเหล่านี้ พระองค์จึงแสดงอสุภกรรมฐานอย่างละเอียด เพราะกรรมฐานอย่างอื่น ท่านเหล่านี้จะทำไม่ได้เลย แล้วจะต้องตายพร้อมกับไม่มีคุณธรรมอะไรติดตัว ก็ต้องตกนรก อสุภะเท่านั้นที่เหมาะสมของท่านเหล่านี้ อสุภกรรมฐานที่ท่านเหล่านี้เจริญแล้ว ก็จะทำให้ได้คุณธรรมตามพลังบุญเก่าของตน แม้ตายแล้ว ก็ไปตามคุณธรรมของตน แล้วพระองค์ก็ปลีกวิเวกทันที

กรรมชั่วที่ทำด้วยความสนุกสนาน หลังพ้นนรกแล้ว ยังมีผลให้ฆ่าตัวตายอย่างเต็มอกเต็มใจ กรรมนี้เตรียมพร้อมให้เลย เตรียมคนฆ่าให้พร้อม เตรียมเทวดาบาปจอมมารให้พร้อมเพื่อให้กำลังใจคนฆ่ามีความฮึกเหิมว่าไม่บาป แต่กรรมดีจากเก่าก่อนก็ไม่สูญหาย พาท่านเหล่านั้นมาเจอพระพุทธเจ้า หากกรรมดีไม่มีแล้วไซร้ ก็จะเป็นการฆ่าตัวตายเพื่อไปนรกแน่นอน

ผลจากโศกนาฏกรรมฆ่าตัวตายและฆ่ากันเองตายตามคำขอร้องนี้เอง พระพุทธเจ้าบัญญัติวินัยหนักที่สุดคือปาราชิกข้อที่ ๓ ห้ามฆ่าคน ภิกษุใดฆ่าคน ต้องอาบัติปาราชิก ขาดจากความเป็นพระภิกษุ

อ้างอิงเวสาลีสูตร

https://84000.org/tipitaka/pitaka_item/sutta_line.php?B=19&A=7794

อ้างอิงอาบัติปาราชิก

https://84000.org/tipitaka/pitaka_item/read_page.php?book=1&page=134&pages=4&edition=mcu#165

……weiter mit Dhamma Podcast Wat Dhammavihara Hannover

You may also like...

Popular Articles...

Schreibe einen Kommentar